ตำนานผีปอบ

 ผีปอบเป็นผีที่คนทางแทบทางภาคอีสานเชื่อว่ามีอยู่จริง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลือและยังคงเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้  

ว่ากันว่าผีปอบเป็นผีที่ชอบกินของดิบดิบและสดสด เป็นอาหาร พวกมันมักจะกินเข้าไปมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่อิ่ม หากมีสัตว์หรือคนตายแล้วมีเครื่องในหายไป ชาวบ้านมักจะคิดกันว่าสัตว์หรือคนที่ตายนั้นถูกผีปอบกินจนตาย

และในคนที่เป็นผีปอบเอง เมื่อโดนผีปอบสิงอยู่เป็นเวลานานๆผีปอบ ที่สิงอยู่ในคนก็จะกินไตไส้พุงของคนที่มันสิงหมดแล้วคนคนนั้นก็จะถึงแก่ความตายและผีปอบก็จะไปรา่งใหม่แทน และสำหรับคนที่โดนผีปอบกินจะมีอาการนอนหลับตายเฉยๆโดยชาวบ้านว่ากันว่าเป็นอาการของการไหลตาย ผีปอบมีเกิดมาจากคนที่เล่นของ เล่นอาคมวิชาแล้วทำผิดกฎข้อห้าม หรือที่คนอีสานเรียกกันว่า ขะลำ

ซึ่งหากใครที่ทำผิดกฎข้อห้ามหรือผิดครู วิญาณของบรมครูจะมีการลงโทษคนที่เล่นวิชาเหล่านั้นด้วยการทำให้เป็นผีปอบ  สำหรับผีปอบอีกรูปแบบหนึ่งก็คือคนที่มีวิชาอาคมแต่ใช้เป็นส่วนใหญ่ มักจะใช้อาคมไปทำร้ายคนอื่นแล้วอาคมของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองแล้วกลายเป็นผีปอบในที่สุด

สำหรับผีปอบนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ผีปอบที่สืบทอดกันมาจากทางเชื้อสาย โดยติดต่อกันมาทางน้ำลายซึ่งปอบกลุ่มนี้จะไม่ค่อยดุร้าย และไม่ชอบการสุงสิงกับใคร ซึ่งในสมัยโบราณหากบ้านไหนไม่ยอมเข้าไปสังสรรค์กับคนอื่นมักจะถูกมองว่าเป็นปอบ ส่วนอีกปอบหนึ่งนั้นก็คือ กลุ่มคนที่มีวิชาอาคมแล้วนำมาใช้ในทางที่ผิดจึงทำให้วิชาอาคมนั้นเข้าตัวและกลายเป็นปอบในที่สุดซึ่งประเภทนี้จะมีความดุร้ายน่ากลัว และยังมีปอบเลี้ยงซึ่งประเภทนี้จะเกิดจากการสร้างขึ้นมาของผู้มีวิชาอาคมโดยสร้างขึ้นมา

เพื่อให้มาเป็นบริวารประเภทนี้จะเป็นปอบที่ไม่ดีและปอบชนิดนี้จะต้องมีการหาของมาให้กินอย่าได้ขาด หากไม่เอาของกินมาเลี้ยงมัน มันจะทำร้ายเจ้าของที่เลี้ยงดูมัน ปอบชนิดนี้มีนิสัยดุร้ายน่ากลัว พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในหุ่นหรือในกรวยดอกไม้ ลักษณะของคนที่ผีปอบเข้าสิงนั้นบางคนจะมีนิสัยดุร้ายน่ากลัวแต่บางคนก็มักจะหลบตัวอยู่

แต่ในบ้านไม่ไปสุงสิงกับใครนอนซมอยู่ตลอดทั้งวันซึ่งแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าผีปอบชนิดไหนเข้าสิง การขับไล่ปอบนั้นชาวบ้านในสมัยโบราณมักจะมีผู้ที่มีคาถาอาคมมาช่วยขับได้โดยจะใช้เป็นหวายลงอาคมใช้ตรีไล่ปอบซึ่งถ้าเกิดว่าปอบออกจากร่างไปร้อยหวายที่อยู่บนหลังของคนที่เคยถูกผีปอบเข้าสิงก็จะหายไปด้วย

ในปัจจุบันถึงแม้ว่าเราจะไม่พบเห็นว่าใครมีอาการคนเป็นปอบแต่ก็ยังมีการเล่าขานถึงผีปอบให้เด็กๆและคนรุ่นหลังได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

ตำนานนางคนครัวเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

   มีเรื่องเล่าขานมานานนมถึงเด็กสาวคนนึงที่แต่เดิมที่บ้านมีฐานะร่ำรวยแต่เมื่อแม่ได้เสียชีวิตลงไปพ่อก็มีภรรยาใหม่ซึ่งภรรยาใหม่ของพ่อนั้นก็มีลูกสาวติดมาด้วยอีก 2 คนแล้วต่อมาไม่นานพ่อของหญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงไป

ทำให้หญิงสาวต้องอยู่กับแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงของนางทั้งสองคนจากเดิมที่มีชื่ออันไพเราะสะสวยกับถูกเรียกขานใหม่ว่าเป็นนางซินเดอเรลล่าหญิงสาวก้นครัว ซินเดอเรลล่าอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงในบ้านของตนเอง

ซึ่งแม่เลี้ยงได้ฮุบมรดกของซินเดอเรลล่าทั้งหมด และเลี้ยงดูซินเดอเรลล่าเหมือนกับสาวใช้เพราะเธอต้องทำงานบ้านเองทุกอย่างโดยที่แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองคนทำตัวสบายเหมือนกับเป็นนายจ้างอยู่มาวันหนึ่งทางพระราชวังได้มีการประกาศให้มีการเชิญชวนหญิงสาวที่ยังไม่มีพันธะกับชายใดเป็นหญิงสาวที่โสดไปงานเลี้ยงในปราสาทราชวังแม่เลี้ยงได้พาพี่สาวทั้งสองคนของเธอเดินทางเข้าไปที่ปราสาทเพื่อหวังจะได้เต้นรำกับเจ้าชายและได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชาย

แต่ในขณะเดียวกันติดกันให้ซินเดอเรลล่าอยู่แต่ในบ้านและทำงานบ้านหากทำงานบ้านไม่เสร็จเธอก็ไม่สามารถไปไหนได้แต่ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบปัญหาใหม่อีกว่าเธอไม่มีชุดที่จะสวมใส่ไปในงานและนั่นเองทำให้มีนางฟ้าใจดีลงมาช่วยเหลือเธอ ด้วยการใส่ชุดให้เธอสวมใส่รองเท้าแก้วให้เธอใส่ไปงานรวมถึงเสกรถฟักทองเธอไปยังปราสาทราชวัง

และเมื่อเธอเข้าไปในงานเจ้าชายก็หลงเสน่ห์เธอและเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนที่นางฟ้านัดกับซินเดอเรลล่าให้รีบกลับบ้านเพราะหลังเที่ยงคืนไปแล้วเธอจะกลายร่างเป็นนางก้นครัวเหมือนเดิมทำให้ซินเดอเรลล่าต้องรีบวิ่งออกมาจากประสาทและสะดุดล้มตรงบันไดมีผลให้รองเท้าข้างนึงของเธอตกอยู่รุ่งเช้าเจ้าชายจึงได้ให้ทหารออกติดตามหาเธอจนไปถึงบ้านของแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่าและในที่สุดเจ้าชายก็ได้พบกับซินเดอเรลล่าและแต่งงานกันในที่สุดตำนานของซินเดอเรลล่าเป็นตำนานเล่าขานถึงความรักอันยิ่งใดที่เจ้าชายมีต่อซินเดอเรลล่าถึงแม้จะเหลือ

แค่รองเท้าข้างเดียวให้ดูต่างหน้า เจ้าชายก็พยายามติดตามหาตัวเจอหน้าหญิงที่รักจนพบและสามารถได้ครองคู่กันนิทานเรื่องนี้เป็นนิทานในตำนานที่เด็กๆชื่นชอบกันเป็นอย่างมากหากพ่อแม่เล่านิทานเรื่องนี้ให้ฟังก่อนนอนเด็กๆส่วนใหญ่ก็จะนอนหลับฝันดีนิทานเรื่องนี้ยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายต่อหลายครั้ง

รวมถึงวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเรียกว่าถึงแม้จะผ่านมากว่า50 ปี แต่งนิทานเรื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็นนิทานอมตะของวอลดิสนี่เลยทีเดียว นิทานเรื่องนี้ยังอยู่ในใจของใครหลายๆคนรวมถึงเด็กๆในปัจจุบันก็ยังต้องหาซื้อนิทานเรื่องนี้มันอ่านกันทุกคน 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนมาจาก  rb88

ตำนานหนุษย์หมาป่า

หมาป่าคือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่ามีลักษณะรูปร่างคล้ายกับหมาที่อาศัยอยู่กับคนจะดูธรรมชาติแล้วหมาป่าเป็นสัตว์ที่น่ากลัว แต่หากเราใช้คำว่ามนุษย์มาผสมกับหมาป่าแล้วก็มันจะกลายเป็นคำว่ามนุษย์หมาป่าซึ่งมันจะน่ากลัวกว่าหมาป่ามากกว่าหลายร้อยเท่านะ

     บางคนเชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงแต่บางคนก็เชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นเป็นแค่นิทานที่มีการแต่งตั้งกันขึ้นมาแต่คุณรู้มั้ยว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีจริงเมื่อในอดีตอาการที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันมีจริงและเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้เรามาย้อนดูกันว่ามีประวัติเรื่องเล่ายังไงบ้างที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกใบนี้มีมนุษย์หมาป่าจริงๆ

     ในประเทศฝรั่งเศสเมื่อประมาณปีพ. ศ. 1521 มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่ามีเหตุการณ์อันน่าประหลาดเกิดขึ้นที่เมืองโพลิ้งนี่  ก็มีเรื่องเล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งก็ถูกทำร้ายขณะที่เขากำลังเดินอยู่คนเดียวด้วยคนที่มีลักษณะเหมือนหมาป่าที่เขาต่อสู้กับเจ้าตัวประหลาดนั้นเขาก็สามารถทำร้ายมันจนได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย

จนมันต้องหนีไปในขณะที่เขากำลังเดินด้วยสภาพโซซัดโซเซไปตามท้องถนนเพื่อหาคนมาช่วยนั้นเขาก็ได้เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ก็มีสภาพบาดเจ็บไม่ต่างกับเขาเดินออกมาตามถนนเพื่อไปหาสถานที่รักษาบาดแผลเหมือนกันกับเขา

ซึ่งชายคนดังกล่าวสังเกตเห็นว่าบาดแผลผู้ชายอีกคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับบาดแผลที่เขาได้ทำร้ายหมาป่าตัวนึงที่มีรูปร่างคล้ายกับคนไปดังนั้นเขาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มาจับกุมตัวชายคนดังกล่าวและเมื่อผู้ชายคนนั้นถูกจับตัวรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาชื่อ Michael และเขาคือบุคคลที่ทำร้ายชาย คนที่แจ้งความจริง

โดยเขากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า  สิ่งที่เขากลายร่างเป็นหมาป่าได้นั้นก็เพราะว่าเนื่องจากเขาได้มีการทำสัญญากระเป๋าปีศาจ แต่มนุษย์หมาป่าไม่ได้มีเขาแค่คนเดียวเท่านั้นยังมีเพื่อนของเขาอีก 2 คนที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้โดยทั้ง 2 คนมีชื่อว่าฟิลลิปและปีแอร์แล้วเขายังสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกว่าทั้งตัวเขาเองและเพื่อนเขาอีก 2 คน

ได้มีการก่อเหตุทำร้ายคนอื่นมามากมายหลายคดีรวมถึงได้มีการฆ่าคนอื่นมามากมายหลายคนพร้อมทั้งกินเนื้อคนที่พวกเขาฆ่าโดยส่วนใหญ่คนที่ถูกกลุ่มมนุษย์หมาป่าข้าจะอยู่ในบริเวณเมืองโพลิ้งนี่การแพทย์ทุกคน

       นี่เป็นเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งในปัจจุบันทางการแพทย์ได้บอกว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงเนื่องจากเป็นความผิดปกติทางด้านสมองซึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะมีการฝังใจคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์หมาป่าแล้วก็ออกทำร้ายคนเพิ่งถึงกัดกินคนคล้ายกับหมาป่าซึ่งอาการแบบนี้เป็นลักษณะของอาการทางจิตอย่างหนึ่งซึ่งต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน 

ซีอุย แซ่อึ้ง ตำนานมนุษย์กินคนในประเทศไทย

เมื่อราวๆปี2500 คดีซีอุยนับว่าได้เป็นคดีที่ได้สร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความทรงจำที่ดลวร้ายให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากในยุคสมัยนั้นเมื่อจะต้องเจอเรื่องไม่คาดฝันกับลูกเล็กเด็กแดงที่จะต้องเป็นเหยื่อถูกฆตกรใจร้ายลงมือฆ่าให้ตาย

ด้วยความโหดเฮียมจากนั้นก็ได้ควักหัวใจและนำตับเอาไปกินหลังจากนั้นข้าวก็ได้เผยแพ่ยออกไปภายในวงกว้างจึงถึงกับทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในสมัยนั้นหวาดผวาและได้สั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานของตัวเองได้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว

กับทั้งยังให้คอยระวังกับคนแปลกหน้าและไม่เช่นนั้นก็จะถูกหลอกนำเอาไปฆ่าควักหัวใจและเอาตับออกมากินกันเลยทีเดียว ซีอุยนั้นได้มีชื่อจริงว่า  ( หลีอุย แซ่อึ้ง ) แต่คนไทยนั้นได้เรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย ซีอุยได้เกิดเมื่อราวๆในปี พศ2470 ที่เมืองเซาถัว ประเทศจีน

โดยซีอุยได้เกิดในครอบครัวที่ยากจนหาเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตร ซีอุย นั้นได้เป็นลูกชายคนสที่3จากจำพี่น้องทั้งหมด12คน เมื่อตอนเป็นเด็กและเป็นวัยรุ่น ซีอุยเป็นคนที่มีรูปร่างที่เล็กเมื่อเทียบกับคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ซึ่งซีอุยนั้นได้มีส่วนสูงแค่ประมาณ150ซม.เท่านั้น นอกจากนี้ ซีอุยจึงมักถูกคนอื่นรังแกอยู่เสมอจนในกระทั่งวันหนึ่งในตามคำบอกเล่าของ ซีอุย เองว่ามีนักบวชรูปหนึ่งทนเห็นตนถูกทำร้ายโดยรังแกอยู่เป็นประจำไม่ไหวจึงได้เดินเข้ามาหาและได้แนะนำว่าถามอยากจะมีร่างกายที่แข็งแรงต้องกินเนื้อหรืออวัยวัยวะของมนุษย์

ซึ่ง ซีอุยในวัยเด็กก็ได้นอมรับคำแนะนำนั้นอย่างตั้งใจและโดยเชื่อสนิดใจอีกทั้งคำสอนนี้ก็ได้ฝังอยู่ในใจของ ซีอุยอยู่เสมอมาจากนั้นมา ซีอุย เอง  ก็เริ่มกินเนื้อสดๆที่ได้มาจากการล่าสัตว์ของนั่นเองและแน่นอนอวัยวัยวะส่วนที่ ซีอุย นั้นได้โปรดปรานมากที่สุดนั่นก็คือตับไตและหัวใจและเรื่องนี้แม้ว่าคนรอบข้างของ ซีอุย จะรู้แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือว่ากล่าวอะไรเพราะได้เห็นว่า ซีอุย ยังเป็นเด็กอีกทั้งพ่อแม่ก็ยังได้มีลูกหลายคนและได้มีฐานะยากจนต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวยังดูแลลูกๆได้อย่างไปทั่วถึง

และนั่นจึงทำให้ ซีอุย ได้เป็นคนแปลกๆมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและด้วยความที่พ่อและแม่นั้นได้มีอาชีพเป็นคนชาวไร่มีฐานะยากจนอีกทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกๆเป็นจำนวนมากจึงทำให้ ซีอุย ต้องออกจากบ้านเพื่อหาเลี้ยงคนเอง

หน่วยรบพิเศษที่ได้ถูกฝึกมาอย่างดี

หน่วยรบที่มีความชํานาญทางด้านการรบเป็นพิเศษซึ่งในแต่ละประเทศที่อยู่ไปทั่วโลกนั้นล้วนแล้วก็จะมีแต่หน่วยรบแบบนี้ทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยของประเทศนั้นเองดังนี้เราจะมูกันหน่อยว่าหน่วยรบพิเศษที่วทุกมุมโลลนั้นจะมีหน่วยรบจากประเทศไหนกันบ้างที่จะเรียกว่าเก่งโกดและอันตรายมากที่สุดในโลก

BERETS VERTS FRANCE  หรือ FRENCH NAVAL COMMANDOSจากประเทศฝรั่งเศษ

หน่วยรบคอมมานโดแห่งราชนาวีที่ได้รับฉายาว่าหมวกไบเล่สีเขียวใรการฝึกของหน่วยนี้ยากและทรหดมากจะใช้ระยะเวลาใรการฝึกทั้งสิ้นประมาณ20สัปดาห์ในการฝึกกระโดดร่มซึ่งได้เป็นการฝึกฝนที่หนักเป็นอย่างมากโดยผู้ที่ฝึกนั้นจะมีระยะเวลาในการพักผ่อนแค่เพียงประมาณ2ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

MARSOC  USA หน่วยรบพิเศษราชนาวีแห่งสหรัฐ หรือว่ามาซอก

ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาในเมือปี2007โดยจะถือได้ว่าเป็นหน่วยที่สุดยอดมาที่สุดของหน่วยรบของทหารที่จะทำการปฏิบัติภารกิจในส่วนของเรื่องในการที่จะมีการขัดแย้งกันต่างๆและยังรวมไปถึงภาระกิจที่จะต้องออกไปลาดตระเวนโดยจะมีการฝึกในการเรียนรู้วิธีที่จะสามารถที่จะเอาตัวเองรอดในสภาวะที่ธรรมชาติและยังรวมไปถึงศิลปะในการต่อสู้แบบต่างๆอีกต้องมากมาย

Spetannaz RUSSIA ประเทศรัศเซีย

ได้เป็นหน่วยรบที่ได้มีมาตรฐานสูงส่งในการฝึกและยังมีผู้ที่ได้รับเข้าทำการฝึกเพียงแค่2ใน10นายที่จะสามารถที่จะผ่านในการฝึกฝนครั้งนี้ไปได้และในการฝึกที่จะต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนในส่วนของการฝึกในครั้งนี้ซึ่งยังรวมไปถึงในการฝึกและการต่อสู้ด้วยมือเปล่าวและในการที่จะใช้อาวุธและการที่จะเก็บข้อมูลข่าวกรองในการเจรจาในส่วนของเรื่องตัวประกันและการที่จะเข้าไปทำการช่วยเหลือการควบคลุมการจลาจลการรักษาพยาบาลภาคสนามและมุงเน้นไปยังการรักษาร่างกายให้แข็งแรงลสมบูรณ์อยู่เสมอ

ARMY GREEN BERETS  USA ประเทศสหรัฐอเมริกา

ได้ก่อตั้งขึ้นมาในสมัยสงครามโลกในครัง้ที่สองในสมาชิกของหน่วยได้ถูกทำการฝึกมาในการก่อวินาศกรรมการกระโดนร่นและการที่จะปฏิบัติการทั้งทางบกและทางน้ำในการปีนเขาและสกีทว่าทหารหน่วยนี้ได้เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยของสงครามเวียดนามในระหว่างปีพุทธศักราช2510 ถึงปี 2515 ในสมาชิกในทีนนั้นได้เป็นอาสาสมัครและจะต้องมีความสามารถที่จะกระโดนร่ม

และผ่านโปรแกมที่เข้มข้นและยาวนานถึง44ถึงประมาณ62สัปดาห์โดยซึ่งจะคัดเอาผู้ที่จะไม่เหมาะสมนั้นนำเอาออกไปและทหารทุกคนจะต้องมีทักษะทางงด้านการต่อสู้ไหวพริบความฉลาดและการที่จะใช้อาวุธพิเศษการติดต่อสื่อสารความการชำนาญในการใช้ภาษาต่างประเทศ

การวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆ

การวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆที่เหล่าวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยมาแล้ว

กบ

และสำหรับกบนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้ถือกำเนิดมาอย่างยาวนานถึง200ล้านปีมาแล้วและยังเป็นสัตว์ที่มันสามารถอยู่รอดมาได้จากการสูญพันในครั้งใหญ่โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ก็ได้เชื่อว่ากบนั้นได้เป็นสัตว์ที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้ดินได้เป็นอย่างดีและยังเป็นสัตว์ที่สามารถปรับสภาพได้ดีให้กับสภาพแวดล้อม

และระบบนิเวทแบบใหม่ ซึ่งโดยจากการที่ได้ศึกษาก็ได้พบว่ากบในยุคปัจจุบันราวประมาณร้อยละ88ที่มีมาจากอดีตที่สามารถย้อนกลับไปไกลได้ถึง60 150ล้านปีก่อนโดยจากการตรวจสอบและในการศึกษาทางพันธุกรรมและเปรียบเทียบระดับยีนกับโมเลกุลและระหว่างกบในปัจจุบันและได้ส้รางดึกดําบรรพ์ของกบในก่อนยุคประวัติศาสตร์และในปัจจุบันนี้ยังได้มีการสืบสายพันและแตกแขนงทางชีวะวิทยาไปทั่วโลกนั่นเอง

แมลงวัน

และสำหรับแมลงวันมันเป็นแมลงที่ได้อาศัยอยู่ในชุมชน มนุษย์ชนิดหนึ่งที่มีเยอะแยะมากมายเติมไปหมด ซึ่งโดยส่วนมากแล้วคนเรามักจะรู้จักแค่บางชนิดเช่น แมลงวันบ้านและแมลงวันหัวเขียวโดยพวกมันนั้นก็จะกินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์และเศษอาหารที่อยู่ตามถังขยะและมักจะชอบออกหากินในเวลากลางวันและไม่ชอบแสงแดดที่จัดโดยศรัมีในการออกหากอินของพวกมัน

นั้นจะอยู่ที่ในวงประมาณ3กิโลเมตรและก็อย่างที่เรานั้นได้ทราบก็แหละว่าแมลงวันนั้นเป็นเป็นสัตว์ที่อันตรายจากการได้นำเอาเชื้อโรคมาสู่คนเนื่องจากแมลงวันนั้นมันได้มีนิสัยที่ชอบอาหารบูดเน่าและอาหารคาวและเศษอาหารที่สกปรกรวมไปถึงอุจาระด้วยจากนั้นเชื้อโรคก็ได้ติดมาตามตัวตามขาและผิวหนังของมันมา

โดยวิทีในการเป็ยอยู่ของมันนั้นพวกมันมักจะชอบอาศัยอยู่ที่ตามบ้านเรือนในครัวที่ได้มีการปรุงอาหารซึ่งวงจรชีวิตของพวกมันนั้นก็จะแบ่งเป็น4ระยะก็คือระยะไข่หลังจากตัวเมียผสมพันแล้ว7วันมันจะวางไข่ตลอดชีวิตและมันก็จะวางไข่ถึงประมาณ4/5ครั้งในครั้งหนึ่งก็จะวางไข่ประมาณ75/150ฟอง และจะฝักไข่เป็นตัวอ่อนกินอาหารที่สกปรกบริเวณนั้นตัวหนอนเมื่อแก่มันก็จะคานไปในที่แห้ง 4/7 และเปลี่ยนรูปร่างเป็นตัวโม่ง

โดยระยตัวโม่งนั้นซึ่งมันจะเป็นระยะที่ไม่เคลื่อนไหวมันจะม่กินอาหารและมันจะอยู่ได้นาน3/6วันหลังจากที่เป็นตัวโม่งแล้วราวประมาณ3/6มันก็จะได้ทำการเปลี่ยนให้เป็นรูปร่างแมลงวันต่อไปนั่นเองเห็นแบบนี้แล้วคุณก็อย่าทำให้บ้านเรือนของคุณสกปรกไม่อย่างนั้นเจ้าพวกมลงวันก็จะเข้าไปทำการวางไข่แล้วก็ฟักตัวออกมาเป็นแมลงวันขยายพันได้อีกด้วย

ตำนานของเสือสมิง

พระกลายเป็นเสือสมิง

เย็นวันนั้นได้มีหญิงชราก็ได้ชวนพวกผู้หญิงออกมาทำอาหารมื้อเย็นกันเอาไว้กินก่อนที่ฟ้าจะมืดทางฝ่ายชายชราผู้ที่เป็นสามีก็ได้จัดแจงเหล่าเครื่องทรงทำเหมือนกับว่าจะประกอบพิธีอะไรสักอย่างอยู่ที่บนเกวียนของเขาและในค่ำวันเพ็ญในเดือน12แสงจันทร์ก็ได้สาดส่องราวเหมือนกับตอนกลางวันเวลาได้ผ่านไปเลยเที่ยวคืนด้านลูกเด็กเล็กแดงก็ได้นอนหลับกันหมดแล้ว

ก็จะมีแต่ผู้ใหญ่ที่คอยเอียงหูฟังเพื่อป้องกันระวังภัยว่าในค่ำคืนนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นหรือป่าวและในที่สุดทุกคนนั้นต่างก็ได้สดุดกันเป็นกลุ่มเมื่อชาวบ้านต่างก็ได้ยินเสียงที่หายใจดังเสรยงเหมือนกับว่าวัวควายมันชนกันและในท่ามกลางแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญควายตัวสีดำตัวเป็นมันลำสองตัวใหญ่ก็ได้กำลังต่อสู้กับเสือที่มีขนาดตัวใหญ่มหึมา

ด้านความตัวหนึ่งก็ได้ถูกแรงของเจ้าเสือตัวใหญ่นั้นได้ตบเข้าไปที่หัวมันอย่างแรงและก็ได้กระเด็นออกไปแต่ควายอีกตัวหนึ่งก็ได้กระโจนพุ่งเข้าไปขวิดอย่างทันทีเมื่อเสือตัวนั้นได้งับคอควายตัวที่กระเด็นออกไปนอกจากจะไม่ระคายผิวหนังของควายแล้วเสือเองก้ยังได้ถูกแรงสบัดของควายจนกระเด็นแทบยังได้ถูกควายขวิดด้วยเขาที่แหลมคมเข้าไปที่ตรงด้านหลังของเสือ

และจนในที่สุดนั้นเจ้าเสือลายพาดก็ได้กระเสือกกระสนคานหนีตายออกไปเพราะว่าเสือไม่สามารถที่จะต้านทานแรงของควายของทั้งสองตัวนั้นได้และในที่สุดควายตัวดังกล่าวก็ได้วิ่งพุ่งเข้าไปชนอย่างเต็มแรงร่างของเจ้าเสือนั้นก็ได้กระเด็นลอยไปตกที่กระท่อมหลังคาแห่งหนึ่งเสียงดังโคมใหญ่จนทำให้กระท่อมหลังนั้นก้ได้พังลงมาอย่างไม่เป็นท่าจากนั้นมันก็ได้หายไปอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง

และไม่มีใครที่จะรู้ว่าเสือตัวนั้นมันได้หายไปไหนด้ายควายทั้งสองตัวก็ได้เดินสบัดหัวสบัดหางเดินกลับมายังเกวียนของสองผู้เฒ่าตาและยายและร่างของควายทั้งสองก็ได้หายไปกับตาคงความประหลาดใจแก่ชาวบ้านที่แอบมองและอ้าปากค้างไปตามๆกันรุ่งเช้าชาวบ้านที่ยังเหลืออยู่ต่างพากันดีใจพวกผู้หญิงก็ได้เตรียมอาหารคาวหวานเพื่อไปทำบุญก่อนเพลเพราะเรื่องร้ายๆก็ได้หายไปจากหมู่บ้านแล้วชาวบ้านก็ไม่ลืมที่จะชวนของผู้เฒ่าตายายไปใส่บาตรด้วยกันเวลาประมาณ9โมงเช้าทุกคนก็ได้เดินทางมาถึงยังกุฏิพระธุดงค์

ที่ชาวบ้านได้ร่วมกับสร้างเอาไว้ให้บริเวณที่ต้นน้ำก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่พบเบี้ยงหน้าพวกชาวบ้านก็ได้พากันตะลึงจนอ้าปากค้างเพราะพระที่ได้เห็นอยู่เบี้ยงหน้านี้ก็คือที่หน้ากุฏิพบร่างของหลวงตานอนหายใจช้าๆตามตัวมีบาดแผลหลายแห่งลำตัวของหลวงตาที่เต็มไปด้วยบาดแผลก็ล้วนแต่เป็นเวนกรรมโดยแท้เป็นพระภิกษุสงฆ์แทนที่จะเจริญศรีแต่กับมุงมั่นเดรัจฉานล้ำเรียนวิชาผมก็ออกมาเข้าตัวจนต้องกลายมาเป็นเสือสมิงในที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

เปิดตำนานแม่นางกวัก

             เชื่อว่าคนไทยหลายหลายคนคงรู้จักแม่นางกวักกันอย่างดี  เพราะบางคนก็มีการบูชาแม่นางกวักไว้ที่หน้าร้านค้า หรือบางคนก็บูชาแม่นางกวักไว้ในบ้านเรือนหรือบางคนก็บูชาแม่นางกวักไว้ในสถานที่ประกอบธุรกิจต่างต่าง

หากใครอยากรู้ว่าแม่นางกวักนั้นมีพุทธคุณอย่างไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร บทความนี้จะเล่าความเป็นมาของแม่นางกวักให้ทราบกันค่ะ

         ตำนานนางกวักเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาลเป็นเวลามากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว  แต่ทุกวันนี้เราก็จะยังเห็นนางกวัก นั่งกวักมืออยู่ทั่วไปแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีต่างต่าง เราก็ยังเคยเห็นนางกวักไปนั่งกวักที่โต๊ะผู้บริหารของคนระดับสูง ตามความเชื่อของแต่ละคน และตามร้านขายของ ขายอาหาร ขายเสื้อผ้าก็มีแม่นางกวักมาช่วยกวักเรียกลูกค้าให้ 

สำหรับประวัติของนางกวักนั้น ที่จริงแล้วท่านชื่อ นางสุภาวดี โดยในสมัยพุทธกาลมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีชื่อสุจิตพราหมกณ์ และภรรยาขื่อ สุมณฑา มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมือง มัจฉิกาสัณฑ์นคร ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองสาวัตถี ในชมพูทวีป ทั้งสองคนมีอาชีพค้าขายสินค้าเล็กเล็กน้อยน้อย มีรายได้นิดหน่อยพอที่จะนำเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ไปแบบวันต่อวัน  และต่อเมื่อทั้งสองสามีและภรรยาคิดจะขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น

เมื่อมีรายได้มากพอจึงได้ตัดสินใจซื้อเกวียนบรรทุกสินค้าไปขายยังต่างเมือง และยังนำของจากต่างเมือง นำกลับมาขายที่เมืองมัจฉกาสัณฑ์นคร ซึ่งในการเดินทางไปต่างเมืองในบางครั้งลูกสาวที่ชื่อว่านาง สุภาวดีผู้เป็นลูกสาวก็ขอนั่งเกวียนติดตามไปด้วย และในระหว่างที่เดินทางไปต่างเมืองกับพ่อและแม่นั้น นางสุภาวดีก็ได้มีโอกาสได้ไปฟังธรรมกับ  พระกัสสปะเถระ ขณะจารึกพระเทศนาตามหมู่บ้านต่างต่าง นางสุภาวดี รู้สึกทราบซึ้งในประพระธรรมจนเข้าถึงพระรัตนตรัย

และเมื่อนางสุภาวดีเดินทางไปอีกเมืองหนึ่งก็ได้ไปฟังธรรมกับพระสิวลีเถระเจ้า และนางก็เข้าถึงในพระธรรมอีกเช่นกัน ทำให้พระอรหันต์ทั้งสอง คือ พระกัสสปเถระ และพระสีวลีเถระเจ้า ต่างก็ให้พรแก่นางสุภาวดี ให้มีความเจริญ รุ่งเรือง ค้าขายก็ประสบกับความสำเร็จและหลังจากนั้นเป็นต้นมานางสุภาวดีและครอบครัวก็รุ่งเรืองดังพรที่ได้รับจากพระอรหันต์ทั้งสององค์ และนับตั้แต่นั้นพ่อของนางสุภาวดีก็มักจะให้นางไปช่วยขายของบ่อยบ่อยเพราะเชื่อว่า นางเป็นคนที่ช่วยให้ครอบครัวค้าขายแล้วประสบกับความสำเร็จ  ซึ่งหลังจากที่นางสุภาวดีเสียชีวิตลง

ชาวบ้านก็ได้สร้างรูปปั้นนางสุภาวดีเอาไว้เพื่อนำมาบูชา และมักจะพากันขอให้นางช่วยเรื่องของการค้าขาย นับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันก็ยังนิยมนำแม่นางกวักมาบูชาให้ช่วยเรื่องการค้าขายตลอดมา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนมาตลอดโดย  entaplay

การสำรวจไปยังโลกของมนุษย์ต่างดาว

ในทุกวันี้ผู้คนกว่าครึ่งโลกนั้นเชื่อกันไปแล้วว่ามันมีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริงทั้งๆที่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดแบบเห็นตัวเป็นๆบางครั้งแค่เห็นคลิปล้อเรียนยังบนอินเทอร์เน็ตต่างก็ได้เชื่อกันไปแล้วไม่น้อยแต่ในการจะเชื่อหรือไม่เหลื่อนั้นสามารถวินิจฉัยในแง่วิทยาศาสตร์ได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าคุณคิดว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริงคุณอาจจะต้องลืมวิธีคิดแบบผู้คนทั่วไปอายุของโลกอื่น

ในการพัฒนาการทั้งโดยธรรมชาติเองอย่างช้าหรือการพัฒนาแบบก้าวกระโดนโดยในหลายประการยังไม่สามารถจะอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ได้และนักวิทยาศาสตร์เองก็ได้ประเมินความคิดในความเป็นไปได้ของอารยธรรมของมนุษย์ต่างดาวไว้หลายประเภคดังนี้

อารยธรรมไดสัน   

กล้องโทรทรรศน์ยานอวกาศได้สำรวจค้นพบวัตถุที่อยู่ห่างไหลประเภคดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นๆเพื่อค้นหาระบบชีวิตไปยังบนโลกอื่นและพบความผิดปกติบางอย่างที่น่าตื่นเต้นของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า KIC8462852 อยู่ห่างจากโลกของเราประมาณ1,480แสง ซึ่งในการสำรวจพบว่าแสงของดวงหางรี่จางลงถึง80วันการรี่ของแสงและกลับมาสว่างอีกครั้งต่างจากการรี่ของแสงของ ดาวเคราะห์ ทั่วไป

โดยปกติแล้วแสงของดาวเคราะห์จะรี่ลงไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดจากสองกรณีคือ เกิดจากกลุ่มของฝุ่นในอวกาศหรือแสงของดวงอาจจะถูกบล็อคโดยสิ่งประดิษฐ์ทางสถาปัตยกรรมชิ้นใหญ่เป็นเครื่องจักรกลางอวกาศของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่แต่สิ่งที่น่ากางขาก็คือลักษณะสัญญาณเป่งคลื่นวิทยุที่ได้รับการสำรวจนั้นมันไม่ใช่สัญญาณที่เรานั้นไม่รู้จักมาก่อน

ในขณะเดียวกันก็มีรายงานจากการวิเคราะห์เบี้ยงต้นของผู้เชียวชาญไปในทิศทางที่น่าติดตามเช่น นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันSETI ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำในด้านการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาได้ออกมาเปิดเผยว่าวัตถูลึกลับได้เป็นกั้นแสงของดาว KIC8462852 ได้ถึงร้อยละ20% ซึ่งได้มากกว่าระบบอื่นทั่วไป นักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนได้แสดงความเห็นว่าลักษณะที่ได้เป็นกั้นโครงแสงจาก KIC8462852 หากมีโครงสร้างจริงกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่ได้สร้างขึ้น

ในอนาคตอาจจะมองเห็นลักษณะของสิ่งๆนั้นได้สมมุติฐานดังกล่าวอาจไม่เจาะจงลงไปนอกจากยังมีข้อมูลที่สำรวจเพียงน้อยนิดแต่สิ่งที่หน้าสงสัยไม่น้อยนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์ KIC8462852 ในบ้างแห่งของในอารยธรรมต่างดาวนั้นมันอาจจะมีวิถีสะสมพลังงานจากแสงอาทิตย์และได้นำเอามาใช้ประโยช์นและด้วยความฉลาดของสิง่มีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาหากแต่จะคิดในมุมเดียวกันสิ่งหนึ่งที่ทุกระบบต้องการก็คือพลังงานและพลังงานนั้นมาจากดวงอาทิตย์ซึ่งมันก็ไม่แตกต่างจากโลกของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  9luck

ขนบธรรมเนียม ประเพณี

ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ วัฒนธรรมของชุมชน

วันนี้เราจะมารู้จักกับเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนก่อนอื่นการมาทำความรู้จักกับคำว่าวัฒนธรรมกันก่อน 

ประเพณี หมายถึง สิ่งที่ต้องนิยมทำถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นแบบแผนขนบธรรมเนียมหรือจารีตนิยมศิ่งแต่ละชุมชนแต่ละท้องถิ่นนั้นมันก็จะแตกต่างกันออกไปโดยขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบข้างรวมไปถึงสังคมอีกด้วย

วัฒนธรรมหมายถึงสิ่งที่ทำให้เจริญงอกงามแก่หมู่ขณะ เป็นแบบแผนหรือวิถีชีวิตของสังคมที่มีมาเป็นเวลายาวนานได้มีการปรับปรุง และ สืบทอดให้เหมาะสมกับยุคสมัยได้แก่ ภาษา การแต่งกาย การทำความเคารพ ความคิดและความเชื่อเป็นต้น วัฒนธรรมและประเพณีแต่ละท้องถิ่นนั้นจะเป็นอย่างไร

งานประเพณีงานบุญบั้งไฟ หมายถึงประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประเพณีหนึ่งของภาดอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงของไทยมีความเชื่อว่าถ้าปฏิบัติตามบุญบั้งไฟฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาลซึ่งจะนิยมจัดงานขึ้นกันในเดือน6ถือเป็นประเพณีที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยเพราะตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันชาวอีสานมีความเชื่อว่าถ้าได้ปฏิบัติตามปีพเพณีบุญบั้งไฟฟ้าฝนนั้น

มันก็จะตกต้องในตามฤดูกาล และถ้าหากทำแล้วมันจะได้อะไร ถ้าปีใดจัดงานบุญปีพเพณีบุญบั้งไฟชาวอีสานมีความเชื่อกันว่าฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาลเกิดความอุดมสมบูรณ์ไม่มีโรคภัยงานบุญบั้งไฟจึงถือว่าเป็นงานประเพณีประจำปี

ที่สำคัญของชาวอีสานพอไกลจะถึงวันงานชาวอีสานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟซึ่งเป็นงานที่ได้สร้างความรักความสามัคคีของคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากงานบุญบั้งไฟแล้วยังมีงานอื่นอีก  ประเพณีของแต่ละทิ้งถิ่นนั้นมันก็จะมีแตกต่างกันออกไป อย่างที่

ภาคกลางของเรา ก็จะมีประเพณีแข่งขันเรือยาว  

ประเพณีการแข่งเรือยาวเป็นการละเล่นที่ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยในชนบทที่อยู่อาศัยไกล้น้ำในช่วงของเดือน11และในเดือน12ชาวบ้านได้เว้นว่างจากการทำไร้ทำนาก็จะมีโอกาสได้พบปะกัน

แต่ในปัจจุบันประเพณีในการแข่งเรือยาวมันก็ยังมีเหลืออยู่บ้างและมันไม่มีอยู่มากเหมือนสมัยก่อนเพราะการดำรงด์ชีวิตได้มีการเปลี่ยนแปรงไปจากแต่ก่อน และในประเทศไทยนั้นก็จะมีประเพณีที่แตกต่างกันออกไปอย่าง

ประเพณีของภาคเหนือ ก็จะมีประเพณีปอยส่างลองหรือประเพณีบวชลูกแก้ว ประเพณีปอยส่างลอยก็คือ ประเพณีบวชลูกแก้วเป็นประเพณีของชาวไตหรือไทยใหญ่เกือบทั้งหมดจังหวัดแม่ห้องสอน

 

สนับสนุนโดย  next88