ดาวปริศนาขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “แพลนเนท์ ไนน์” หรือ “ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า”

สัญญาณว้าว

ในเดือนสิงหาคม ของปี1977 มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตได้ทำการสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ถูกออกแบบมาให้สามารถจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลกโดยได้มีการตรวจจับสัญญาณวิทยุปริศนาไว้ได้ที่ความถี่1,420.46เมกกะเฮิร์ตความยาวประมาณ1นาที

โดยสัญญาณนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “สัญญาณว้าว“  แแม้ว่าหลายคนคาดหวังว่า สัญญาณนี้น่าจะมาจากมนุษย์ต่างดาวแต่จากข้อมูลที่ได้มา ในปี2016 โดนนักดาราศาสตร์นามว่า แอนโทนิโอ แพรีส  อาจจะสามารถระบุแหล่งที่มาที่แท้จริงได้จากตำแหน่งที่สัญญาณถูกส่งมาคาดว่าน่าจะเกิดจากดาวหางสองดวง

ที่ได้โคจรเข้ามาอยู่ในบริวณเดียวกับในระบบสุริยะพอดีจากนั้นจึงได้มีการเฝ้าสังเกตุการณ์ดาวหางทั้งสอง ซึ่งก็คือดาวหาง266PกับดาวP/2008Y2 และสามารถตรวจจับสัญญาณแบบเดียวกันกับที่เคยพบในปี1977ทางนักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดดาวหางมันสามารถทำให้เกิดเสียงเช่นนี้ได้แต่ เนื่องด้วยลักษณะของความถี่ของสัญญาณจึงได้คาดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นจากสัญญาณจากเมฆไฮโดรเจนนั่นเอง

นิคุ

ในปี2016ทางหอสังเกตการณ์Pan-STARRSที่ตั้งอยู่ในฮาวายสามารถตรวจพบความผิดปกติของวัตถุบางอย่างในระบบสุริยะโดยซึ่งนี้มันได้ถูกเรียกในชื่อ นิคุ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าวัตถุโพ้นดาวเนปจูน และเมื่อได้ดูจากแสงของมันคาดว่า นิคุ

มันอาจจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง125ไมล์เท่านั้นแต่สิ่งที่มันได้เป็นลักษณะเฉพาะและแปลกประหลาดของ นิคุ คือ การโคจรที่มีความเอียงจากระบบสุริยะถึง110องศา ซึ่งวัตถุในระบบสุริยะจะโคจรไปในทิศทางเดียวกันแต่การโคจรของ นิคุ กลับเป็นไปในลักษณะย้อนกลับหลายคนเห็น

ว่าการโคจรที่ยากจะอธิบายของ นิคุ นี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดของดาวปริศนาที่มีชื่อว่า “แพลนเนท์ ไนน์” หรือ “ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า”กล่าวว่าดาวปริศนาขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณขอบระบบสุริยะนี้จะโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลามาถึง10,00-20,000ปีเลยทีเดียว

แพลนเนท9

หากแพลนเนท9นั้นมันได้มีอยู่จริงๆสิ่งเหล่านี้มันจะมีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง10เท่าอีกทั้งยังโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์1,000เท่า โดยแพลนเนท9จะโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นลักษณะวงรี ซึ่งที่มาที่ไปของมันถือว่าเป็นเป้าหมายใหม่ที่หลายคนอยากรู้ความจริงมีอาสาสมัครกว่า60,000คนที่เข้าร่วมกับโครงการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย

โดยได้ร่วมกันระบุตำแหน่งของวัตถุจากภาพที่ภ่ายได้จากกล้องโทรทรรศน์สกายแมปเปอร์จากพิกัดท้องฟ้าที่เฝ้าสังเกตการณ์นั้นพบว่ากว่า90%เป็นดาวขนาดใกล็เคียงกับดาวเนปจูนแต่มีเพียง4ดวงที่มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นดาวที่กำลังมองหา ซึ่งดาวทั้ง4ดวงนั้นมีลักษณะที่บ่งชี้ว่าอาจจะกลายมาเป็นดาวขนาดใหญ่ดวงใหม่ของระบบสุริยะได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

คำสาปGrim The Reaper จะเกิดจริงๆในอนาคตบนโลกเราหรือเปล่า?

สำหรับเรื่องของGrim The Reaperเราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาแล้วว่ามันเป็นรู้แบบอะไรยังไง ซึ่งในตอนแรกพอเราได้ไปหาข้อมูลมาเราคิดว่ามันก็คงจะเป็นประวัติตำนานเกี่ยวกับเรื่องของภูผีปีศาจวิญญาณทั่วไป

แต่เอาจริงๆหาข้อมูลเข้าไปลึกเข้าไปเรื่อยๆมันจะมีเรื่องของตำนานที่ได้ทำนายถึงวันสิ้นโลก โลกจะแตก  วันพิพากษาของโลก เราเลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจแล้วก็นำเอามาเล่าให้ทุกคนได้ฟังพอสมควร

ถ้าหากเราพูดถึงภูผีวิญญาณบาปบุญคุณโทษเวรกรรมหรือแม้แต่สถานที่หลังความตายเราก็คงจะรับรู้กันมาบ้างแล้วว่ามันเป็นยังแล้วถ้าบอกว่าเรื่องพวกนี้มันได้อยู่คู่กับมนุษย์คนเราตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้าหากเราลองเข้าไปหาข้อมูลกันจริง เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะมีโครงที่ดูคล้ายๆกันแต่สถานที่และชื่อเรียกมันจะแตกต่างกันออกไป

ยกตัวอย่าง ศาสนาพุทธเราเวลาที่เราได้ตายลงไปแล้วถ้าเราทำบุญเราก็จะได้ขึ้นสวรรค์แต่ถ้าเราทำชั่วเรามีกรรมเยอะเราก็จะต้องลงนรกหรือศาสนาอื่นๆแม้แต่เราได้ตายไปถ้าเราทำดีเราก็จะได้ไปในสถานที่ดีๆในชีวิตหลังความตาย

แต่ถ้าเราทำชั่วเราก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรือเราอาจจะไปสถานที่หนึ่งที่มันไม่ใช่พบภูมิที่ดีสัดเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นทรงประมาณนี้กันหมดเลยแต่เรื่องตำนานความเชื่อเหล่านี้ทุกๆเรื่องมันจะมีเหมือนกันอยู่หนึ่งอย่างแน่ๆเลยคือพอเราได้ตายลงไปแล้ว

เราก็จะได้ประสบพบเจอกับหนึ่งๆสิ่ง ซึ่งสิ่งๆนั้นนั่นก็คือยมทูตนั่นเอง สำหรับยมทูตที่เราได้พูดถึงตรงนี้นั้นมันได้มีความหมายที่หลากหลายเยอะแยะมากมายแต่ถ้าเรากำจัดความโดยรวมมันก็คือวิญญาณที่จะมารับดวงจิตของเราไปหลังจากที่เรานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วและสิ่งๆนั้นมันจะเป็นคนพาเราไปตัดสิ้นหรือพาเราไปสถานที่หลังความตายว่าเราจะได้ไปสถานที่ไหน

ซึ่งยมทูตที่เราได้พูดถึงตรงนี้มันก็จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อของแต่ละพื้นที่อย่างของประเทศไทยเรายมทูตก็จะมีลักษณะเป็นผู้ชายร่างใหญ่มีผิวสีแดงดวงตาโตมีลักษณะที่เคล้ายกับยักษ์มีเขี้ยวพร้อมกับถือกระบองหรือว่าถืออาวุธเข้ามารับเราหลังจากที่เรานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วตามในความเชื่อหรือถ้าเป็นศาสนาอื่นๆเขาก้จะมีรูปแบบของยมทูตที่แตกต่างกันออกไป

 

สนับสนุนโดย  bk8

ประวัติหลวงพ่อรวยวัดตะโกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

        สำหรับใครที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือจังหวัดข้างเคียงนั้นต่างก็จะต้องรู้จักหลวงพ่อรวยกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าท่านมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเป็นพระอาจารย์ที่มีคนนับหน้าถือตาโดยท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่พระจำพรรษาอยู่ที่วัดตะโก

มาตั้งแต่บวชเรียนจนถึงตอนที่ท่านมรณภาพซึ่งท่านได้มีการครองผ้าเหลืองมาอย่างยาวนานถึง 72 พรรษาเลยทีเดียวสำหรับประวัติของหลวงพ่อรวยนั้นแต่เดิมหลวงพ่อรวยนั้นชื่อว่าสำรวยฉันเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาตั้งแต่เกิดโดยเกิดที่หมู่บ้านตะโกนี่เองครอบครัวของท่านนั้นมีฐานะยากจนโดยครอบครัวของท่านนั้น

มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 8 คนและท่านเริ่มบวชเป็นสามเณรเมื่อตอนที่ท่านอายุได้ 16 ปีหลังจากที่บวชเป็นสามเณรเรียบร้อยแล้วเมื่อเมื่อท่านอายุได้ครบ 20 ปีท่านก็ไปบวชเป็นพระซึ่งท่านก็จำพรรษาอยู่ที่วัดตะโกนั่นเองไม่เคยไปที่ไหนและท่านได้มีการไปบวชเรียนศึกษาวิชากับอาจารย์หลายสำนักต่างๆมาก

ทำให้ท่านนั้นมีความรู้ความสามารถในหลายด้านมากเลยทีเดียวท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทำให้มีคนเลื่อมใสเคารพศรัทธาท่านมาโดยตลอดโดยหลวงพ่อรวยนั้นถือว่าเป็นพระเกจิชื่อดังระดับประเทศเลยทีเดียวหากใครยังนึกถึงหลวงพ่อรวยไม่ออกให้นึกถึงเครื่องรางของขลังที่เป็นเลสข้อมือนำโชคซึ่งท่านเป็นผู้คิดค้นองค์แรกของประเทศ  ปัจจุบันนี้หลวงพ่อรวยได้มีการละสังขารไปเรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2560  โดยท่านเสียชีวิตด้วยการละสังขารเนื่องจากว่ามีอายุสูงมากแล้วเธอที่ฉันเสียชีวิตนั้นท่านอายุได้ 95 ปี 7 เดือนกับอีก 10 วันซึ่งในช่วงที่ท่านเสียชีวิตนั้นทุกคนทั่วทั้งประเทศต่างก็เศร้าโศกเสียใจจากการจากไปของหลวงพ่อรวยกันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าหลวงพ่อรวยนั้นมีลูกศิษย์ลูกหาอยู่แทบทุกจังหวัด

ทั่วประเทศเลยทีเดียว สำหรับหลวงพ่อรวยนั้นเป็นพระที่มีความเป็นอยู่ที่สมถะเรียบง่ายๆท่านจะเป็นพระสงฆ์ที่พูดน้อยมากหากใครถามท่านก็จะตอบแต่ถ้าหากใครไม่ถามฉันก็จะไม่พูด  ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่เก่งในเรื่องของเมตตามหานิยมและการให้โชคให้ลาภการเป็นพระนักพัฒนาที่ทำให้วัดตะโกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้วแต่ชื่อเสียงของท่านก็ยังคงมีอยู่และโด่งดังมากทุกวันนี้ลูกศิษย์ลูกค้ายังคงไปเคารพกราบไหว้ท่านที่วัดตะโกอำเภอภาชีจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันหรือเป็นประจำและวัตถุมงคลสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วท่านได้สร้างขึ้นมานั้นทุกวันนี้ถือว่ามีราคามาก

 

ขอบคุณ บา คา ร่า sagame  ที่ให้การสนับสนุน

สัตว์ที่เกิดก่อนยุคดึกดำบรรพ์

สเตทาแคนธัส

ลักษณะของเจ้าปลาฉลามของใครหลายๆคนมันคงจะเป็นอสูรกายที่มันได้มีความดุดร้ายและถ้าหากว่ามันได้ว่ายน้ำเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเราเมื่อไหร่ก็จะต้องรีบหนีกันเมื่อนั้นแต่ถ้าหากว่าเรานั้นได้ย้อนกลับเข้าไปในยุคดีโวเนียนจนถึงในยุคคาร์บอนิเฟอรัส

หรือเมื่อประมาณ300-380ล้านปีก่อนและถ้าหากตัวคุณนั้นได้ร่วงอยู่กลางมหาสมุทรแล้วล่ะก็คุณอาจจะต้องมีความแปลกใจกันอย่างแน่นอนเพราะแทนที่คุณจะต้องพบเจอกับเจ้าตัวร้ายโดนทั่วไปแต่คุณก็จะได้พบกับ

สเตทาแคนธัส ที่จริงมันก็ได้เป็นปลาฉลามอีกประเภคหนึ่งนั้นแหละเพียงแต่ว่ามันจะมีครีบหลังที่แปลกไปจากปลาตัวอื่นเพียงเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยที่เขาได้พบเห็นซากและเขาก็ยังได้ตั้งข้อสันนิษฐานเอาว่าบางทีมันอาจจะเป็นการทำให้มันได้ว่ายน้ำได้เร็วและยังได้รวมไปถึงปลาฉลามตัวสาวๆเพราะสิ่งนี้มันได้เป็นสิ่งที่มี

โดยเฉพาะฉลามตัวผู้เท่านั้นเองถ้าหากว่าเรานั้นลลองสังเกตมันจริงๆบนครีบที่อยู่บนหัวของมันนั้นมันได้มีเกล็ดหยาบแบบเดียวกันแบบจมูกของพวกมันซึ่งเราก็พึ่งจะเคยเห็นว่าเจ้าปลาฉลามในยุคนั้นเขาได้ฮิตกันแบบนี้มันก็จะต้องเป็นแบบนั้นแหละเพราะว่าเรานั้นได้เกิดมาไม่ทัน

สคูโทซอรัส

สำหรับสคูโทซอรัสนั้นน่าตามันอาจจะไม่ค่อยให้แต่มันก็ยังไม่ใช่ไดโนเสรา์ทั้งหมดเลยทีเดียวเพราะว่าเจ้านี่มันได้เป็นสัตว์เลื้อยคานจำพวกอนันสิทธิ์ที่มันได้เกิดแลได้เติบโตในยุคเพอร์เมียนตอนปลายประมาณ254-265ล้านปีมากแล้ว

โดยนักบรรพชีวินก็ได้คาดว่ามันอาจจะมีความยาวขนาดของตัวถึงเกือบจะ2เมตรซึ่งลักษณะลำตัวของมันนั้นมีความหนาของตัวมันได้มีเกราะหนาซึ่งมันก็ได้เป็นกระดูกของมันเองที่เอาไว้ป้องกันฟันเขี้ยวของศัตรูตามธรรมชาติ

หากเห็นน่าตาโหดเรียกพี่สะขนาดนี้แต่คุณจะเชื่อหรือไม่ว่าสคูโทซอรัสมันได้เกิดมาเป็นสัตว์มังสวิรัติที่มันได้กินพืชใบไม้และหญ้าและรวมไปถึงพืชอื่นๆที่ดำรงค์ชีพได้ ซึ่งพวกมันก็ชอบอาศัยอยู่ที่ริมแม่น้ำ

เนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นมันได้มีความอุดมสมบูรณ์อีกทั้งยังได้เป็นแหล่งฟักทองที่มีมากๆเลยนี่เองแต่ถึงอย่างไรสัตว์สคูโทซอรัสมันชอบรักสงบก็ก็ใช่ว่ามันจะสยบเหล่าพวกนักล่าได้บางทีพวกมันอยู่ดีๆก็อาจจะมีสัตว์ที่กินเนื้อ เข้ามาอยู่ใกล้ๆหากเคลื่อนไหวช้าเมื่อไรรับลองเลยว่าเสร็จสัตว์กินเนื้อได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

การค้นพบซากเครื่องบินและซากของช้างแมมมอธ

การค้นพบซากเครื่องบินและซากของช้างแมมมอธโดยบังเอิญ

ซากแมมมอธ

ถึงแม้ว่าสัตว์อย่างช้างแมมมอธมันจะได้สูญพันธ์จากโลกเราไปนานแล้ว แต่พวกเรารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เหล่ามนุษย์ได้พบเจอกับซากของพวกมันแล้ว เนื่องจากว่าได้มีการค้นพบซากของเจ้าช้างแมมมอธตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นดิน

ที่เยือกแข็งหรือที่ไซบีเรียซึ่งในตอนที่ได้เข้าไปขุดมันก็ไม่ได้มีอะไรมากแต่หลังจากที่ได้นำเอาเจ้าซากช้างแมมมอธได้ขึ้นมาที่ด้านบนเท่านั้นแหละมันทำเอาขนลุกกันเป็นแถวและใครจะรู้เหล่าว่า สัตว์ที่มันได้มีอายุถึง39,000ปี

มันจะมีสภาพที่ดีเหมือนกับว่ามันเพิ่งจะตายไปได้เมื่อไม่นานหลังจากในการค้นพบในครั้งนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่ายูกะและได้ทำการพิสูจน์ซากของมันอย่างละเอียดจากนั้นเมื่อได้ทำการพิสูจน์เสร็จแล้วนั้นก็ได้พบว่าเจ้าช้างตัวนี้นั้นมันได้จากไปเมื่อมันได้มีอายุประมาณ6-8ปี

จากการจมน้ำแต่ถึงอย่างไรก็ตามแล้วในการจมน้ำของเจ้าช้างตัวนี้มันยังไม่ใช่ประเด็นหลักแต่ไฮไลท์มันได้อยู่ตรงที่นักวิทยาศาสตร์เขาได้สกัดของเหลวที่มีสีแดงออกมาถึงตกร้องกันเลยทีเดียวเพราะว่ามันไม่ได้แข็งตัวไปตามสภาพอากาศที่ได้มีความหนาวเย็นมันจึงทำให้ได้รู้ว่าระบบไหลเวียนของเหลว

ที่อยู่ในตัวของแมมมอธมันได้ต้านในการแข็งตัวได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ก็ยังได้มีการสักเซลล์ของเหลวออกมาโดยพวกเขาได้มีความหวังว่าเทคโนโลยีในอนาคตจะสามารถทำให้พวกมันได้ฟื้นคือชีพขึ้นมาอีกครั้ง

ชิ้นส่วนที่ได้หายไปของเครื่องบินของทหารสหรัฐ

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือไม่ที่ธารของน้ำแข็งนั้นมันได้ละสายตัวมันเลยทำให้พวกเขาได้พบกับเศสซากของเครื่องบินหลวงของสหรัฐรุ่น4513ด้วยความบังเอิญหลังจากที่ได้ทำการกู้กันอยู่พักใหญ่ก็จะต้องทำให้ลูกตาลุกว้าว

เนื่องจากสิ่งที่ได้พบนั้นมันเป็นซากของเครื่องบินที่ได้ของลงจอดแบบฉุกเฉินในปี1946 และนั่นมันก็หมายความว่ามันได้สูญหายไปนานกว่า70ปีแล้วโดยในวันที่19พฤศจิกายน ปี1946เครื่องบินลำนี้ก็ได้บินไปที่ฝรั่งเศสแต่บินไปสักพักเครื่องบินก็ได้พบเจอกับหมอกหนาและสภาพของอากาศที่เลวร้าย

จนเกินไปมันจึงได้ทำให้นักบินบังคับถึงต้องขอลงจอดโดยด่วนถึงแม้ว่าทุกๆคนนั้นจะปลอดภัยดีแต่เครื่องบินลำดังกล่าวนั้นมันได้มีความเสียหาย ซึ่งในขณะนั้นที่ทุกคนนั้นได้เผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าวพวกเขาต่างก็ได้หาทางเอาตัวรอดและได้ทิ่งเครื่องบินนั้นให้มันจมอยู่ที่ใต้น้ำแข็งอย่างหน้าเสียดายแม้จะถูกพบแล้วใช่ว่าจะเจอครบทุกๆส่วนและก็ยังได้มีการกู้ซากเครื่องบินลำดังกล่าวอยู่จนถึงในปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  bk8 slot

ทำไม พันตรี นิ่ม ชโยดม ถึงไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ

ทำไม พันตรี นิ่ม ชโยดม ถึงไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ จากสงครามโลกครั้งที่2 ไทย ฝรั่งเศส

คำว่าCroix De Guerre แปลว่าไม้กางเขนแห่งสมรภูมิ ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสได้สร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่1ถือว่าเป็นชัยชนะแบบเด็ดขาดของกองพันทหารราบที่3

โดยจากการปะทะกันในครั้งนี้มีรายงานว่าทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตไปถึง400นายยังไม่นับที่บาดเจ็บและตกเป็นเชลยเป็นจำนวนมากเรียกว่าแทบจะหมดกองพันกันเลยที่เดียวด้านฝ่ายผู้บังคับกองพันชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตในหนาที่และรถถังของฝรั่งเศสถูกยึดมาได้ถึง6คัน

ส่วนความเสียหายของทหารไทยนั้นเสียชีวิต1รายบาดเจ็บสาหัสจำนวน2นายเราอยากจะถามคุณว่าคุณคิดว่าเราชนะในศึกนี้เพราะอะไร

เมื่อการรบยุติลง พันตรี นิ่ม ชโยดม ก็ได้เตรียมตัวรับโทษทางวินัยทางทหารเพราะคำสั่งผู้บังคับบัญชานั้นไม่มีสิทธิ์ฝ่าฝืนได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

โดยเฉพาะในระหว่างการศึกสงครามการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชามีโทษถึงประหารชีวิตและ สิ่งนี้ พันตรีนิ่มเองนั้นก็ยอมรับความผิดทุกประการการพิจารณาโทษนั้นขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาล้วนๆแต่อย่างไรก็ตามในความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา พันตรี นิ่ม ชโยดท คือผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง

โดยท่านได้เอาชีวิตของท่านวางไว้เป็นเดิมพันการตัดสินใจครั้งนี้ หากผิดพลาดการรบไม่เป็นไปอย่างที่วางแผนท่านอาจเสียชีวิตในที่รับหรือไม่ก็มีสิทธิ์ โดนประหารชีวิตโดยศาลทหารเป็นรอยด่างพร้อยต่อครอบครัวและลูกหลานอีกด้วย

ถึงแม้ว่าการตัดสินใจของท่านเองแม้จะถูกต้อแล้วตัวท่านก็จะได้รับชัยชนะในสมรภูมิแต่ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งนั้นก็ไม่ได้หายไปโดยอัตโนมัติท่านอาจจะต้องรับโทษอยู่ดีแต่อย่างน้อยที่สุดตัวท่านเองก็ได้รักษาชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาและยังยอมรับผมของการกระทำของตนเอง

อย่างองอาจและผึ่งผายอย่างสมเกียรติชายชาติทหารโดยแท้จริง จากนั้น เมื่อทางรัฐบาลไทยได้ทราบข่าว จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐตรีและในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็ได้เดินทางมาติดเหรียญกล้าหาญให้แก่ ธงชัยเฉลิมพลของกองพันทหารราบที่3และติดให้กับเหล่าทหารทุกๆคนในกองพันก็ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิกองพันทหารราบที่3ได้ถูกเรียกขานกันต่อมาว่า กองพันทหารเสือ

มีแต่พันตรี นิ่ม ชโยดมเท่านั้นที่ไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ เนื่องจากเพราะเรื่องการฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชานั่นเองอย่างไรก็ตามความรักความนับถือในน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งของ พันตรี นิ่มชโยดมก็ไม่มีใครสามารถลบเลือนได้

ต่อมาท่านได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ขุนนิมมาณกลยุทธ แปลว่า ผู้วางแผนการรบอย่างล้ำเลิศและมีการตั้งชื่อค่ายทหารตามราชทินนามของท่านด้วยก็คือ ค่ายนิมมาณกลยุทธ ในปัจจุบันนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้วทุกวันนี้ กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

หรือกองพันทหารเสือนั้นไม่มีอยู่แล้วแต่บทเรียนในเรื่องของความกล้าหาญความเสียสละเกียรติยศและความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังคงเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฎิบัติตัวที่ดี สำหรับคนรุ่นหลังให้ได้ระลึกถึงกัน

 

สนับสนุนโดย  next88