เรือที่ได้หายไปอย่างลึกลับ

เรือThe Baychimo

สำหรับเรื่องของเรือลำนี้ได้เริ่มมาจากบิรษัทแห่งหนึ่งได้ทำการจัดต่อลำเรือที่มันได้มีชื่อเรียกว่าเรือThe Baychimo ซึ่งทางบริษัทนั้นได้จัดสร้างขึ้นเมื่อในปี1914 เนื่องจากเอาไว้ทำการขนส่งด้านสินค้าบนน่านน้ำแคนาดาและอลาสก้า

ซึ่งเรือลำดังกล่าวนี้มันได้ถูกออกแบบมาอย่างดีพิเศษ เนื่องจากมัมนจะได้มีความทนต่อในสภาพของอากาศรวมไปถึงฝั่งของทะเลที่ได้อยู่ทางด้านขั่วโลกเหนือและมันก็ยังเต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง เมื่อมาถึงระยะเวลาประมาณ1931The Baychimo

ซึ่งเรือลำนี้ก็ได้ติดอยู่กับธารน้ำแข็งของฝั่งอลาสก้า จึงได้ทำให้กัปตันรวมไปถึงลูกเรือจึงต้องปล่อยเรือทิ้งเอาไว้และเดินทางออกจากเรือลำดังกล่าวเพื่อเป็นความปลอดภัยของทุกคนเอง ในภายหลังที่ได้มีการเกิดพายุของหิมะ นอกจากนี้เรือลำนี้มันก็ได้ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้อยู่กลางธารน้ำแข็งและได้เวลาต่อมาพวกเขาก็ได้กลับไปสำรวจเรือดังกล่าวที่สุดก้ได้พบว่ามันไม่อยู่ต้องที่จุดนั้น

แล้วมันได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอย ทั้งนี้ก็ยังได้มีการสันนิษฐานว่าเรือThe Baychimoนั้นมันอาจจะจมอยู่ใต้มหาสมุทรแล้วก็เป็นได้ นอกจากนี้มันก็ได้มีเรื่องของเรือThe Baychimoมันก็ได้ปรากฎขึ้นมา

วันหนึ่งได้มีคนเขาได้พบกับเรือThe Baychimoที่มันได้แล่นไปยังฝั่งของทะเลอลาสก้าอยู่ประมาณหลายรอบบด้วยกัน จากนั้นมาเรือดังกล่าวมันก็ได้หายไปอย่างปริศนา เมื่อเวลาไม่นานก็ได้มีเรือกู้เรือไปเข้ามาถึงพอดีอีกทั้งยังได้มีคนจำนวนมากที่ได้เห็นเรือดังกล่าวได้เข้าไปติดกับเรือน้ำแข็งจากนั้นเรือThe Baychimoนั้น

มันก็ได้หายไปเมื่อละสายตา เนื่องจากนี้ในเหตุการณ์ที่ได้เข้าไปพบกับเรือThe Baychimo มันได้ทำให้เรือThe Baychimoลำนี้มันได้ถูกกล่าวขานเอาไว้ว่ามันได้เป็นเรือปีศาจแห่งอาร์กติกนี่เอง

เรือSSValeencia

สำหรับเรือลำนี้ได้เป็นเรือกลไฟที่มีการอับปางอยู่ทางด้านชายฝั่งคูเวอร์ ซึ่งอยู่ทางด้านแทบโคลอมเบีย เมื่อในปี1906 เนื่องจากเรือSSValeenciaได้ประสบพบเจอกับสภาพอากาศที่โหดร้ายมันจึงได้ทำให้เรือดังกล่าวนี้ได้อับปางลงในทะเลจากนั้น

ลำเรือได้ปะทะกับแนวปาการังจึงได้ทำให้เรือแตกและทำให้เรือนั้นอับปางจมลงในที่สุดจากนั้นทางด้านลูกเรือและบรรดาผู้คนที่อยู่บนเรือกำลังจะสละลำเรือ ซึ่งได้ออกมาจากเรือที่ใกล้จะอับปางจมลงทะเลด้วยเรือชูชีพ

เนื่องจากเรือชูชีพดังกล่าว มันได้หายไปในท้องทะเลมันจึงได้ทำให้บรรดาผู้โดยสารที่มีอยู่ประมาณ146คนต้องจบชีวิตลงและมีผู้คนอดมาได้แค่เพียง37คนเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

ลุงบุญส่งฝันถึงผีทหารญี่ปุ่นขนสมบัติ

ในตอนแรกนั้นที่คุณลุงเขาได้เคยบอกเอาไว้ว่าลุงแก่ไม่เชื่อแต่ไม่นานมากลุงแก่ก็ได้พบเจอกับเหตุการณ์ที่ประหลาดก็คือว่าคุณลุงแก่ได้นอนอยู่ที่ริมแม่น้ำที่แม่น้ำแควในเวลาประมาณ21.00ทุ่มจากนั้น

คุณลุงได้เล่าว่าตอนนั้นลุงเองก็ยังนอนไม่หลับที่ตรงริมฝั่งแม่น้ำจากนั้นคุณลุงแก่ก็ได้มองไปเห็นวิญญาณของเหล่าทหารญี่ปุ่นประมาณ2คน ลุงบอกว่าแก่ได้เห็นเองกับตัวของลุงแก่เองและจากที่คุณลุงนั้นแก่ไม่เชื่อ ซึ่งมันได้เป็นทหารญี่ปุ่นได้มายืนอยู่ตรงข้างตัวของคุณลุงบุญส่งตัวของทหารญี่ปุ่นนั้นก็มีแต่เลือด

จากนั้นก็ได้เดินเข้ามาที่จะเข้ามาบีบคอของลุงบุญส่ง จากการที่ลุงบุญส่งนั้นได้เล่ามาในตอนนั้นคือลุงเขาได้บอกอีกว่าตอนนั้นเขาได้ตกใจมากที่จู่ๆก็ได้มีทหารคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาลุง จากนั้นลุงก็ได้ใช้ตีนถีบแต่ก็ไม่สามารถที่จะถีบผีทหารญี่ปุ่นได้จากนั้นลุงแก่ก็ได้โมโหมาก

ทั้งนี้คุณลุงบุญส่งก็ยังได้บอกอีกว่าด้วยความที่โมโหกลัวว่าผีมันจะเข้ามาทำร้ายอีกจากนั้นลุงแก่ก็ได้วิ่งเข้าไปที่ตัวบ้านของลุงจากนั้นก็ได้นำเอาปืนลูกซองยาวออกมาหลังจากนั้นลุงได้เห็นทหารผีญี่ปุ่นนั้นได้ตามลุงมาถึงที่บ้านพอเห็นทหารผีลุงแก่ก็เลยใช้ปืนลูกซองที่เขาได้เข้าไปเอามาจากตัวบ้านยิงเข้าไปที่ทหารผีญี่ปุ่นอีกทั้งลุงแก่ยังบอกอีกด้วยว่าลุงไม่เคยเชื่อมาก่อน

แต่ไหนแต่ไรแต่พอมาวันนี้ลุงแก่กลับเชื่ออย่างสนิดใจ นอกจากนี้ลุงแก่ก็ยังได้บอกอีกว่าดวงวิญญาณของลุงดวงที่ได้ไปผูกกับดวงวิญญาณกับผีญี่ปุ่นไม่ใช่แค่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น นอกจากที่ลุงได้เห็นด้วยตาเปล่าแล้วนั้น

ทั้งนี้มันก็ยังได้มีอีกหนึ่งเรื่องที่มันจะทำให้ลุงบุญส่งนั้นได้มั่นใจว่าไม่ให้ขุดแต่อย่างไรก็อย่าเผลอใช่ไหม ซึ่งในเวลาต่อมาลุงบุญส่งได้ฝันอีกว่าในขณะที่ลุงแก่นอนอยู่ที่บ้านเขาได้บอกว่าเขานั้นมั่นใจว่านายอึ่งนั้นไม่ได้โกหก

เพราะลุงแก่ก็ได้ฝันเห็นเหมือนกันกับนายอึ่งเห็นทหารญี่ปุ่นขนสมบัติเข้าถ้ำจากนั้นภายในถ้ำเองมันก็ได้เต็มไปด้วยทองที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย นอกจากนั้นที่่เหนือขึ้นไปตัวถ้ำได้ไปเจอกับต้นไม้ที่มีสีทองในความฝันของลุงบุญส่งต้นไม้สีทองในความฝันลุงแก่ก็บอกว่าแก่ก็พึ่งจะเคยเห็นผีปู่โสมเฝ้าทรัพย์ในช่วงระยะเวลาในจังหวะนั้นเป็นครั้งแรก

 

ขอบคุณเว็บ nowbet

3สถานที่สวยเหมือนโลกนิยาย

สำหรับใครที่ชื่นชอบท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ สิ่งมันได้เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตามธรรมชาติที่มันได้มีเมล็ดและดอกพันธุ์ไม้ต่างๆที่ได้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ ทั้งนี้ยังมีอีกหลากหลายสถานที่มากมายที่มันจะทำให้ตัวคุณนั้นอยากที่จะไปท่องเที่ยวกับมันซักครั้งหนึ่ง แล้วมันจะมีสถานที่ใดบ้างที่ลึกลับและมีความสวยงามที่ีจะช่วยให้คุณนั้นเข้ามาค้นหาเหมือนกับอยู่ในนิยายวันนี้เราขอนำเสนอสถานที่พิศวงที่ดูเหมือนกับเทพนิยาย

ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ

สำหรับป่าพรุท่าปอมนั้นได้ตั้วอยู่สถานที่บ้านหนองจิก ตำบลหนองขาม จังหวัดกระบี่ สถานที่ป่าเหล่านี้ได้มีสถานที่ที่ได้มีความสวยงามอยู่หลายที่ด้วยกัน ซึ่งมันได้มีถิ่นเริ่มมาจากแอ่งน้ำช่องพระแก้ว นอกจากมันได้มีน้ำที่ขาวใสสะอาดมันจนกระทั่ง

เราสามารถที่จะมองเห็นพื้นใต้น้ำและตัวปลา ซึ่งน้ำจากแห่งนี้ มันจะค่อยไหลลงมาบรรจบตรงกลางเพื่อที่จะลงไปสู่ท้องทะเลที่มันได้เป็นน้ำเค็มมันจึงได้ชื่อว่าคลองสองน้ำ

Tsngy de Bemaraha National Park

สำหรับสถานที่Tsngy de Bemaraha National Parkนั้นมันได้เป็นสถานที่อุทยานแห่งชาติที่ได้เป็นเขตรักษาธรรมชาติที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ที่หมู่เกาะมาดากัสการ์ เนื่องจากมันได้เป็นภูมิประเทศที่มีเหล่าหินปูนที่มันสามารถเกิดขึ้นมาจากแม่น้ำมันจะมีลักษณะของพื้นที่แห่งนี้มันจะเต็มไปด้วยหินที่ได้มีปลายแหลมคม

เนื่องด้วยหินที่มันได้มีความแหลมคมที่มันอาจจะมองดูว่าแปลกตานี้โดยแต่เดิมแล้วมันเคยอยู่ด้านใต้น้ำ ซึ่งที่มันได้เป็นแบบนี้มันได้เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ลักษณะเจ้าหินเหล่านี้มันจึงได้โพ่ลพ้นน้ำขึ้นมาทั้งนี้มันก็ยังได้พัดกันลงน้ำอยู่หลายครั้ง เนื่องจากนี้มันยังได้ถูกน้ำกัดเซาะไปตามการเวลามันจึงงทำให้หินที่มีความแหลมคนเหล่านี้มันจึงได้กลายเป็นสถานที่สวยงาม

ป่าต้นเลือดมังกร

สำหรับต้นเลือดมังกรนั้นมันได้อยู่ที่ประเทศเยเมนในสถานที่แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งมันได้เป็นป่าแห่งเดียวที่มันได้อยู่บนเกาะโซกอตต้า ที่มันได้เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ที่ประเทศอินเดียทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยเมนอีกด้วย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้มีความสวยงามที่ได้มีความหากหลายด้านชีวภาพที่เยอะมากที่สุดของโลก

และสิ่งสำคัญมากที่สุดที่มันได้ทำชื่อเสียงให้กับหมู่เกาะแห่งนี้มันก็คือต้นไม่เลือดมังกรนั่นเอง ซึ่งมันได้เป็นต้นไม้ที่ไม่เหมือนกับต้นไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งมันจะมียางที่มีสีเหมือนกับเลือดคนหากใครสนใจที่อยากมาท่องเที่ยวแล้วละก็มันจะมีอยู่ที่เกาะแห่งนี้ที่เดียวเท่านั้น

การค้นพบอาณาจักรที่ลึกลับแห่งนูเบีย

ถ้าหากพูดถึงอาณาจักรของอียิปต์โบราณในทุกๆคนก็คงจะนึกถึงประติมากรรมรูปปั่นที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่และคำสาบของฟาโรห์อย่างแน่นอนและที่สำคัญสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณและจากสิ่งนี้เองนั้นก็ได้มีอารยธรรมเก่าแก่ที่มากมาย

ที่จะทำให้น่าตกตะลึ่งและสิ่งที่น่าอัศจรรย์ต่างๆที่จะทำให้เหล่านักประวัติศาสตร์ด้านคนในรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาหาความรู้กันและมันจะเป็นอย่างไรมาชมกันเลย

ประติมากรรมรูปปั้นองค์ฟาโรห์รามเสสที่2

เมื่อปี2017ได้มีรายงานว่านักโบราณคดีจากอียิปต์และเยรมัมก็ได้ค้นพบรูปปั้นที่ได้มีความสูงประมาณ8เมตรที่ได้จมอยู่ใต้น้ำในกรุงไคโรในครั้งแรกนั้นได้เชื่อกันว่าได้เป็นรูปปั้นรามเสสที่2ซึ่งได้ปกครองอียิปต์เมื่อประมาณ3,000ปีก่อน

และยังได้เป็นหนึ่งผู้ที่ทรงพลังมากที่สุดของประเทศ ซึ่งในบริเวณที่ได้มีการค้นพบนี้ได้เกิดขึ้นกับซากที่ปรักหักพังของวิหารฟาโรห์รามเสสที่2ในเมืองโบราณเฮียราโพลิสทางด้านตะวันออกของกรุงไคโรที่กำลังเผชิญปัญหากับเศษขยะและของเสียจากอุสาหกรรมจึงได้ทำให้ในการขุดค้นนั้น

จึงเป็นไปด้วยความที่ยากลำบากหลังจากที่ได้มีการขุดค้นสถาปนิกยังได้พบว่าส่วนบนของรูปปั้นหินปูนขนาดเท่าคนจริงของฟาโรห์Seto llที่2ซึ่งเป็นพระราชนัดนิดาของฟาโรห์รามเสสที่สองโดยชาวอียิปต์โบราณได้เชื่อว่าเมืองเฮลิโอโปลิสได้เป็นสถานที่ที่เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์สถิตอยู่รวมทั้งในรูปปั้นทั้งหมดนั้นมันก็ยังได้ถูกสร้างขึ้นที่นี่อีกด้วย

ประติมากรรมกษัตริย์แห่งนูเบีย

ในปี2018ได้มีการค้นพบซากรูปปั้นของลึกลับอายุประมาณ2,600ปีบริเวณวิหารแห่งหนึ่งในดันเกลด้านริมตลิ่งแม่น้ําไนล์ในประเทศซูดาน ซึ่งทางด้านนักโบราณคดีนั้นก็ได้พบแค่เพียงบางส่วนของรูปปั้นเท่านั้นมันจึงไม่สามารถที่จะระบุมันได้เลยว่ามันเป็นรูปปั้นของใครจนในกระทั่งหลายปีต่อมาได้มีการสันนิษฐานว่าด้านวิหารที่ได้มีการพบรูปปั้นแห่งนี้

ในช่วงครั้งหนึ่งมันได้เคยเป็นวิหารของเทพพระเจ้าAmUnแห่งอียิปต์โดยในปี2017ก็ได้มีการขุดค้นพบสิ่งของอื่นๆภายในหลุมฝังศพอีกทั้งยังรวมไปถึงหน้ากากไม้ที่ถูกแกะสลักและภาพวาดที่ฝาผนังอย่างสวยงามถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการขุดค้นพบที่ยาวนานประมาณ11ปีแต่พวกเขานั้นก็ยังได้ค้นพบกับหลักฐาน

ที่แสดงทำให้เขานั้นเห็นว่ารูปปั้นสิ่งนี้ได้เป็นของฟาโรห์Aspeltaที่ได้ปกครองอาณาจักรครุฑระหว่างปี568-593ก่อนคริสต์ศักราชโดยเป็นฟาโรฟ์ของผู้ปกครองอาณาจักรโบราณในนูเบียที่ปกครองอียิปต์ตั้งแต่ในปี656-744ปี

2ของขลังที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดของมนุษย์

1เพรชหน้าทั่ง

เพรชหน้าทั่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่แร่โลหะชนิดหนึ่งที่ถูกพบมากที่สุดในกลุ่มแร่ซัลไฟด์ซึ่งคำว่าไฟล์ไรมาจากภาษกรีกที่มีความหมายว่าไฟเหตุที่เรียกว่าไฟนั้นก็เนื่องมาจากไฟล์ไลน์เมื่อนำเอาไปกระทบกับเหล็กแรงๆก็จะทำให้เกิดปรากลายไฟนั้นออกมา

ซึ่งประโยชน์ของไฟล์ไลน์จะมีการนิยมนำเอาไปเป็นเครื่องประดับหรือนำเอาไปเป็นกดในส่วนผสมของกรรมทันเนื่องจากไฟล์ไลน์ได้มีสีเหลืองอะรามจนมันดูคล้ายเหมือนกันทองแดงจึงมักจะทำให้ผู้ที่พบเห็นและได้เข้าใจผิดอยู่เสมอว่ามันคือทองแดงจนได้ฉายาว่าทองคนโง่และสำหรับในประเทศไทย

ในตามความเชื่อนั้นได้เล่ากันว่าได้มีถิ่นกำเนิดมาจากภาคใต้ภายในถ้ำที่ได้มีภูเขาล้อมรอบมีเทพคนธรรมและคนรักษาในการค้นพบเพชรหน้าทั่งในครั้งแรกนั้นได้พบที่เขา7ยอดในจังหวัดพัทลุงโดยพระผู้ทรงจิตอภิญญารูปหนึ่งทำให้ท่านได้พบเห็นของวิเศษนี้เข้าโดยบังเอิญ

จึงได้นำมาแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์และทางญาตฺโยมและในอนุภาพของเพชรหน้าทั่งนี้ชาวบ้านได้มีความเชื่อกันว่าได้เป็นเพชรของคนเมืองคนทั่งหรือเป็นเพชรของเมืองลับแลเป็นรองก็แต่เฉพาะเหล็กไหลเท่านั้นมีทั้งในด้านอยู่ยงคงกระพันป้องกันคุณไสยเสนียดจัญไรป้องกันภูผีผู้ที่มีอาไว้บูชาหากได้เก็บเอาไว้ในบ้านจะคุ้มครองให้คนในบ้านนั้นได้อยู่ร่มเย็น

2ไข่ทองแดง

ไข่ทองแดงในที่นี่หมายถึงไข่หรืออัณฑะของคนนั่นเองโดยเฉพาะส่วนใหญ่พวกนี้จะมีเพียงแค่ข้างเดียวและจะแข็งๆเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดส่วนใหญ่คนที่มีไข่ทองแดงเขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้กับใครลูกหลานหรือจากคนที่ได้ของพวกนี้

จะได้ก็ต่อเมื่อยามเผาศพและเก็บกระดูกความเชื่อทางไสยศาสตร์คนมีไข้ข้างเดียวถือกันว่ามีมหาอุตม์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้การที่จะหาของแท้ก็จะต้องดูให้ๆดีเพราะในด้านของเรื่องไข่ทองแดงนั้นก็ได้มีข้อมูลที่น้อยมากเหมือนกันนอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องรางของขลังอีกหลายอย่างที่เรานั้น

ไม่ได้หยิบนำเอามาแนะในเรื่องราวในครั้งนี้เพราะได้คิดว่าคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังก็อาจจะเคยฟังผ่านๆหูกันมาบ้างแล้วหรือไม่คุณผู้ชมก็อาจจะเคยได้รับรู้กันมาบ้างแล้วเป็นบางส่วนและในส่วนของเครื่องรางของขลังที่ได้กล่าวมาในทั้งหมดนี้บางอย่างก็อาจจะไม่มีคนได้คิดด้วยซ้ำ

ว่าของสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรางของขลังได้ความขลังจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อหรือศรัทธามากแค่ไหนดังพุทธสุภาษิตได้กล่าวไว้ว่า อตฺตา หเว ชิต เสยฺโย ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า

ตำนานผีปอบ

 ผีปอบเป็นผีที่คนทางแทบทางภาคอีสานเชื่อว่ามีอยู่จริง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลือและยังคงเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้  

ว่ากันว่าผีปอบเป็นผีที่ชอบกินของดิบดิบและสดสด เป็นอาหาร พวกมันมักจะกินเข้าไปมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่อิ่ม หากมีสัตว์หรือคนตายแล้วมีเครื่องในหายไป ชาวบ้านมักจะคิดกันว่าสัตว์หรือคนที่ตายนั้นถูกผีปอบกินจนตาย

และในคนที่เป็นผีปอบเอง เมื่อโดนผีปอบสิงอยู่เป็นเวลานานๆผีปอบ ที่สิงอยู่ในคนก็จะกินไตไส้พุงของคนที่มันสิงหมดแล้วคนคนนั้นก็จะถึงแก่ความตายและผีปอบก็จะไปรา่งใหม่แทน และสำหรับคนที่โดนผีปอบกินจะมีอาการนอนหลับตายเฉยๆโดยชาวบ้านว่ากันว่าเป็นอาการของการไหลตาย ผีปอบมีเกิดมาจากคนที่เล่นของ เล่นอาคมวิชาแล้วทำผิดกฎข้อห้าม หรือที่คนอีสานเรียกกันว่า ขะลำ

ซึ่งหากใครที่ทำผิดกฎข้อห้ามหรือผิดครู วิญาณของบรมครูจะมีการลงโทษคนที่เล่นวิชาเหล่านั้นด้วยการทำให้เป็นผีปอบ  สำหรับผีปอบอีกรูปแบบหนึ่งก็คือคนที่มีวิชาอาคมแต่ใช้เป็นส่วนใหญ่ มักจะใช้อาคมไปทำร้ายคนอื่นแล้วอาคมของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแล้วกลายเป็นผีปอบในที่สุด

สำหรับผีปอบนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ผีปอบที่สืบทอดกันมาจากทางเชื้อสาย โดยติดต่อกันมาทางน้ำลายซึ่งปอบกลุ่มนี้จะไม่ค่อยดุร้าย และไม่ชอบการสุงสิงกับใคร ซึ่งในสมัยโบราณหากบ้านไหนไม่ยอมเข้าไปสังสรรค์กับคนอื่นมักจะถูกมองว่าเป็นปอบ ส่วนอีกปอบหนึ่งนั้นก็คือ กลุ่มคนที่มีวิชาอาคมแล้วนำมาใช้ในทางที่ผิดจึงทำให้วิชาอาคมนั้นเข้าตัวและกลายเป็นปอบในที่สุดซึ่งประเภทนี้จะมีความดุร้ายน่ากลัว และยังมีปอบเลี้ยงซึ่งประเภทนี้จะเกิดจากการสร้างขึ้นมาของผู้มีวิชาอาคมโดยสร้างขึ้นมา

เพื่อให้มาเป็นบริวารประเภทนี้จะเป็นปอบที่ไม่ดีและปอบชนิดนี้จะต้องมีการหาของมาให้กินอย่าได้ขาด หากไม่เอาของกินมาเลี้ยงมัน มันจะทำร้ายเจ้าของที่เลี้ยงดูมัน ปอบชนิดนี้มีนิสัยดุร้ายน่ากลัว พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในหุ่นหรือในกรวยดอกไม้ ลักษณะของคนที่ผีปอบเข้าสิงนั้นบางคนจะมีนิสัยดุร้ายน่ากลัวแต่บางคนก็มักจะหลบตัวอยู่

แต่ในบ้านไม่ไปสุงสิงกับใครนอนซมอยู่ตลอดทั้งวันซึ่งแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าผีปอบชนิดไหนเข้าสิง การขับไล่ปอบนั้นชาวบ้านในสมัยโบราณมักจะมีผู้ที่มีคาถาอาคมมาช่วยขับได้โดยจะใช้เป็นหวายลงอาคมใช้ตรีไล่ปอบซึ่งถ้าเกิดว่าปอบออกจากร่างไปร้อยหวายที่อยู่บนหลังของคนที่เคยถูกผีปอบเข้าสิงก็จะหายไปด้วย

ในปัจจุบันถึงแม้ว่าเราจะไม่พบเห็นว่าใครมีอาการคนเป็นปอบแต่ก็ยังมีการเล่าขานถึงผีปอบให้เด็กๆและคนรุ่นหลังได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

ตำนานนางคนครัวเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

   มีเรื่องเล่าขานมานานนมถึงเด็กสาวคนนึงที่แต่เดิมที่บ้านมีฐานะร่ำรวยแต่เมื่อแม่ได้เสียชีวิตลงไปพ่อก็มีภรรยาใหม่ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อนั้นก็มีลูกสาวติดมาด้วยอีก 2 คนแล้วต่อมาไม่นานพ่อของหญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงไป

ทำให้หญิงสาวต้องอยู่กับแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงของนางทั้งสองคนจากเดิมที่มีชื่ออันไพเราะสะสวยกับถูกเรียกขานใหม่ว่าเป็นนางซินเดอเรลล่าหญิงสาวก้นครัว ซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงในบ้านของตนเอง

ซึ่งแม่เลี้ยงได้ฮุบมรดกของซินเดอเรลล่าทั้งหมด และเลี้ยงดูซินเดอเรลล่าเหมือนกับสาวใช้เพราะเธอต้องทำงานบ้านเองทุกอย่างโดยที่แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองคนทำตัวสบายเหมือนกับเป็นนายจ้างอยู่มาวันหนึ่งทางพระราชวังได้มีการประกาศให้มีการเชิญชวนหญิงสาวที่ยังไม่มีพันธะกับชายใดเป็นหญิงสาวที่โสดไปงานเลี้ยงในปราสาทราชวังแม่เลี้ยงได้พาพี่สาวทั้งสองคนของเธอเดินทางเข้าไปที่ปราสาทเพื่อหวังจะได้เต้นรำกับเจ้าชายและได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชาย

แต่ในขณะเดียวกันติดกันให้ซินเดอเรลล่าอยู่แต่ในบ้านและทำงานบ้านหากทำงานบ้านไม่เสร็จเธอก็ไม่สามารถไปไหนได้แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบปัญหาใหม่อีกว่าเธอไม่มีชุดที่จะสวมใส่ไปในงานและนั่นเองทำให้มีนางฟ้าใจดีลงมาช่วยเหลือเธอ ด้วยการใส่ชุดให้เธอสวมใส่รองเท้าแก้วให้เธอใส่ไปงานรวมถึงเสกรถฟักทองเธอไปยังปราสาทราชวัง

และเมื่อเธอเข้าไปในงานเจ้าชายก็หลงเสน่ห์เธอและเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนที่นางฟ้านัดกับซินเดอเรลล่าให้รีบกลับบ้านเพราะหลังเที่ยงคืนไปแล้วเธอจะกลายร่างเป็นนางก้นครัวเหมือนเดิมทำให้ซินเดอเรลล่าต้องรีบวิ่งออกมาจากประสาทและสะดุดล้มตรงบันไดมีผลให้รองเท้าข้างนึงของเธอตกอยู่รุ่งเช้าเจ้าชายจึงได้ให้ทหารออกติดตามหาเธอจนไปถึงบ้านของแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่าและในที่สุดเจ้าชายก็ได้พบกับซินเดอเรลล่าและแต่งงานกันในที่สุดตำนานของซินเดอเรลล่าเป็นตำนานเล่าขานถึงความรักอันยิ่งใดที่เจ้าชายมีต่อซินเดอเรลล่าถึงแม้จะเหลือ

แค่รองเท้าข้างเดียวให้ดูต่างหน้า เจ้าชายก็พยายามติดตามหาตัวเจอหน้าหญิงที่รักจนพบและสามารถได้ครองคู่กันนิทานเรื่องนี้เป็นนิทานในตำนานที่เด็กๆชื่นชอบกันเป็นอย่างมากหากพ่อแม่เล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนอนเด็กๆส่วนใหญ่ก็จะนอนหลับฝันดีนิทานเรื่องนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายต่อหลายครั้ง

รวมถึงวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเรียกว่าถึงแม้จะผ่านมากว่า50 ปี แต่งนิทานเรื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็นนิทานอมตะของวอลดิสนี่เลยทีเดียว นิทานเรื่องนี้ยังอยู่ในใจของใครหลายๆคนรวมถึงเด็กๆในปัจจุบันก็ยังต้องหาซื้อนิทานเรื่องนี้มันอ่านกันทุกคน 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนมาจาก  rb88

ตำนานหนุษย์หมาป่า

หมาป่าคือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่ามีลักษณะรูปร่างคล้ายกับหมาที่อาศัยอยู่กับคนจะดูธรรมชาติแล้วหมาป่าเป็นสัตว์ที่น่ากลัว แต่หากเราใช้คำว่ามนุษย์มาผสมกับหมาป่าแล้วก็มันจะกลายเป็นคำว่ามนุษย์หมาป่าซึ่งมันจะน่ากลัวกว่าหมาป่ามากกว่าหลายร้อยเท่านะ

     บางคนเชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงแต่บางคนก็เชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นเป็นแค่นิทานที่มีการแต่งตั้งกันขึ้นมาแต่คุณรู้มั้ยว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีจริงเมื่อในอดีตอาการที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันมีจริงและเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้เรามาย้อนดูกันว่ามีประวัติเรื่องเล่ายังไงบ้างที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกใบนี้มีมนุษย์หมาป่าจริงๆ

     ในประเทศฝรั่งเศสเมื่อประมาณปีพ. ศ. 1521 มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่ามีเหตุการณ์อันน่าประหลาดเกิดขึ้นที่เมืองโพลิ้งนี่  ก็มีเรื่องเล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งก็ถูกทำร้ายขณะที่เขากำลังเดินอยู่คนเดียวด้วยคนที่มีลักษณะเหมือนหมาป่าที่เขาต่อสู้กับเจ้าตัวประหลาดนั้นเขาก็สามารถทำร้ายมันจนได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย

จนมันต้องหนีไปในขณะที่เขากำลังเดินด้วยสภาพโซซัดโซเซไปตามท้องถนนเพื่อหาคนมาช่วยนั้นเขาก็ได้เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ก็มีสภาพบาดเจ็บไม่ต่างกับเขาเดินออกมาตามถนนเพื่อไปหาสถานที่รักษาบาดแผลเหมือนกันกับเขา

ซึ่งชายคนดังกล่าวสังเกตเห็นว่าบาดแผลผู้ชายอีกคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับบาดแผลที่เขาได้ทำร้ายหมาป่าตัวนึงที่มีรูปร่างคล้ายกับคนไปดังนั้นเขาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มาจับกุมตัวชายคนดังกล่าวและเมื่อผู้ชายคนนั้นถูกจับตัวรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาชื่อ Michael และเขาคือบุคคลที่ทำร้ายชาย คนที่แจ้งความจริง

โดยเขากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า  สิ่งที่เขากลายร่างเป็นหมาป่าได้นั้นก็เพราะว่าเนื่องจากเขาได้มีการทำสัญญากระเป๋าปีศาจ แต่มนุษย์หมาป่าไม่ได้มีเขาแค่คนเดียวเท่านั้นยังมีเพื่อนของเขาอีก 2 คนที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้โดยทั้ง 2 คนมีชื่อว่าฟิลลิปและปีแอร์แล้วเขายังสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกว่าทั้งตัวเขาเองและเพื่อนเขาอีก 2 คน

ได้มีการก่อเหตุทำร้ายคนอื่นมามากมายหลายคดีรวมถึงได้มีการฆ่าคนอื่นมามากมายหลายคนพร้อมทั้งกินเนื้อคนที่พวกเขาฆ่าโดยส่วนใหญ่คนที่ถูกกลุ่มมนุษย์หมาป่าข้าจะอยู่ในบริเวณเมืองโพลิ้งนี่การแพทย์ทุกคน

       นี่เป็นเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งในปัจจุบันทางการแพทย์ได้บอกว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงเนื่องจากเป็นความผิดปกติทางด้านสมองซึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะมีการฝังใจคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์หมาป่าแล้วก็ออกทำร้ายคนเพิ่งถึงกัดกินคนคล้ายกับหมาป่าซึ่งอาการแบบนี้เป็นลักษณะของอาการทางจิตอย่างหนึ่งซึ่งต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน 

ซีอุย แซ่อึ้ง ตำนานมนุษย์กินคนในประเทศไทย

เมื่อราวๆปี2500 คดีซีอุยนับว่าได้เป็นคดีที่ได้สร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความทรงจำที่ดลวร้ายให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากในยุคสมัยนั้นเมื่อจะต้องเจอเรื่องไม่คาดฝันกับลูกเล็กเด็กแดงที่จะต้องเป็นเหยื่อถูกฆตกรใจร้ายลงมือฆ่าให้ตาย

ด้วยความโหดเฮียมจากนั้นก็ได้ควักหัวใจและนำตับเอาไปกินหลังจากนั้นข้าวก็ได้เผยแพ่ยออกไปภายในวงกว้างจึงถึงกับทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในสมัยนั้นหวาดผวาและได้สั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานของตัวเองได้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว

กับทั้งยังให้คอยระวังกับคนแปลกหน้าและไม่เช่นนั้นก็จะถูกหลอกนำเอาไปฆ่าควักหัวใจและเอาตับออกมากินกันเลยทีเดียว ซีอุยนั้นได้มีชื่อจริงว่า  ( หลีอุย แซ่อึ้ง ) แต่คนไทยนั้นได้เรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย ซีอุยได้เกิดเมื่อราวๆในปี พศ2470 ที่เมืองเซาถัว ประเทศจีน

โดยซีอุยได้เกิดในครอบครัวที่ยากจนหาเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตร ซีอุย นั้นได้เป็นลูกชายคนสที่3จากจำพี่น้องทั้งหมด12คน เมื่อตอนเป็นเด็กและเป็นวัยรุ่น ซีอุยเป็นคนที่มีรูปร่างที่เล็กเมื่อเทียบกับคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ซึ่งซีอุยนั้นได้มีส่วนสูงแค่ประมาณ150ซม.เท่านั้น นอกจากนี้ ซีอุยจึงมักถูกคนอื่นรังแกอยู่เสมอจนในกระทั่งวันหนึ่งในตามคำบอกเล่าของ ซีอุย เองว่ามีนักบวชรูปหนึ่งทนเห็นตนถูกทำร้ายโดยรังแกอยู่เป็นประจำไม่ไหวจึงได้เดินเข้ามาหาและได้แนะนำว่าถามอยากจะมีร่างกายที่แข็งแรงต้องกินเนื้อหรืออวัยวัยวะของมนุษย์

ซึ่ง ซีอุยในวัยเด็กก็ได้นอมรับคำแนะนำนั้นอย่างตั้งใจและโดยเชื่อสนิดใจอีกทั้งคำสอนนี้ก็ได้ฝังอยู่ในใจของ ซีอุยอยู่เสมอมาจากนั้นมา ซีอุย เอง  ก็เริ่มกินเนื้อสดๆที่ได้มาจากการล่าสัตว์ของนั่นเองและแน่นอนอวัยวัยวะส่วนที่ ซีอุย นั้นได้โปรดปรานมากที่สุดนั่นก็คือตับไตและหัวใจและเรื่องนี้แม้ว่าคนรอบข้างของ ซีอุย จะรู้แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือว่ากล่าวอะไรเพราะได้เห็นว่า ซีอุย ยังเป็นเด็กอีกทั้งพ่อแม่ก็ยังได้มีลูกหลายคนและได้มีฐานะยากจนต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวยังดูแลลูกๆได้อย่างไปทั่วถึง

และนั่นจึงทำให้ ซีอุย ได้เป็นคนแปลกๆมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและด้วยความที่พ่อและแม่นั้นได้มีอาชีพเป็นคนชาวไร่มีฐานะยากจนอีกทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกๆเป็นจำนวนมากจึงทำให้ ซีอุย ต้องออกจากบ้านเพื่อหาเลี้ยงคนเอง

หน่วยรบพิเศษที่ได้ถูกฝึกมาอย่างดี

หน่วยรบที่มีความชํานาญทางด้านการรบเป็นพิเศษซึ่งในแต่ละประเทศที่อยู่ไปทั่วโลกนั้นล้วนแล้วก็จะมีแต่หน่วยรบแบบนี้ทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยของประเทศนั้นเองดังนี้เราจะมูกันหน่อยว่าหน่วยรบพิเศษที่วทุกมุมโลลนั้นจะมีหน่วยรบจากประเทศไหนกันบ้างที่จะเรียกว่าเก่งโกดและอันตรายมากที่สุดในโลก

BERETS VERTS FRANCE  หรือ FRENCH NAVAL COMMANDOSจากประเทศฝรั่งเศษ

หน่วยรบคอมมานโดแห่งราชนาวีที่ได้รับฉายาว่าหมวกไบเล่สีเขียวใรการฝึกของหน่วยนี้ยากและทรหดมากจะใช้ระยะเวลาใรการฝึกทั้งสิ้นประมาณ20สัปดาห์ในการฝึกกระโดดร่มซึ่งได้เป็นการฝึกฝนที่หนักเป็นอย่างมากโดยผู้ที่ฝึกนั้นจะมีระยะเวลาในการพักผ่อนแค่เพียงประมาณ2ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

MARSOC  USA หน่วยรบพิเศษราชนาวีแห่งสหรัฐ หรือว่ามาซอก

ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาในเมือปี2007โดยจะถือได้ว่าเป็นหน่วยที่สุดยอดมาที่สุดของหน่วยรบของทหารที่จะทำการปฏิบัติภารกิจในส่วนของเรื่องในการที่จะมีการขัดแย้งกันต่างๆและยังรวมไปถึงภาระกิจที่จะต้องออกไปลาดตระเวนโดยจะมีการฝึกในการเรียนรู้วิธีที่จะสามารถที่จะเอาตัวเองรอดในสภาวะที่ธรรมชาติและยังรวมไปถึงศิลปะในการต่อสู้แบบต่างๆอีกต้องมากมาย

Spetannaz RUSSIA ประเทศรัศเซีย

ได้เป็นหน่วยรบที่ได้มีมาตรฐานสูงส่งในการฝึกและยังมีผู้ที่ได้รับเข้าทำการฝึกเพียงแค่2ใน10นายที่จะสามารถที่จะผ่านในการฝึกฝนครั้งนี้ไปได้และในการฝึกที่จะต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนในส่วนของการฝึกในครั้งนี้ซึ่งยังรวมไปถึงในการฝึกและการต่อสู้ด้วยมือเปล่าวและในการที่จะใช้อาวุธและการที่จะเก็บข้อมูลข่าวกรองในการเจรจาในส่วนของเรื่องตัวประกันและการที่จะเข้าไปทำการช่วยเหลือการควบคลุมการจลาจลการรักษาพยาบาลภาคสนามและมุงเน้นไปยังการรักษาร่างกายให้แข็งแรงลสมบูรณ์อยู่เสมอ

ARMY GREEN BERETS  USA ประเทศสหรัฐอเมริกา

ได้ก่อตั้งขึ้นมาในสมัยสงครามโลกในครัง้ที่สองในสมาชิกของหน่วยได้ถูกทำการฝึกมาในการก่อวินาศกรรมการกระโดนร่นและการที่จะปฏิบัติการทั้งทางบกและทางน้ำในการปีนเขาและสกีทว่าทหารหน่วยนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยของสงครามเวียดนามในระหว่างปีพุทธศักราช2510 ถึงปี 2515 ในสมาชิกในทีนนั้นได้เป็นอาสาสมัครและจะต้องมีความสามารถที่จะกระโดนร่ม

และผ่านโปรแกมที่เข้มข้นและยาวนานถึง44ถึงประมาณ62สัปดาห์โดยซึ่งจะคัดเอาผู้ที่จะไม่เหมาะสมนั้นนำเอาออกไปและทหารทุกคนจะต้องมีทักษะทางงด้านการต่อสู้ไหวพริบความฉลาดและการที่จะใช้อาวุธพิเศษการติดต่อสื่อสารความการชำนาญในการใช้ภาษาต่างประเทศ