Megalodonนั้นมันสูญพันธุ์เพราะอะไร

ทำไมMegalodonถึงไม่มีซากฟอสซิลทำไมมันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์เหมือนกันอย่างไดโนเสาร์เหมือนกับสิ่งอื่นที่เขาได้มีการค้นพบกันสำหรับข้อมูลตรงส่วนนี้หากเราจะเอาข้อมูลที่เขานั้นได้มีการสันนิษฐานกัน

ซึ่งพวกเขาก็ได้สันนิษฐานกันว่าเจ้าMegalodonมันได้เป็นสัตว์ที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่มากๆว่ากันว่าน้ำหนักตัวของมันนั้นมันอาจจะมากกว่าหลัก100ตันกันเลยทีเดียวและพอเจ้าMegalodonเหล่านี้ในมีการเสียชีวิตหรือมันได้ตายลงไปมันก็จะจมลงสู่ใต้ท้องทะเล

จากนั้นมันก็จะถูกย่อยสลายไปในทุกๆส่วนทุกๆสิ้นและมันก็จะมีสัตว์ตัวอื่นเข้ามากัดกินซากของเมกาโลดอนไปแต่สำหรับซากMegalodonเหล่านั้นมันจะมีอยู่บางสิ่งบางอย่างที่มันไม่อาจจะย่อยสลายได้นั่นก็คือโครงกระโครงสันหลังกับฟันนั่นเองเพราะว่าโครงกระดูกสันหลังกับฟันนี้มันเป็นโปรตีนมันเลยไม่ถูกย่อยสลายและถูกเป็นซากฟอสซิลที่ทำให้เรานั้นได้เจอกันอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

ซึ่งฟอสซิลของเจ้าMegalodonตรงนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้บอกว่าเราสามารถพบเจอฟอสซิลฟันฉลามเหล่านี้หรือโครงกระดูกสันหลังเหล่านี้ได้ตามพื้นที่ชายฝั่งของท้องทะเลที่มีความลึกไม่เกิน1-200เมตร เนื่องจากว่าMegalodonมันจะไม่อาศัยอยู่ตรงที่บริเวณน้ำลึกเพราะว่าMegalodonนั้นเป็นสัตว์ที่มันได้อาศัยอยู่บริเวณในพื้นที่น้ำอุ่น

ฉะนั้นแล้วยิ่งน้ำลึกลงไปอากาศและอุณหภูมิมันก็ยิ่งต่ำมันก็เลยจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าที่Megalodonนั้นมันจะอาศัยอยู่บริเวณใต้น้ำลึกนั้นเองและจากการที่ได้รวบรวมซากฟอสซิลฟันMegalodonตรงนี้นั้นเขาก็ยังได้คาดการณ์กันอีกว่ากรามของMegalodonมันอาจจะมีความใหญ่ได้ถึง2เมตรและมันสามารถมีแรงกัดได้ถึง2หมื่นกิโลกรัมหรือ6-8เท่าเมื่อได้เทียบกับปลาฉลามขาวหรือจระเข้

ในยุคปัจจุบันของเรานั่นเอง ซึ่งถ้าหากจะให้พูดเข้าใจกันง่ายๆเลยคือเจ้าฉลามขาวหรือจระเข้ในยุคปัจจุบันของเรามันคือสิ่งที่มีชีวิตหรือสัตว์นักล่าที่มันได้มีแรงกัดมากที่สุดในโลกนั่นเองและมันก็ยังได้เป็นสิ่งที่มีความน่าเสียดายว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่กว่า90%เขาก็ยังได้ออกมายืนยันเลยว่าเจ้าฉลามในยุคดึกดำบรรพ์หรือMegalodon

มันได้สูญพันธุ์ไปแล้วมันไม่มีทางที่จะหลงเหลืออยู่ในยุคปัจจุบันของเราอย่างแน่นอนแต่สาเหตุของการสูญพันธุ์ในครั้งนี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะยืนยันกันได้อย่างชัดเจนได้ว่าMegalodonนั้นมันสูญพันธุ์ไปเพราะอะไร

ซึ่งตรงนี้ทุกคนอาจจะเคยดูสาระคดีหรือก็อาจจะคาดเดากันว่ามันอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลันของอุณหภูมิน้ำที่ได้เกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนโลกภูเขาไฟระเบิดและได้มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็วจึงทำให้Megalodonไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และมีการสูญพันธุ์ในยุคไดโนเสาร์

 

สนับสนุนโดย  sagame

เรื่องราวหลอนจากครูสอนรำไทย 

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องอีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีโรงเรียนแถวนี้อยู่ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงมากซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯซึ่งที่นี่นั้นหากใครที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อมีคนไปถามเรื่องของครูนาฏศิลป์ที่มีชื่อว่าครูวิภาทุกคนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน

เพราะเรื่องรักของครูวิภานั้นคือเรื่องที่โด่งดังไปทั่วมากเป็นเรื่องของว่าครูวิภาคือคุณครูคนหนึ่งที่เป็นคนที่เข้มงวดมากนอกจากนั้นเธอยังเป็นคนที่รำสวยที่สุดในโรงเรียนเป็นคนที่รักในหน้าที่มั่นคงในหน้าที่เป็นอย่างมาก

ซึ่งเธอนั้นกำลังสอนเด็กๆ 3 คนที่กำลังจะไปแข่งรำไทยกับโรงเรียนอื่นๆซึ่งเหลืออีก 1 วันแล้วที่จะต้องแข่งกันแต่อยู่ๆคุณครูดันมีอาการป่วยหนักจนถึงกับสลบลงไปกลางห้องเรียนรำไทยทำให้เธอหรือก็คือครูวิภาจำเป็นที่จะต้องไปนอนที่โรงพยาบาลผ่านไป 1 ชั่วโมงครูวิภาก็หาทางหนีออกจากโรงพยาบาลจนได้

ซึ่งครูวิภานั้นได้อาบน้ำให้ลูกศิษย์ 3 คนมาเจอที่ห้องนาฏศิลป์แล้วก็เรียนรำกันเช้าวันต่อมาคุณครูวิภานั้นกำลังจะแอบกลับเข้าไปที่โรงพยาบาลแต่พบว่าลืมยาที่ทำพยาบาลให้ไว้อยู่ในห้องนาฏศิลป์ซึ่งตอนนั้นก็เป็นตอนกลางคืนตอนที่ลูกศิษย์กับไปหมดแล้ว

ซึ่งหลังจากนั้นครูวิภาก็ได้ทำการเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้งแต่ไม่รู้เป็นอะไร 1 วันต่อมาทุกคนก็พบว่ามีเลือดไหลออกมาจากห้องนาฏศิลป์ห้องเดียวกันกับที่คุณครูวิภาเข้าไปครั้งสุดท้ายหลังจากนั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับครูวิภาที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจอะไรจัดงานตามพิธีกรรมสวดมนต์ให้ทุกอย่างทำทุกอย่างที่ถูกต้องหลังจากนั้นไม่นานทางโรงเรียนก็ต้องการที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ให้ดูดีมากขึ้นโดยการที่ถูกต้องทุกอย่างซึ่งทางโรงเรียนกำลังจะทุบห้องนาฏศิลป์ที่คุณครูวิภาได้เสียชีวิตลง

ซึ่งทุกๆครั้งที่ช่างพยายามที่จะย้ายของเครื่องใช้และเครื่องดนตรีไทยที่อยู่ในห้องนั้นออกมาเพื่อจะทำการเตรียมทุกข์นั้นจะต้องมีเสียงดนตรีไทยมาจากไหนไม่รู้ในห้องแล้วจะมีหญิงสาวนั่นก็คือครูวิภาแต่งชุดไทยสวยมากยืนดำอยู่ในห้อง

ซึ่งนั่นทำให้ช่างหลายๆคนไม่กล้าที่จะเข้าไปที่นั่นอีกทำให้การจะทุบห้องจะสิ่งนี้อันเป็นที่จะต้องยกเลิกทางโรงเรียนจึงได้ทำการซื้อที่ใหม่และไปเปิดโรงเรียนใหม่และปล่อยให้โรงเรียนนี้ทิ้งร้างไว้เนื่องจากทุบทิ้งไม่ได้

 

สนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

สัตว์ในความเชื่อของมนุษย์โลก?

สำหรับมนุษย์ทั่วโลกนั้นต่างก็มีความเชื่อที่มีอยู่เหนือกว่าความเชื่อของศาสนาและสิ่งเหล่านั้นมันก็ได้เป็นความเชื่อในเรื่องของโชครางและมันก็ยังได้เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าในทุกๆมุมของโลกนั้น

ก็ได้มีความเชื่อในส่วนเรื่องโชครางและก็ได้มีลางบอกเหตุที่มันได้มีความสัมผัสเกี่ยวข้องกับสัตว์ต่างๆที่มันจะบอกได้ทั้งรางดีและก็ลางร้ายวันนี้  ทางเข้าbk8  ของเราจะมาดูกันว่าสัตว์ที่มันได้มีความเกี่ยวข้องกับรางบอกเหตุในความเชื่อของคนในทุกๆมุมโลกเกี่ยวกับสิ่งที่คนเรานั้นไม่เคยรับรู้มาก่อน

แมวดำสำหรับแมวดำนั้นซึ่งคนเราต่างก็ได้มีความเชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์อีกทั้งยังได้มีการนำเอาแมวดำมาบูชาที่ได้มีร่างกายเป็นนางสิงที่มันได้มีความเกี่ยวข้องกับแมวบ้านที่ได้มีคนเชื่อกันว่ามันได้เป็นตัวแทนของพลังและยังได้รวมไปถึงการปกป้องกันอันตราย

และยังได้มีความสงบงามที่มันจะเป็นมงคลกับใครที่ได้เป็นผู้ดูแลเจ้าแมวตัวนั้นเป็นอย่างดีซึ่งในความเชื่อเหล่านี้มันก็ได้เชื่อกันมาอยู่หลายปี ทั้งนี้ในความเชื่อของคนในประเทศไทย ต่างก็ได้เชื่อกันว่าเจ้าแมวดำนั้นมันได้เป็นแมวดำโชคร้ายที่มันคอยบอกเหตุอย่างเช่นหากใครที่กำลังเดินทางอยู่และจู่ๆก็มีแมวดำมาตัดอยู่หน้ารถของเรา

ก็จะต้องหยุดและก็ไม่ควรที่จะเดินทางต่อหากใครที่เจอกับเจ้าแมวดำตัดหน้ารถแบบนี้และไม่หยุดการเดินทางแล้วมันก็อาจจะทำให้ตัวของเรานั้นเกิดความอันตรายก็ได้แต่สำหรับในส่วนเรื่องของแมวดำในประเทศไทยนั้น

มันก็ไม่ได้มีความอันตรายแต่อย่างใดเพราะว่ามันได้มีแมวที่ได้มีชื่อเรียกว่าแมวโกนจาที่มันได้มีรูปร่างลักษณะเป็นแมวปลอดไปทั้งตัวที่ได้มีขนสั้นที่มีขนาดเล็กและมีความนุ่มและอีกทั้งมันก็ยังมีลูกตาข้างในที่เป็นสีเหลืองที่ผสมสีทองอ่อนทั้งนี้มันก็ยังได้เป็นแมวที่มีคนรู้จักพวกมันในชื่อเจ้าแมวบอมเบย์หรือบางคนก็ได้บอกว่ามันได้เป็นแมวที่ได้เป็นคุณแก่ผู้ที่ได้นำเอามาเลี้ยง

และมันก็ยังได้ผิดกับความเชื่อทางด้านของตะวันตกที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าเจ้าแมวดำนั้นมันได้เป็นสัตว์เลี้ยงของเหล่าบรรดาแม่มดซึ่งหลายคนก็อาจจะรู้ดีกันอยู่แล้วว่าเจ้าแม่มดนั้นมีความโหดร้ายมากแค่ไหนและก็ยังได้เป็นปีศาจแม่มดที่ใครๆต่างก็พากันหวาดกลัวไปทั้งหมดอีกด้วย

ลุงบุญส่งฝันถึงผีทหารญี่ปุ่นขนสมบัติ

ในตอนแรกนั้นที่คุณลุงเขาได้เคยบอกเอาไว้ว่าลุงแก่ไม่เชื่อแต่ไม่นานมากลุงแก่ก็ได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่ประหลาดก็คือว่าคุณลุงแก่ได้นอนอยู่ที่ริมแม่น้ำที่แม่น้ำแควในเวลาประมาณ21.00ทุ่มจากนั้น

คุณลุงได้เล่าว่าตอนนั้นลุงเองก็ยังนอนไม่หลับที่ตรงริมฝั่งแม่น้ำจากนั้นคุณลุงแก่ก็ได้มองไปเห็นวิญญาณของเหล่าทหารญี่ปุ่นประมาณ2คน ลุงบอกว่าแก่ได้เห็นเองกับตัวของลุงแก่เองและจากที่คุณลุงนั้นแก่ไม่เชื่อ ซึ่งมันได้เป็นทหารญี่ปุ่นได้มายืนอยู่ตรงข้างตัวของคุณลุงบุญส่งตัวของทหารญี่ปุ่นนั้นก็มีแต่เลือด

จากนั้นก็ได้เดินเข้ามาที่จะเข้ามาบีบคอของลุงบุญส่ง จากการที่ลุงบุญส่งนั้นได้เล่ามาในตอนนั้นคือลุงเขาได้บอกอีกว่าตอนนั้นเขาได้ตกใจมากที่จู่ๆก็ได้มีทหารคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาลุง จากนั้นลุงก็ได้ใช้ตีนถีบแต่ก็ไม่สามารถที่จะถีบผีทหารญี่ปุ่นได้จากนั้นลุงแก่ก็ได้โมโหมาก

ทั้งนี้คุณลุงบุญส่งก็ยังได้บอกอีกว่าด้วยความที่โมโหกลัวว่าผีมันจะเข้ามาทำร้ายอีกจากนั้นลุงแก่ก็ได้วิ่งเข้าไปที่ตัวบ้านของลุงจากนั้นก็ได้นำเอาปืนลูกซองยาวออกมาหลังจากนั้นลุงได้เห็นทหารผีญี่ปุ่นนั้นได้ตามลุงมาถึงที่บ้านพอเห็นทหารผีลุงแก่ก็เลยใช้ปืนลูกซองที่เขาได้เข้าไปเอามาจากตัวบ้านยิงเข้าไปที่ทหารผีญี่ปุ่นอีกทั้งลุงแก่ยังบอกอีกด้วยว่าลุงไม่เคยเชื่อมาก่อน

แต่ไหนแต่ไรแต่พอมาวันนี้ลุงแก่กลับเชื่ออย่างสนิดใจ นอกจากนี้ลุงแก่ก็ยังได้บอกอีกว่าดวงวิญญาณของลุงดวงที่ได้ไปผูกกับดวงวิญญาณกับผีญี่ปุ่นไม่ใช่แค่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น นอกจากที่ลุงได้เห็นด้วยตาเปล่าแล้วนั้น

ทั้งนี้มันก็ยังได้มีอีกหนึ่งเรื่องที่มันจะทำให้ลุงบุญส่งนั้นได้มั่นใจว่าไม่ให้ขุดแต่อย่างไรก็อย่าเผลอใช่ไหม ซึ่งในเวลาต่อมาลุงบุญส่งได้ฝันอีกว่าในขณะที่ลุงแก่นอนอยู่ที่บ้านเขาได้บอกว่าเขานั้นมั่นใจว่านายอึ่งนั้นไม่ได้โกหก

เพราะลุงแก่ก็ได้ฝันเห็นเหมือนกันกับนายอึ่งเห็นทหารญี่ปุ่นขนสมบัติเข้าถ้ำจากนั้นภายในถ้ำเองมันก็ได้เต็มไปด้วยทองที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย นอกจากนั้นที่่เหนือขึ้นไปตัวถ้ำได้ไปเจอกับต้นไม้ที่มีสีทองในความฝันของลุงบุญส่งต้นไม้สีทองในความฝันลุงแก่ก็บอกว่าแก่ก็พึ่งจะเคยเห็นผีปู่โสมเฝ้าทรัพย์ในช่วงระยะเวลาในจังหวะนั้นเป็นครั้งแรก

 

ขอบคุณเว็บ nowbet

3สถานที่สวยเหมือนโลกนิยาย

สำหรับใครที่ชื่นชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ สิ่งมันได้เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตามธรรมชาติที่มันได้มีเมล็ดและดอกพันธุ์ไม้ต่างๆที่ได้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ ทั้งนี้ยังมีอีกหลากหลายสถานที่มากมายที่มันจะทำให้ตัวคุณนั้นอยากที่จะไปท่องเที่ยวกับมันซักครั้งหนึ่ง แล้วมันจะมีสถานที่ใดบ้างที่ลึกลับและมีความสวยงามที่ีจะช่วยให้คุณนั้นเข้ามาค้นหาเหมือนกับอยู่ในนิยายวันนี้เราขอนำเสนอสถานที่พิศวงที่ดูเหมือนกับเทพนิยาย

ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ

สำหรับป่าพรุท่าปอมนั้นได้ตั้วอยู่สถานที่บ้านหนองจิก ตำบลหนองขาม จังหวัดกระบี่ สถานที่ป่าเหล่านี้ได้มีสถานที่ที่ได้มีความสวยงามอยู่หลายที่ด้วยกัน ซึ่งมันได้มีถิ่นเริ่มมาจากแอ่งน้ำช่องพระแก้ว นอกจากมันได้มีน้ำที่ขาวใสสะอาดมันจนกระทั่ง

เราสามารถที่จะมองเห็นพื้นใต้น้ำและตัวปลา ซึ่งน้ำจากแห่งนี้ มันจะค่อยไหลลงมาบรรจบตรงกลางเพื่อที่จะลงไปสู่ท้องทะเลที่มันได้เป็นน้ำเค็มมันจึงได้ชื่อว่าคลองสองน้ำ

Tsngy de Bemaraha National Park

สำหรับสถานที่Tsngy de Bemaraha National Parkนั้นมันได้เป็นสถานที่อุทยานแห่งชาติที่ได้เป็นเขตรักษาธรรมชาติที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ที่หมู่เกาะมาดากัสการ์ เนื่องจากมันได้เป็นภูมิประเทศที่มีเหล่าหินปูนที่มันสามารถเกิดขึ้นมาจากแม่น้ำมันจะมีลักษณะของพื้นที่แห่งนี้มันจะเต็มไปด้วยหินที่ได้มีปลายแหลมคม

เนื่องด้วยหินที่มันได้มีความแหลมคมที่มันอาจจะมองดูว่าแปลกตานี้โดยแต่เดิมแล้วมันเคยอยู่ด้านใต้น้ำ ซึ่งที่มันได้เป็นแบบนี้มันได้เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ลักษณะเจ้าหินเหล่านี้มันจึงได้โพ่ลพ้นน้ำขึ้นมาทั้งนี้มันก็ยังได้พัดกันลงน้ำอยู่หลายครั้ง เนื่องจากนี้มันยังได้ถูกน้ำกัดเซาะไปตามการเวลามันจึงงทำให้หินที่มีความแหลมคนเหล่านี้มันจึงได้กลายเป็นสถานที่สวยงาม

ป่าต้นเลือดมังกร

สำหรับต้นเลือดมังกรนั้นมันได้อยู่ที่ประเทศเยเมนในสถานที่แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งมันได้เป็นป่าแห่งเดียวที่มันได้อยู่บนเกาะโซกอตต้า ที่มันได้เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ที่ประเทศอินเดียทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยเมนอีกด้วย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้มีความสวยงามที่ได้มีความหากหลายด้านชีวภาพที่เยอะมากที่สุดของโลก

และสิ่งสำคัญมากที่สุดที่มันได้ทำชื่อเสียงให้กับหมู่เกาะแห่งนี้มันก็คือต้นไม่เลือดมังกรนั่นเอง ซึ่งมันได้เป็นต้นไม้ที่ไม่เหมือนกับต้นไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งมันจะมียางที่มีสีเหมือนกับเลือดคนหากใครสนใจที่อยากมาท่องเที่ยวแล้วละก็มันจะมีอยู่ที่เกาะแห่งนี้ที่เดียวเท่านั้น

2ของขลังที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดของมนุษย์

1เพรชหน้าทั่ง

เพรชหน้าทั่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่แร่โลหะชนิดหนึ่งที่ถูกพบมากที่สุดในกลุ่มแร่ซัลไฟด์ซึ่งคำว่าไฟล์ไรมาจากภาษกรีกที่มีความหมายว่าไฟเหตุที่เรียกว่าไฟนั้นก็เนื่องมาจากไฟล์ไลน์เมื่อนำเอาไปกระทบกับเหล็กแรงๆก็จะทำให้เกิดปรากลายไฟนั้นออกมา

ซึ่งประโยชน์ของไฟล์ไลน์จะมีการนิยมนำเอาไปเป็นเครื่องประดับหรือนำเอาไปเป็นกดในส่วนผสมของกรรมทันเนื่องจากไฟล์ไลน์ได้มีสีเหลืองอะรามจนมันดูคล้ายเหมือนกันทองแดงจึงมักจะทำให้ผู้ที่พบเห็นและได้เข้าใจผิดอยู่เสมอว่ามันคือทองแดงจนได้ฉายาว่าทองคนโง่และสำหรับในประเทศไทย

ในตามความเชื่อนั้นได้เล่ากันว่าได้มีถิ่นกำเนิดมาจากภาคใต้ภายในถ้ำที่ได้มีภูเขาล้อมรอบมีเทพคนธรรมและคนรักษาในการค้นพบเพชรหน้าทั่งในครั้งแรกนั้นได้พบที่เขา7ยอดในจังหวัดพัทลุงโดยพระผู้ทรงจิตอภิญญารูปหนึ่งทำให้ท่านได้พบเห็นของวิเศษนี้เข้าโดยบังเอิญ

จึงได้นำมาแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์และทางญาตฺโยมและในอนุภาพของเพชรหน้าทั่งนี้ชาวบ้านได้มีความเชื่อกันว่าได้เป็นเพชรของคนเมืองคนทั่งหรือเป็นเพชรของเมืองลับแลเป็นรองก็แต่เฉพาะเหล็กไหลเท่านั้นมีทั้งในด้านอยู่ยงคงกระพันป้องกันคุณไสยเสนียดจัญไรป้องกันภูผีผู้ที่มีอาไว้บูชาหากได้เก็บเอาไว้ในบ้านจะคุ้มครองให้คนในบ้านนั้นได้อยู่ร่มเย็น

2ไข่ทองแดง

ไข่ทองแดงในที่นี่หมายถึงไข่หรืออัณฑะของคนนั่นเองโดยเฉพาะส่วนใหญ่พวกนี้จะมีเพียงแค่ข้างเดียวและจะแข็งๆเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดส่วนใหญ่คนที่มีไข่ทองแดงเขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้กับใครลูกหลานหรือจากคนที่ได้ของพวกนี้

จะได้ก็ต่อเมื่อยามเผาศพและเก็บกระดูกความเชื่อทางไสยศาสตร์คนมีไข้ข้างเดียวถือกันว่ามีมหาอุตม์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้การที่จะหาของแท้ก็จะต้องดูให้ๆดีเพราะในด้านของเรื่องไข่ทองแดงนั้นก็ได้มีข้อมูลที่น้อยมากเหมือนกันนอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องรางของขลังอีกหลายอย่างที่เรานั้น

ไม่ได้หยิบนำเอามาแนะในเรื่องราวในครั้งนี้เพราะได้คิดว่าคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังก็อาจจะเคยฟังผ่านๆหูกันมาบ้างแล้วหรือไม่คุณผู้ชมก็อาจจะเคยได้รับรู้กันมาบ้างแล้วเป็นบางส่วนและในส่วนของเครื่องรางของขลังที่ได้กล่าวมาในทั้งหมดนี้บางอย่างก็อาจจะไม่มีคนได้คิดด้วยซ้ำ

ว่าของสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรางของขลังได้ความขลังจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อหรือศรัทธามากแค่ไหนดังพุทธสุภาษิตได้กล่าวไว้ว่า อตฺตา หเว ชิต เสยฺโย ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า

ตำนานผีปอบ

 ผีปอบเป็นผีที่คนทางแทบทางภาคอีสานเชื่อว่ามีอยู่จริง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลือและยังคงเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้  

ว่ากันว่าผีปอบเป็นผีที่ชอบกินของดิบดิบและสดสด เป็นอาหาร พวกมันมักจะกินเข้าไปมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่อิ่ม หากมีสัตว์หรือคนตายแล้วมีเครื่องในหายไป ชาวบ้านมักจะคิดกันว่าสัตว์หรือคนที่ตายนั้นถูกผีปอบกินจนตาย

และในคนที่เป็นผีปอบเอง เมื่อโดนผีปอบสิงอยู่เป็นเวลานานๆผีปอบ ที่สิงอยู่ในคนก็จะกินไตไส้พุงของคนที่มันสิงหมดแล้วคนคนนั้นก็จะถึงแก่ความตายและผีปอบก็จะไปรา่งใหม่แทน และสำหรับคนที่โดนผีปอบกินจะมีอาการนอนหลับตายเฉยๆโดยชาวบ้านว่ากันว่าเป็นอาการของการไหลตาย ผีปอบมีเกิดมาจากคนที่เล่นของ เล่นอาคมวิชาแล้วทำผิดกฎข้อห้าม หรือที่คนอีสานเรียกกันว่า ขะลำ

ซึ่งหากใครที่ทำผิดกฎข้อห้ามหรือผิดครู วิญาณของบรมครูจะมีการลงโทษคนที่เล่นวิชาเหล่านั้นด้วยการทำให้เป็นผีปอบ  สำหรับผีปอบอีกรูปแบบหนึ่งก็คือคนที่มีวิชาอาคมแต่ใช้เป็นส่วนใหญ่ มักจะใช้อาคมไปทำร้ายคนอื่นแล้วอาคมของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแล้วกลายเป็นผีปอบในที่สุด

สำหรับผีปอบนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ผีปอบที่สืบทอดกันมาจากทางเชื้อสาย โดยติดต่อกันมาทางน้ำลายซึ่งปอบกลุ่มนี้จะไม่ค่อยดุร้าย และไม่ชอบการสุงสิงกับใคร ซึ่งในสมัยโบราณหากบ้านไหนไม่ยอมเข้าไปสังสรรค์กับคนอื่นมักจะถูกมองว่าเป็นปอบ ส่วนอีกปอบหนึ่งนั้นก็คือ กลุ่มคนที่มีวิชาอาคมแล้วนำมาใช้ในทางที่ผิดจึงทำให้วิชาอาคมนั้นเข้าตัวและกลายเป็นปอบในที่สุดซึ่งประเภทนี้จะมีความดุร้ายน่ากลัว และยังมีปอบเลี้ยงซึ่งประเภทนี้จะเกิดจากการสร้างขึ้นมาของผู้มีวิชาอาคมโดยสร้างขึ้นมา

เพื่อให้มาเป็นบริวารประเภทนี้จะเป็นปอบที่ไม่ดีและปอบชนิดนี้จะต้องมีการหาของมาให้กินอย่าได้ขาด หากไม่เอาของกินมาเลี้ยงมัน มันจะทำร้ายเจ้าของที่เลี้ยงดูมัน ปอบชนิดนี้มีนิสัยดุร้ายน่ากลัว พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในหุ่นหรือในกรวยดอกไม้ ลักษณะของคนที่ผีปอบเข้าสิงนั้นบางคนจะมีนิสัยดุร้ายน่ากลัวแต่บางคนก็มักจะหลบตัวอยู่

แต่ในบ้านไม่ไปสุงสิงกับใครนอนซมอยู่ตลอดทั้งวันซึ่งแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าผีปอบชนิดไหนเข้าสิง การขับไล่ปอบนั้นชาวบ้านในสมัยโบราณมักจะมีผู้ที่มีคาถาอาคมมาช่วยขับได้โดยจะใช้เป็นหวายลงอาคมใช้ตรีไล่ปอบซึ่งถ้าเกิดว่าปอบออกจากร่างไปร้อยหวายที่อยู่บนหลังของคนที่เคยถูกผีปอบเข้าสิงก็จะหายไปด้วย

ในปัจจุบันถึงแม้ว่าเราจะไม่พบเห็นว่าใครมีอาการคนเป็นปอบแต่ก็ยังมีการเล่าขานถึงผีปอบให้เด็กๆและคนรุ่นหลังได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

ตำนานนางคนครัวเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

   มีเรื่องเล่าขานมานานนมถึงเด็กสาวคนนึงที่แต่เดิมที่บ้านมีฐานะร่ำรวยแต่เมื่อแม่ได้เสียชีวิตลงไปพ่อก็มีภรรยาใหม่ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อนั้นก็มีลูกสาวติดมาด้วยอีก 2 คนแล้วต่อมาไม่นานพ่อของหญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงไป

ทำให้หญิงสาวต้องอยู่กับแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงของนางทั้งสองคนจากเดิมที่มีชื่ออันไพเราะสะสวยกับถูกเรียกขานใหม่ว่าเป็นนางซินเดอเรลล่าหญิงสาวก้นครัว ซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงในบ้านของตนเอง

ซึ่งแม่เลี้ยงได้ฮุบมรดกของซินเดอเรลล่าทั้งหมด และเลี้ยงดูซินเดอเรลล่าเหมือนกับสาวใช้เพราะเธอต้องทำงานบ้านเองทุกอย่างโดยที่แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองคนทำตัวสบายเหมือนกับเป็นนายจ้างอยู่มาวันหนึ่งทางพระราชวังได้มีการประกาศให้มีการเชิญชวนหญิงสาวที่ยังไม่มีพันธะกับชายใดเป็นหญิงสาวที่โสดไปงานเลี้ยงในปราสาทราชวังแม่เลี้ยงได้พาพี่สาวทั้งสองคนของเธอเดินทางเข้าไปที่ปราสาทเพื่อหวังจะได้เต้นรำกับเจ้าชายและได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชาย

แต่ในขณะเดียวกันติดกันให้ซินเดอเรลล่าอยู่แต่ในบ้านและทำงานบ้านหากทำงานบ้านไม่เสร็จเธอก็ไม่สามารถไปไหนได้แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบปัญหาใหม่อีกว่าเธอไม่มีชุดที่จะสวมใส่ไปในงานและนั่นเองทำให้มีนางฟ้าใจดีลงมาช่วยเหลือเธอ ด้วยการใส่ชุดให้เธอสวมใส่รองเท้าแก้วให้เธอใส่ไปงานรวมถึงเสกรถฟักทองเธอไปยังปราสาทราชวัง

และเมื่อเธอเข้าไปในงานเจ้าชายก็หลงเสน่ห์เธอและเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนที่นางฟ้านัดกับซินเดอเรลล่าให้รีบกลับบ้านเพราะหลังเที่ยงคืนไปแล้วเธอจะกลายร่างเป็นนางก้นครัวเหมือนเดิมทำให้ซินเดอเรลล่าต้องรีบวิ่งออกมาจากประสาทและสะดุดล้มตรงบันไดมีผลให้รองเท้าข้างนึงของเธอตกอยู่รุ่งเช้าเจ้าชายจึงได้ให้ทหารออกติดตามหาเธอจนไปถึงบ้านของแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่าและในที่สุดเจ้าชายก็ได้พบกับซินเดอเรลล่าและแต่งงานกันในที่สุดตำนานของซินเดอเรลล่าเป็นตำนานเล่าขานถึงความรักอันยิ่งใดที่เจ้าชายมีต่อซินเดอเรลล่าถึงแม้จะเหลือ

แค่รองเท้าข้างเดียวให้ดูต่างหน้า เจ้าชายก็พยายามติดตามหาตัวเจอหน้าหญิงที่รักจนพบและสามารถได้ครองคู่กันนิทานเรื่องนี้เป็นนิทานในตำนานที่เด็กๆชื่นชอบกันเป็นอย่างมากหากพ่อแม่เล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนอนเด็กๆส่วนใหญ่ก็จะนอนหลับฝันดีนิทานเรื่องนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายต่อหลายครั้ง

รวมถึงวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเรียกว่าถึงแม้จะผ่านมากว่า50 ปี แต่งนิทานเรื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็นนิทานอมตะของวอลดิสนี่เลยทีเดียว นิทานเรื่องนี้ยังอยู่ในใจของใครหลายๆคนรวมถึงเด็กๆในปัจจุบันก็ยังต้องหาซื้อนิทานเรื่องนี้มันอ่านกันทุกคน 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนมาจาก  rb88