ตำนานผีปอบ

 ผีปอบเป็นผีที่คนทางแทบทางภาคอีสานเชื่อว่ามีอยู่จริง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลือและยังคงเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้  

ว่ากันว่าผีปอบเป็นผีที่ชอบกินของดิบดิบและสดสด เป็นอาหาร พวกมันมักจะกินเข้าไปมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่อิ่ม หากมีสัตว์หรือคนตายแล้วมีเครื่องในหายไป ชาวบ้านมักจะคิดกันว่าสัตว์หรือคนที่ตายนั้นถูกผีปอบกินจนตาย

และในคนที่เป็นผีปอบเอง เมื่อโดนผีปอบสิงอยู่เป็นเวลานานๆผีปอบ ที่สิงอยู่ในคนก็จะกินไตไส้พุงของคนที่มันสิงหมดแล้วคนคนนั้นก็จะถึงแก่ความตายและผีปอบก็จะไปรา่งใหม่แทน และสำหรับคนที่โดนผีปอบกินจะมีอาการนอนหลับตายเฉยๆโดยชาวบ้านว่ากันว่าเป็นอาการของการไหลตาย ผีปอบมีเกิดมาจากคนที่เล่นของ เล่นอาคมวิชาแล้วทำผิดกฎข้อห้าม หรือที่คนอีสานเรียกกันว่า ขะลำ

ซึ่งหากใครที่ทำผิดกฎข้อห้ามหรือผิดครู วิญาณของบรมครูจะมีการลงโทษคนที่เล่นวิชาเหล่านั้นด้วยการทำให้เป็นผีปอบ  สำหรับผีปอบอีกรูปแบบหนึ่งก็คือคนที่มีวิชาอาคมแต่ใช้เป็นส่วนใหญ่ มักจะใช้อาคมไปทำร้ายคนอื่นแล้วอาคมของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแล้วกลายเป็นผีปอบในที่สุด

สำหรับผีปอบนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ผีปอบที่สืบทอดกันมาจากทางเชื้อสาย โดยติดต่อกันมาทางน้ำลายซึ่งปอบกลุ่มนี้จะไม่ค่อยดุร้าย และไม่ชอบการสุงสิงกับใคร ซึ่งในสมัยโบราณหากบ้านไหนไม่ยอมเข้าไปสังสรรค์กับคนอื่นมักจะถูกมองว่าเป็นปอบ ส่วนอีกปอบหนึ่งนั้นก็คือ กลุ่มคนที่มีวิชาอาคมแล้วนำมาใช้ในทางที่ผิดจึงทำให้วิชาอาคมนั้นเข้าตัวและกลายเป็นปอบในที่สุดซึ่งประเภทนี้จะมีความดุร้ายน่ากลัว และยังมีปอบเลี้ยงซึ่งประเภทนี้จะเกิดจากการสร้างขึ้นมาของผู้มีวิชาอาคมโดยสร้างขึ้นมา

เพื่อให้มาเป็นบริวารประเภทนี้จะเป็นปอบที่ไม่ดีและปอบชนิดนี้จะต้องมีการหาของมาให้กินอย่าได้ขาด หากไม่เอาของกินมาเลี้ยงมัน มันจะทำร้ายเจ้าของที่เลี้ยงดูมัน ปอบชนิดนี้มีนิสัยดุร้ายน่ากลัว พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในหุ่นหรือในกรวยดอกไม้ ลักษณะของคนที่ผีปอบเข้าสิงนั้นบางคนจะมีนิสัยดุร้ายน่ากลัวแต่บางคนก็มักจะหลบตัวอยู่

แต่ในบ้านไม่ไปสุงสิงกับใครนอนซมอยู่ตลอดทั้งวันซึ่งแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าผีปอบชนิดไหนเข้าสิง การขับไล่ปอบนั้นชาวบ้านในสมัยโบราณมักจะมีผู้ที่มีคาถาอาคมมาช่วยขับได้โดยจะใช้เป็นหวายลงอาคมใช้ตรีไล่ปอบซึ่งถ้าเกิดว่าปอบออกจากร่างไปร้อยหวายที่อยู่บนหลังของคนที่เคยถูกผีปอบเข้าสิงก็จะหายไปด้วย

ในปัจจุบันถึงแม้ว่าเราจะไม่พบเห็นว่าใครมีอาการคนเป็นปอบแต่ก็ยังมีการเล่าขานถึงผีปอบให้เด็กๆและคนรุ่นหลังได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

ตำนานนางคนครัวเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

   มีเรื่องเล่าขานมานานนมถึงเด็กสาวคนนึงที่แต่เดิมที่บ้านมีฐานะร่ำรวยแต่เมื่อแม่ได้เสียชีวิตลงไปพ่อก็มีภรรยาใหม่ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อนั้นก็มีลูกสาวติดมาด้วยอีก 2 คนแล้วต่อมาไม่นานพ่อของหญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงไป

ทำให้หญิงสาวต้องอยู่กับแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงของนางทั้งสองคนจากเดิมที่มีชื่ออันไพเราะสะสวยกับถูกเรียกขานใหม่ว่าเป็นนางซินเดอเรลล่าหญิงสาวก้นครัว ซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงในบ้านของตนเอง

ซึ่งแม่เลี้ยงได้ฮุบมรดกของซินเดอเรลล่าทั้งหมด และเลี้ยงดูซินเดอเรลล่าเหมือนกับสาวใช้เพราะเธอต้องทำงานบ้านเองทุกอย่างโดยที่แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองคนทำตัวสบายเหมือนกับเป็นนายจ้างอยู่มาวันหนึ่งทางพระราชวังได้มีการประกาศให้มีการเชิญชวนหญิงสาวที่ยังไม่มีพันธะกับชายใดเป็นหญิงสาวที่โสดไปงานเลี้ยงในปราสาทราชวังแม่เลี้ยงได้พาพี่สาวทั้งสองคนของเธอเดินทางเข้าไปที่ปราสาทเพื่อหวังจะได้เต้นรำกับเจ้าชายและได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชาย

แต่ในขณะเดียวกันติดกันให้ซินเดอเรลล่าอยู่แต่ในบ้านและทำงานบ้านหากทำงานบ้านไม่เสร็จเธอก็ไม่สามารถไปไหนได้แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบปัญหาใหม่อีกว่าเธอไม่มีชุดที่จะสวมใส่ไปในงานและนั่นเองทำให้มีนางฟ้าใจดีลงมาช่วยเหลือเธอ ด้วยการใส่ชุดให้เธอสวมใส่รองเท้าแก้วให้เธอใส่ไปงานรวมถึงเสกรถฟักทองเธอไปยังปราสาทราชวัง

และเมื่อเธอเข้าไปในงานเจ้าชายก็หลงเสน่ห์เธอและเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนที่นางฟ้านัดกับซินเดอเรลล่าให้รีบกลับบ้านเพราะหลังเที่ยงคืนไปแล้วเธอจะกลายร่างเป็นนางก้นครัวเหมือนเดิมทำให้ซินเดอเรลล่าต้องรีบวิ่งออกมาจากประสาทและสะดุดล้มตรงบันไดมีผลให้รองเท้าข้างนึงของเธอตกอยู่รุ่งเช้าเจ้าชายจึงได้ให้ทหารออกติดตามหาเธอจนไปถึงบ้านของแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่าและในที่สุดเจ้าชายก็ได้พบกับซินเดอเรลล่าและแต่งงานกันในที่สุดตำนานของซินเดอเรลล่าเป็นตำนานเล่าขานถึงความรักอันยิ่งใดที่เจ้าชายมีต่อซินเดอเรลล่าถึงแม้จะเหลือ

แค่รองเท้าข้างเดียวให้ดูต่างหน้า เจ้าชายก็พยายามติดตามหาตัวเจอหน้าหญิงที่รักจนพบและสามารถได้ครองคู่กันนิทานเรื่องนี้เป็นนิทานในตำนานที่เด็กๆชื่นชอบกันเป็นอย่างมากหากพ่อแม่เล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนอนเด็กๆส่วนใหญ่ก็จะนอนหลับฝันดีนิทานเรื่องนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายต่อหลายครั้ง

รวมถึงวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเรียกว่าถึงแม้จะผ่านมากว่า50 ปี แต่งนิทานเรื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็นนิทานอมตะของวอลดิสนี่เลยทีเดียว นิทานเรื่องนี้ยังอยู่ในใจของใครหลายๆคนรวมถึงเด็กๆในปัจจุบันก็ยังต้องหาซื้อนิทานเรื่องนี้มันอ่านกันทุกคน 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนมาจาก  rb88