ตำนานคุกเกาหลีเหนือ

รู้กันหรือไม่ว่าของที่เรานั้นใช้กันอยู่ในบางอย่างมันอาจจะเป็นผลผลิตมาจากนักโทษเกาหลีเหนือการส่งเสริมอาชีพในคุกก็เป็นหนึ่งสิ่งที่จะทำให้นักโทษไม่ต้องรู้สึกเศร้าไปกับวันเวลาที่เปล่าประโยชน์ในคุก

ซึ่งคุกที่ได้ขึ้นชื่ออย่างคุกเกาหลีเหนือเองเขาก็มีนโยบาลที่ไม่ทำให้นักโทษต้องนอยเช่นกันว่ากันว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมของเกาหลีเหนือมาจากแรงงานของนักโทษล้วนๆวันนี้เราจะมาพูดถึงโรงงานนกรในเกาหลีเหนือกัน

โดยสถานที่แห่งนี้จะไม่มีค่าจ้างต่ำวันหยุดน้อยสวัสดีการห่วยเพราะว่ามันไม่มีเลยแต่ทว่าสถานที่แห่งนี้เขาจะมอบเครื่องประดับงามๆสวยๆให้แก่นักโทษไม่ว่าจะเป็นรอยแผลจากการถูกตีรอยฟองช้ำจากการเตะต่อย

ส่วนสวัสดิการที่เหล่าพวกนักโทษจะได้รับนั้นก็จะเป็นวันหยุดพักร้อนที่ยาวเลยใน ฮวงซุ้ย เอาเป็นว่าเราไปดูกันว่านักโทษจะทำงานสนุกกันแค่ไหนที่โรงงานนรกแห่งนี้แล้วเขาจะมีอาชีพอะไรให้เขาทำกันบ้าง

สำหรับอาชีพแรกนั้นก็คืองานฝีมือรู้หรือไม่ว่าสินค้าที่ส่งออกหลายๆของเกาหลีเหนือที่พวกเราใช้กันอย่างเช่นเสื้อโค้ทกันหนาวเสื้อผ้าเด็กดอกไม้ปล่อยเสื้อยกทรงและยังรวมไปถึงพวกข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่เราได้ใช้กันในราคาถูกๆอย่างเช่นไม้กวาดไม้ถูกหรือแปรงชนิดต่างๆมันมีบางส่วนที่ได้ผลิตมาจากแรงงานของนักโทษเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้เมื่อได้เห็นสภาพของเกาหลีเหนือก็จะนึกถึงสาวโรงงานที่จะต้องนั่งเย็บผ้าจนปวดขานี่ก็คือสภาพของนักโทษหญิงส่วนใหญ่ที่อยู่ในเกาหลีเหนือแต่สิ่งที่ได้ต่างไปจากสาวโรงงานก็คือพวกเขานั้นจะไม่ได้กินหมูปิ้งแล้วก็จะไม่ได้ค่าจ้างเลย

ซึ่งนักโทษแต่ละคนเหล่านั้นก็จะมีจำนวนของที่จะต้องผลิตให้ได้ในแต่ละวันตามคำสั่งของผู้คุมและข้างๆตัวของนักโทษก็จะมีกาละมังที่ใส่น้ำไว้ขนาดใหญ่เพื่อให้นักโทษได้ล้างมือบ่อยๆกับผ้าสีขาวที่นักโทษส่วนใหญ่วางเอาไว้ตรงตักเพื่อเอาไว้เช็ดมือไม่ให้มือที่เปื้อนไปปนเปื้อนในของที่พวกเขานั้นจะทำการผลิต

โดยทั้งหมดนี้ก็คือเบื้องหลังที่สวยงามก่อนที่จะถูกส่งออกไปนอกประเทศและด้วยความที่จะต้องเร่งทำงานเพื่อให้ทันเส้นตายนักโทษเหล่านี้ก็จะทำงานกินข้าวแล้วก็จะต้องนอนกันในห้องนั้นเลยบางทีถ้าเกิดมีออเดอร์มากๆงานเร่งสุดเขาก็จะต้องทำงานยาวถึงตีหนึ่งตีสองและจะได้อนุญาตใหนอนเพียงแค่2-4ชั่วโมง

ก่อนที่นักโทษหญิงเหล่านี้จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาให้เย็บให้ขาปวดกันต่อด้วยการนอนน้อยชนิดนี้เองก็ได้ทำได้บบ่อยครั้งที่นักโทษจะเผลอหลับไปในขณะที่ทำงานแต่พวกเธอก็ต้องสะดุงตื่นเพราะนิ้วมือของนางทั้งหลายได้ถูกเครื่องเย็บผ้าดูดมือเข้าไป

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี

วันเลิกทาส 

เราเชื่อว่าวันนี้ประเทศไทยของเราคงจำกันได้ดีโดยที่ตรงกับวันที่ 1 ของเมษายนในทุกๆปี ซึ่งคนไทยจะค่อนข้างที่จะจำได้ดีเกี่ยวกับวันเหล่านี้เพราะว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญ ที่จารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย โดยเป็นพระราชกรณียกิจ ที่มีความสำคัญ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และนั่นก็คือวันเลิกทาสของเรานั่นเอง 

วันเลิกทาสถือได้ว่าเป็นวันที่ได้มีการยกเลิกเกี่ยวกับ ระบบที่เราชนชั้นสูงและมีคำการตั้งขึ้น เพื่อเป็นการกดขี่ชาวบ้านให้เป็นการรับใช้พวกเขา หรือเป็นการทำงานแม้กระทั่งส่งทรัพย์สินส่วนตัวให้ โดยไม่มีกำหนดว่าจะมีการสิ้นสุดเมื่อไหร่ 

จะเห็นได้ว่าการเลิกทาสนั้น มีการเกิดขึ้นในแผ่นดินรัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั่นแหละคือรัชกาลที่ 5 ของเรานั่นเอง โดยจะเห็นได้ว่าไทยของเรานั้นมีมากจริงๆ ซึ่งแพทย์จะมากกว่า 1 ใน 3 ของลับของพลเมืองที่อยู่ภายในประเทศเสียด้วยซ้ำ จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากการที่พ่อแม่และเป็นภาพนั้น จะเป็นการส่งผลให้ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาส ส่งผลต่อให้พวกเขากลายเป็นท่าต่อไปเรื่อยๆ 

ด้วยความลำบากที่เราเห็นนั้นพวกธาตุต่างๆจะต้องทำการหาเงินเพื่อมาเป็นการไถ่ตัวเอง ถ้าหากไม่มีเงินมาไถ่ตัวเองได้ก็จะกลายเป็นทาสไปตลอดชีวิตหรือจนกระทั่งที่จะหาเงินมาขายชีวิตของตัวเองได้ ซึ่งกฎหมายถือว่ามีค่าตัวอยู่ในขณะนั้น โดยภายหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ถ้าขึ้นว่าจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงประกาศ พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาส พี่เป็นลูกไทยโดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ. ศ. 2417 ส่งได้แก้เกี่ยวกับ ค่าตัวของภาพในสมัยนั้นเสียใหม่ 

โดยเริ่มมีการลดลงตั้งแต่ผู้ที่มีอายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดอายุเป็นทาสเมื่ออายุได้ 20 ปี ซึ่งถ้าหากอายุได้ 21 ปีแล้วก็ ภาพเหล่านั้นก็จะกลายเป็นอิสระไปเลย เรื่องราวเหล่านี้มีผลตั้งแต่พศ. 2411 เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังมีประกาศไม่ให้ขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไปให้เข้ามาเป็นทาสรับใช้อีกด้วย

ต่อมาในปี 2488พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงออกพระราชบัญญัติอีกรอบส่งให้ยกเลิกการเลิกทาส ร.ศ. 124  โดยมีการประกาศให้ลูกทาสของทุกคนเป็นไทย เหตุการณ์นี้ได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ 2448 โดยธาตุประเทศอื่นหรือทาสที่ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยนั้น ส่งประกาศให้ลดค่าตัวโดยประมาณเดือนละ 4 บาทด้วยกัน นับตั้งแต่เดือนเมษายนนั้นเป็นต้นมา

นอกจากนั้นก็ยังคงทรงออกพระราชบัญญัติ เพื่อป้องกันบุคคลที่เป็นไทยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นกลับไปเป็นทาสอีกครั้ง เพลงทหารผ้าเหล่านั้นจะเปลี่ยนเจ้านาย ก็ต้องมีการระบุไว้ว่าไม่ให้มีการขึ้นค่าตัว แปลว่าถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีของคนไทยซึ่งมีการประกาศการเลิกทาสเหล่านี้ถือได้ว่าทำให้คนไทยนั้นมีชีวิตที่ค่อนข้างจะดีขึ้นนับจากนั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62

ยุคสมัยขอมโบราณ

เมื่อาณาจักรเจนละได้เสียทีให้แก่ชวา จากนั้นกษัตริย์ชวาก็ได้มีการแต่งตั้งพระเจ้าชัยวรมันที่2เป็นเจ้าโดยได้ขึ้นตรงต่อชวาแต่พระเจ้าชัยวรมันที่2นั้นพระองค์ได้กลับตั้งพระองค์ให้เป็นอิสระและได้รวบรวมอำนาจให้เป็นแผ่นอีกครั้งแล้วไปปลดแอกจากชวา

เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่2ไปรวมอำนาจเป็นปึกแผ่นแล้วจากนั้นท่านก็ได้สร้างพระนครหลวงขึ้นที่บริเวณทะเลสาบเขรม

ซึ่งในสมัยนครหลวงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุดอย่างประวัติศาสตร์ขอมหรือเขรมโบราณเป็นระยะที่วางรากฐานการปกครองที่กษัตริย์มีอำนาจดุจพระเจ้าหรือเทวะราชาได้มีการจัดระบบชลประทานที่มีขนาดใหญ่และได้กำหนดศิลาปะกรรมการก่อสร้างขนาดใหญ่จงถือว่าเป็นศิลปะกรรมที่ได้มีคุณค่าอย่างยิ่ง

นอกจากนี้นักประวัติศาสตร์ได้สันนิฐานว่าในสมัยที่ขอมรุ่งเรือนมีบริเวณที่อยู่ภายใต้การปกครองอาณาจักรสมัยนี้ก็คือประเทศกัมพูชาในปัจจุบันตอนใต้ของเวียดนามภายใต้ของลาวและภาคตะวันออกของไทยจากบริเวณที่ลาบสูงโคราชลงไปจนถึงจันทบุรีส่วนดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นอาณาจักรทวาราวดี

ซึ่งในเขรมโบราณในสมัยนครหลวงในที่นี้เราจะขอแบ่งเป็น2ยุคที่มีความโด่งเด่นก็คือยุคเริ่มต้น (ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่10) กับ ยุครุ่งเรืองสูงสุด(ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่11-13) ส่วนในยุคเสื่อมนั้นจะไม่ค่อยมีอะไรสำคัญมากจะไม่ขอพูดอะไรมาก

สำหรับยุคเริ่มต้นก่อตัวเราจะกล่าวเฉพาะสมัยที่มีความสำคัญและได้มีผลงานเด่นเริ่มจากพระเจ้าชัยวรมันที่2ได้เป็นผู้รวบรวมอาณาจักรที่ได้ก่อตั้งนครหลวงแต่ก็ได้มีนักวิชาการได้สันนิฐานว่าพระองค์ไม่ได้เป็นผู้สร้างตัวเมืองพระนครจริงในสมัยของพระองค์นั้นได้มีบันทึกอยู่ในจารึกสลักกันทม

ซึ่งพระองค์นั้นได้เริ่มราชการของพระองค์ด้วยการสร้างเมืองหลวงได้ให้ชื่อว่า “อินทรปุระ” พระองค์ยังได้ให้พราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ “ศิวไกวัลย์” มารับราชการกับพระองค์และได้วางรากฐานการปกครองที่กษัตริย์อยู่ในฐานะอันสูงส่งที่เรียกว่า”เทวราชา” ถือว่ากษัตริย์นั้นเป้นภาคหนึ่งของพระศิวะ

ด้วยอำนาจอันศักดิ์สิทธิของพระศิวะให้มาสถิตอยู่ในกษัตริย์โดยได้ใช้พราหมณ์ผู้เป็นพิธีในศาสนานิยมสร้างศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์แทนพระศิวะและก็เป็นสัญลักษณ์แทนบุคลิกภาพของกษัตริย์ผู้สร้างนั้นด้วย

เนื่องจากนี้ก็ยังได้มีการเชื่อมั่นว่าอาณาจักรจะมั่นคงเป็นปึกแป่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำพิธีบูชาศิวลึงค์ได้อย่างถูกต้องหรือไม่วิหารที่ประดิษฐานศิวลึงค์นั้นก็จะต้องไปสร้างบนเนินเขาถ้าไม่มีเนินเขาตามธรรมชาติก็จะต้องจัดสร้างเนินเขาจำลองขึ้นมาแทนบนยอดวิหารนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรและของจักรวาลอีกด้วย

ตำนานของเหมาเจ๋อตงพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศจีน

สำหรับเรื่องของผู้ชายคอมมิวนิสต์ที่ประเทศจีนนั้นจะต้องรักเดียวใจเดียวรักครอบครัวเป็นพ่อที่ดีไม่เที่ยวผู้หญิงไม่มีเมียน้อยตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่ออุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์เราต้องเข้าใจด้วยว่าการเลือกคู่ครองของคนในพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำได้ตามใจชอบทุกๆอย่าง

นี่จะต้องได้รับการผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากกรรมการพรรคเพราะการแต่งงานนั้นไม่ใช่เรื่องของคนสองคนแต่เป็นเรื่องของความวัฒนาสถาพรของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์จะแต่งจะหย่าไม่ใช่นึกจะทำก็ได้

ประธานเหมาเจ๋อตงนี่ แต่งงานครั้งที่3 เพราะ ภรรยาคนที่1และคนที่2เสียชีวิตไม่ได้เลิกกันคราวนี้พอได้มีกิ๊กและต้องการจะแต่งงานกับกิ๊กกรรมการพรรคก็ปวดหัวและก็ไม่เห็นด้วยอย่างหนักเพราะว่านี่คือประธานพรรคต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีสิ 

นอกจากนี่ด้านภรรยาคนที่3ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นสุดยอดตัวอย่างของผู้หญิงคอมมิวนิสต์ที่ดีอีกต่างหากไม่ได้มีความผิดอะไรเลยทำแบบนี้ไม่ได้แค่นั้นยังไม่พอตัวก๊กเองหรือว่า เจียงชิงก็เป็นผู้หญิงที่ผิดจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มากๆคือได้เป็นนางเอกนครมีไลฟ์สไตล์แบบBourgeoisแบบนายทุนมากๆมาก่อนแล้วก็ยังได่มาวอแวกับผู้ชายที่มีเมียอยู่แล้วอย่างออกนอกหน้าอีกต่างหากแบบนี้คือผิดมากๆ

แต่ก็อย่างว่าเรื่องแบบนี้เคยมีใครห้ามกันได้ไหมสุดท้ายทางพรรคก็เลยยอมให้เหมาหย่าเมียคนที่3แต่ว่าก็มีข้อแม้อยู่หลายอย่างนั่นคือการแต่งงานครั้งที่4ต้องให้โลว์โปรไฟล์ที่สุดเจียงชิงจะไม่มีฐานะเป็นสุดภาพสตรีหมายเลข1ห้ามออกงานคู่กัน ห้ามร่วมประชุมพรรค ห้ามออกสื่อคู่กัน เป็นเวลา30ปี นี่มันเมียเก็บชัดๆก็ไม้แปลงถ้าเผื่อว่าเราเป็นเจียงชิงเราว่าเราย่าจะไม่โอเคพอสมควรเลยที่ถูกแก๊งผู้ชายรอบตัวแฟนมากะเกณฑ์ชีวิตมีสิทธิ์อะไรมาห้ามนั่นห้ามนี่ทำเหมือนว่าฉันเป็นตัวปัญหาน่ารังเกียจอะไรบางอย่าง

ซึ่งในความแค้นนี้ก็ยังต้องถูกเก็บงำเอาไว้เพราะว่าตอนนั้นเจียงชิงเองก็ไม่ได้อำนาจอิทธิพลใดๆนอกจากอิทธิพลเหนือเหมาเจ๋อตงที่ยังได้เป็นหัวหน้าทางฝ่ายกบฏยังยึดประเทศจีนไม่สำเร็จเป็นหัวหน้ากลุ่มการเมืองที่ถูกรัฐบาลไล่ล่าแต่ต่อมาอีกไม่กี่ปีหลายอย่างก็เปลี่ยนไป

ในปี1949พรรคคอมมิวนิสต์ได้ชนะสงครามกลางเมือง นายพลเจียงไคเช็คลี้ภัยไปตั้งรัฐบาลที่ไต้หวันเหมาเจ๋อตงประกาศตั้งสาธารณารัฐประชาชนจีนและได้กลายมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศใหม่และแม้ว่าจะเพิ่งตั้งประเทศจีนใหม่ก็ยังต้องทำสงครามใหญ่ๆอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะสงครามเกาหลีซึ่งต้องเรียกว่าเป็นชัยชนะที่งดงามของสาธารณะรัฐประชาชนจีนเพราะสามารถคงไว้ซึ่งระบอบคอมมิวนิสต์ในเกาหลีเหนือเรียกได้ว่ารบไม่แพ้สหรัฐอเมริกาว่าอย่างนั้นเถอะ

เขื่อนสามผาใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

สำหรับเขื่อนนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กั้นขวางทางน้ำเพื่อใช้ในการกั้นเก็บน้ำและป้องกันอุทกภัยรวมไปถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งมากกว่าครึ่งแม่น้ำสายหลักทั่วโลกจะมีเขื่อนกั้นน้ำเอาไว้เพื่อนำเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเขื่อนที่จัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก 

เขื่อนสามผา ของประเทศจีนได้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกลักษณะของเขื่อนได้เป้นเขื่อนคอนกรีตถ่วงน้ำหนักกั้นขวางแม่น้ำแยงซีซึ่งต่อไปเราจะขอเรียกกันสั้นๆว่าเขื่อนสามผา

ซึ่งเขื่อนสามผานั้นถือได้ว่าเป็นเขื่อนแรกของประเทศจีนที่มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษและชื่อเต็มของโรคงการสร้างเขื่อนนี้คือ Three Gorges multipurpose water control project หรือเราจะเรียกกันสั้นๆว่า Three Gorges Damซึ่งได้มีประวัติในการก่อสร้างที่ยาวนานตั้งแต่สมัย ดร. ซุน ยัตเซ็น ในปีพุทธศักราช2462และได้เริ่มมีการศึกษาโครงการ

เมื่อปีพุทธศักราช2473สภาประชาชนลงมติวให้สร้างได้ในปีพุทธศักราช2535ในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี หลี เผิง คนที่4 แต่ทว่ากว่าเขื่อนแห่งนี้จะผ่านการอนุมัติจากสภาประชาชนจริงๆและได้มีการก่อสร้างอย่างเป็นรูปประธรรมเมื่อปี2547แล้ว

เสร็จในปี2554ได้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นแล้วประมาณ7ปีแต่ในส่วนที่ได้มีการก่อสร้างนั้นเจ้านายที่จะต้องจ้างคนที่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนกว่า20,000คนเพื่อที่จะได้สร้างเขื่อนให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ได้กำหนดได้มีทุนในการสร้างกว่า30,000ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ1.2ล้านล้านบาท

วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างนั้นเพื่อจะนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลักและเพื่อป้องกันน้ำท่วมซึ่งในขณะที่ได้ทำการสร้างเขื่อนอยู่นั้นได้มีผู้อพยพจากน้ำท่วมบริเวณโดยรอบประมาณ1.35ล้านคนตัวเขื่อนั้นได้มีความกว้างประมาณ2,309เมตรมีความสูง185เมตร

โดยมีเครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าจำนวน26ตัวเพื่อทำการสร้างไฟฟ้ากว่า1,820kwต่อชั่วโมงวัตถุที่ได้ใช้ในงานก่อสร้างประกอบไปด้วยซีเมนส์กว่า10.8ล้านตันเหล็กเส้นกว่า1.9ล้านต้นและไม้แบบกว่า1.6ล้านตันได้เปนเขื่อนที่มีขนาดใหญ่กว่า เขื่อนฮูเวอร์ ซึ่งได้เป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในอเมริกากลางเกือบ10เท่ามีพื้นที่รับน้ำกว่า1ล้าน ตร.กม.หรือประมาณ2เท่าของประมาณพื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมดอาคารระบายน้ำล้นสามารถระบายน้ำได้สูงสุดกว่า116,000ลบ.ม./วินาที 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ของประเทศจีนได้เชื่อว่าเขื่อนเหล่านี้จะสามารถขจัดปัญหาหลักหลายอย่างของประเทศได้ทั้งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในอนาคตของประจีนรวมไปถึงการป้องกันน้ำท่วมที่แม่น้ำแยงซีที่ฆ่าคนไปมากกว่า1ล้านนคนในในช่วง1ร้อยปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้เป็นเส้นทางขนส่งยากว่า2,400กิโลเมตรให้กับเรือที่ขนส่งสินค้าเพื่อสามารถขนส่งสินค้าภายในประเทศอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88

ตำนานFrrancisco Pizarroบุกยึดชาวอินคาเพื่อต้องการทองคำ

ซึ่งที่ได้ทำให้ชาวอินคาได้มีความรุ่งเรืองมากที่สุดในตอนนั้นนั่นก็คือชาวอินคาได้เป็นชนเผ่าที่ได้ครอบครองทองบริสุทธิ์มากที่สุดในโลกนั่นเอง ซึ่งในตอนนั้นหลังจากที่Frrancisco Pizarroได้พบเจอกับชาวอินคาและชาวอินคาก็ได้มีความเชื่ออยู่หนึ่งอย่างนั่น

ก็คือพระผู้เป็นเจ้าหรือคนที่พวกเขาได้นับถือจะส่งคนที่มีผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่และมีหนวดเคาได้เข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับช่วยพัฒนาในด้านวัฒนธรรมเข้าในด้านนวัตกรรมหรือในด้านต่างๆที่จะทำให้ชนเผ่าของพวกเขานั้นได้มีความเจริญมากยิ่งขึ้น

เขาก็เลยได้คิดว่าFrrancisco Pizarroได้เป็นบุคคลที่พระเจ้าเป็นคนส่งมาแต่ในความเป็นจริงแล้วอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าFrrancisco Pizarroนั้นเขาต้องการที่จะเข้ามาทำการสำรวจพื้นที่และในยุคนนั้นมันได้เป็นยุคที่ได้เป็นการล่าอานานิคมฉะนั้นแล้วเป้าหมายของFrrancisco Pizarroที่เขาได้เข้าไปสำรวจในพื้นที่ตอนนั้นนั่นก็คือ

การเข้ามายึดพื้นที่หรือการล่าอนานิคม ซึ่งในตอนนั้นเองชาวเผ่าอินคาเขาก็ไม่ได้คิดอย่างงั้น เขาก็เลยได้จัดพิธีต้อนรับเป็นอย่างดีให้ทางFrrancisco Pizarroและทีมสำรวจของเขาได้เข้ามาในชนเผ่าและได้มีการเลี้ยงต้อนรับกันอย่างใหญ่โต ซึ่งFrrancisco Pizarroเขาก็ได้ตีเนียนทำเป็นว่าเรามาเป็นมิตรเรามาเพื่อที่จะช่วยเหลือ

แต่ในความเป็นจริงแล้วด้านFrrancisco Pizarroและทีมนักสำรวจของเขาเขากำลังจับตาจำนวนกำลังพลของคนชาวเผ่าอินคาและอาวุธที่ชาวอินคามีอยู่ว่า ถ้าเราได้กลับมาที่เมืองๆนี้อีกครั้งหนึ่งเราจะสามารถเข้าตีและเราจะสามารถสู้พวกเขาได้ไหมปรากฏว่าหลังจากที่ได้มีการสำรวจไปแล้ว

ชาวอินคามีจำนวนคนและอาวุธยุทโทปกรณ์น้อยกว่าของทีมFrrancisco Pizarroมาก จากนั้นFrrancisco Pizarroก็เลนมั่นใจว่า ถ้าเขาได้กลับมาอีกครั้งเขาจะสามารถยึดเมืองอินคาอยู่ในอนานิคมของชาวสเปนได้อย่างแน่นอนและในระยะเวลาหลังจากนั้นต่อมาที่Frrancisco Pizarroก็ได้กลับไปที่ฐานที่มั่นของตัวเอง

และได้กลับเข้ามาที่ชาวอินคาอีกครั้งจากนั้นFrrancisco Pizarroเขาก็ได้บุกเข้าโจมตีอีกครั้งอย่างที่ไม่รีรอและได้เข้ายึดเมืองอินคาจนสำเร็จพร้อมกับFrrancisco Pizarroได้ยึดตัวกษัตริย์ของชาวอินคานำมาเป็นตัวประกันเพื่อที่จะเรียกร้องค่าถอยอีกด้วย

โดยตรงนี้ตามข้อมูลแล้วเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าFrrancisco Pizarroเขาต้องการจำนวนทองคำจำนวนหนึ่งเขาก็เลยประกาศออกไปว่าถ้าพวกเจ้าต้องการกษัตริย์ของเจ้าคืนพวกเจ้าจะต้องนำเอาทองจำนวนหนึ่งมาให้กับข้าและข้าก็จะปล่อยกษัตริย์ของพวกเจ้าไป

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

ดาวปริศนาขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “แพลนเนท์ ไนน์” หรือ “ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า”

สัญญาณว้าว

ในเดือนสิงหาคม ของปี1977 มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตได้ทำการสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ถูกออกแบบมาให้สามารถจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลกโดยได้มีการตรวจจับสัญญาณวิทยุปริศนาไว้ได้ที่ความถี่1,420.46เมกกะเฮิร์ตความยาวประมาณ1นาที

โดยสัญญาณนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “สัญญาณว้าว“  แแม้ว่าหลายคนคาดหวังว่า สัญญาณนี้น่าจะมาจากมนุษย์ต่างดาวแต่จากข้อมูลที่ได้มา ในปี2016 โดนนักดาราศาสตร์นามว่า แอนโทนิโอ แพรีส  อาจจะสามารถระบุแหล่งที่มาที่แท้จริงได้จากตำแหน่งที่สัญญาณถูกส่งมาคาดว่าน่าจะเกิดจากดาวหางสองดวง

ที่ได้โคจรเข้ามาอยู่ในบริวณเดียวกับในระบบสุริยะพอดีจากนั้นจึงได้มีการเฝ้าสังเกตุการณ์ดาวหางทั้งสอง ซึ่งก็คือดาวหาง266PกับดาวP/2008Y2 และสามารถตรวจจับสัญญาณแบบเดียวกันกับที่เคยพบในปี1977ทางนักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดดาวหางมันสามารถทำให้เกิดเสียงเช่นนี้ได้แต่ เนื่องด้วยลักษณะของความถี่ของสัญญาณจึงได้คาดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นจากสัญญาณจากเมฆไฮโดรเจนนั่นเอง

นิคุ

ในปี2016ทางหอสังเกตการณ์Pan-STARRSที่ตั้งอยู่ในฮาวายสามารถตรวจพบความผิดปกติของวัตถุบางอย่างในระบบสุริยะโดยซึ่งนี้มันได้ถูกเรียกในชื่อ นิคุ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าวัตถุโพ้นดาวเนปจูน และเมื่อได้ดูจากแสงของมันคาดว่า นิคุ

มันอาจจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง125ไมล์เท่านั้นแต่สิ่งที่มันได้เป็นลักษณะเฉพาะและแปลกประหลาดของ นิคุ คือ การโคจรที่มีความเอียงจากระบบสุริยะถึง110องศา ซึ่งวัตถุในระบบสุริยะจะโคจรไปในทิศทางเดียวกันแต่การโคจรของ นิคุ กลับเป็นไปในลักษณะย้อนกลับหลายคนเห็น

ว่าการโคจรที่ยากจะอธิบายของ นิคุ นี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดของดาวปริศนาที่มีชื่อว่า “แพลนเนท์ ไนน์” หรือ “ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า”กล่าวว่าดาวปริศนาขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณขอบระบบสุริยะนี้จะโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลามาถึง10,00-20,000ปีเลยทีเดียว

แพลนเนท9

หากแพลนเนท9นั้นมันได้มีอยู่จริงๆสิ่งเหล่านี้มันจะมีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง10เท่าอีกทั้งยังโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์1,000เท่า โดยแพลนเนท9จะโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นลักษณะวงรี ซึ่งที่มาที่ไปของมันถือว่าเป็นเป้าหมายใหม่ที่หลายคนอยากรู้ความจริงมีอาสาสมัครกว่า60,000คนที่เข้าร่วมกับโครงการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย

โดยได้ร่วมกันระบุตำแหน่งของวัตถุจากภาพที่ภ่ายได้จากกล้องโทรทรรศน์สกายแมปเปอร์จากพิกัดท้องฟ้าที่เฝ้าสังเกตการณ์นั้นพบว่ากว่า90%เป็นดาวขนาดใกล็เคียงกับดาวเนปจูนแต่มีเพียง4ดวงที่มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นดาวที่กำลังมองหา ซึ่งดาวทั้ง4ดวงนั้นมีลักษณะที่บ่งชี้ว่าอาจจะกลายมาเป็นดาวขนาดใหญ่ดวงใหม่ของระบบสุริยะได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

คำสาปGrim The Reaper จะเกิดจริงๆในอนาคตบนโลกเราหรือเปล่า?

สำหรับเรื่องของGrim The Reaperเราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาแล้วว่ามันเป็นรู้แบบอะไรยังไง ซึ่งในตอนแรกพอเราได้ไปหาข้อมูลมาเราคิดว่ามันก็คงจะเป็นประวัติตำนานเกี่ยวกับเรื่องของภูผีปีศาจวิญญาณทั่วไป

แต่เอาจริงๆหาข้อมูลเข้าไปลึกเข้าไปเรื่อยๆมันจะมีเรื่องของตำนานที่ได้ทำนายถึงวันสิ้นโลก โลกจะแตก  วันพิพากษาของโลก เราเลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจแล้วก็นำเอามาเล่าให้ทุกคนได้ฟังพอสมควร

ถ้าหากเราพูดถึงภูผีวิญญาณบาปบุญคุณโทษเวรกรรมหรือแม้แต่สถานที่หลังความตายเราก็คงจะรับรู้กันมาบ้างแล้วว่ามันเป็นยังแล้วถ้าบอกว่าเรื่องพวกนี้มันได้อยู่คู่กับมนุษย์คนเราตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้าหากเราลองเข้าไปหาข้อมูลกันจริง เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะมีโครงที่ดูคล้ายๆกันแต่สถานที่และชื่อเรียกมันจะแตกต่างกันออกไป

ยกตัวอย่าง ศาสนาพุทธเราเวลาที่เราได้ตายลงไปแล้วถ้าเราทำบุญเราก็จะได้ขึ้นสวรรค์แต่ถ้าเราทำชั่วเรามีกรรมเยอะเราก็จะต้องลงนรกหรือศาสนาอื่นๆแม้แต่เราได้ตายไปถ้าเราทำดีเราก็จะได้ไปในสถานที่ดีๆในชีวิตหลังความตาย

แต่ถ้าเราทำชั่วเราก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรือเราอาจจะไปสถานที่หนึ่งที่มันไม่ใช่พบภูมิที่ดีสัดเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นทรงประมาณนี้กันหมดเลยแต่เรื่องตำนานความเชื่อเหล่านี้ทุกๆเรื่องมันจะมีเหมือนกันอยู่หนึ่งอย่างแน่ๆเลยคือพอเราได้ตายลงไปแล้ว

เราก็จะได้ประสบพบเจอกับหนึ่งๆสิ่ง ซึ่งสิ่งๆนั้นนั่นก็คือยมทูตนั่นเอง สำหรับยมทูตที่เราได้พูดถึงตรงนี้นั้นมันได้มีความหมายที่หลากหลายเยอะแยะมากมายแต่ถ้าเรากำจัดความโดยรวมมันก็คือวิญญาณที่จะมารับดวงจิตของเราไปหลังจากที่เรานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วและสิ่งๆนั้นมันจะเป็นคนพาเราไปตัดสิ้นหรือพาเราไปสถานที่หลังความตายว่าเราจะได้ไปสถานที่ไหน

ซึ่งยมทูตที่เราได้พูดถึงตรงนี้มันก็จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อของแต่ละพื้นที่อย่างของประเทศไทยเรายมทูตก็จะมีลักษณะเป็นผู้ชายร่างใหญ่มีผิวสีแดงดวงตาโตมีลักษณะที่เคล้ายกับยักษ์มีเขี้ยวพร้อมกับถือกระบองหรือว่าถืออาวุธเข้ามารับเราหลังจากที่เรานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วตามในความเชื่อหรือถ้าเป็นศาสนาอื่นๆเขาก้จะมีรูปแบบของยมทูตที่แตกต่างกันออกไป

 

สนับสนุนโดย  bk8

ประวัติหลวงพ่อรวยวัดตะโกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

        สำหรับใครที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือจังหวัดข้างเคียงนั้นต่างก็จะต้องรู้จักหลวงพ่อรวยกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าท่านมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเป็นพระอาจารย์ที่มีคนนับหน้าถือตาโดยท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่พระจำพรรษาอยู่ที่วัดตะโก

มาตั้งแต่บวชเรียนจนถึงตอนที่ท่านมรณภาพซึ่งท่านได้มีการครองผ้าเหลืองมาอย่างยาวนานถึง 72 พรรษาเลยทีเดียวสำหรับประวัติของหลวงพ่อรวยนั้นแต่เดิมหลวงพ่อรวยนั้นชื่อว่าสำรวยฉันเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาตั้งแต่เกิดโดยเกิดที่หมู่บ้านตะโกนี่เองครอบครัวของท่านนั้นมีฐานะยากจนโดยครอบครัวของท่านนั้น

มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 8 คนและท่านเริ่มบวชเป็นสามเณรเมื่อตอนที่ท่านอายุได้ 16 ปีหลังจากที่บวชเป็นสามเณรเรียบร้อยแล้วเมื่อเมื่อท่านอายุได้ครบ 20 ปีท่านก็ไปบวชเป็นพระซึ่งท่านก็จำพรรษาอยู่ที่วัดตะโกนั่นเองไม่เคยไปที่ไหนและท่านได้มีการไปบวชเรียนศึกษาวิชากับอาจารย์หลายสำนักต่างๆมาก

ทำให้ท่านนั้นมีความรู้ความสามารถในหลายด้านมากเลยทีเดียวท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทำให้มีคนเลื่อมใสเคารพศรัทธาท่านมาโดยตลอดโดยหลวงพ่อรวยนั้นถือว่าเป็นพระเกจิชื่อดังระดับประเทศเลยทีเดียวหากใครยังนึกถึงหลวงพ่อรวยไม่ออกให้นึกถึงเครื่องรางของขลังที่เป็นเลสข้อมือนำโชคซึ่งท่านเป็นผู้คิดค้นองค์แรกของประเทศ  ปัจจุบันนี้หลวงพ่อรวยได้มีการละสังขารไปเรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2560  โดยท่านเสียชีวิตด้วยการละสังขารเนื่องจากว่ามีอายุสูงมากแล้วเธอที่ฉันเสียชีวิตนั้นท่านอายุได้ 95 ปี 7 เดือนกับอีก 10 วันซึ่งในช่วงที่ท่านเสียชีวิตนั้นทุกคนทั่วทั้งประเทศต่างก็เศร้าโศกเสียใจจากการจากไปของหลวงพ่อรวยกันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าหลวงพ่อรวยนั้นมีลูกศิษย์ลูกหาอยู่แทบทุกจังหวัด

ทั่วประเทศเลยทีเดียว สำหรับหลวงพ่อรวยนั้นเป็นพระที่มีความเป็นอยู่ที่สมถะเรียบง่ายๆท่านจะเป็นพระสงฆ์ที่พูดน้อยมากหากใครถามท่านก็จะตอบแต่ถ้าหากใครไม่ถามฉันก็จะไม่พูด  ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่เก่งในเรื่องของเมตตามหานิยมและการให้โชคให้ลาภการเป็นพระนักพัฒนาที่ทำให้วัดตะโกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้วแต่ชื่อเสียงของท่านก็ยังคงมีอยู่และโด่งดังมากทุกวันนี้ลูกศิษย์ลูกค้ายังคงไปเคารพกราบไหว้ท่านที่วัดตะโกอำเภอภาชีจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันหรือเป็นประจำและวัตถุมงคลสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วท่านได้สร้างขึ้นมานั้นทุกวันนี้ถือว่ามีราคามาก

 

ขอบคุณ บา คา ร่า sagame  ที่ให้การสนับสนุน