ประวัติศาสตร์โลกญี่ปุ่นบุกไทย

กองทัพเรือญี่ปุ่นได้เข้าโจมตีฐานทัพเรืออเมริกันที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ซึ่งได้อยู่ห่างจากเกาะญี่ปุ่นถึง3พันไมล์ในเช้าวันที่7ธันวาคม ปีพุทธศักราช2484 แล้วจึงได้ประกาศสงครามกับอังฤกษและอเมริกา

ประวัติศาสตร์โลกญี่ปุ่นบุกไทย

ในขณะนั้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศไทยกำลังตรวจแนวป้องกันชายแดนทางด้านตะวันออกตอนกลางคืนของวันที่7ธันวาคม เป็นวันอาทิตย์ชาวกรุงเทพกำลังหลั่งไหลเข้าไปในสวนอัมพรเพื่อชมมการลองไฟสำหรับฉลองรัฐธรรมนูณ

ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีได้มีถึง7วัน7คืนเวลาประมาร4ทุ่มหางจากฝูงชนที่กำลังสำราญใจกับแสงสีราวๆ200เมตรทูตญี่ปุ่นและคณะได้เข้าไปในวังสวนกุหลาบทำเนียบนายกรัฐมนตรีขอพบนายกรัฐมนตรีเป็นการด่วนที่สุด

พลตำรวจตรี อดุล อดุลเดชรจรัส รองนายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีส่งคนไปตามนายกรัฐมนตรีและส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบกับคณะทูตญี่ปุ่น

นอกจากนี้เอกอากราชทูตญี่ปุ่นได้แจ้งว่าญี่ปุ่นได้ประกาศสครามกับอังกฤษและอเมริกาและได้รับคำสั่งจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้แจ้งต่อรัฐบาลไทยว่ากองทัพญี่ปุ่นขอผ่านประเทศไทยไปตีมาลายูและสิงค์โปรขออย่าให้ไทยขัดขวางเขาขอรับรองว่าจะเคารพอธิปไตยของไทยของให้ไทยตกลงยินยอมภายใน1นาฬิกาของวันรุ้งขึ้นคือในวันที่8ธันวาคม

ประวัติศาสตร์โลกญี่ปุ่นบุกไทย เนื่องจากนี้รองนายกรัฐมนตรีได้เปิดคณะประชุมรัฐมนตรีเมื่อเวลาประมาณ23นาฬิกาคณะรัฐมนตรีมีมัตติให้ นายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีต่างประเทศ นายปรีดี พนมยง รัฐมนตรีคลังและพระเจ้าวันวัยทยากรไปพบคณะทูตญี่ปุ่นของยืดเวลาต่อเป็น5นาฬิกาเพื่อรอการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

ซึ่งในตำแหน่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำนาจสั่งทหารแต่เพียงผู้เดียวในระหว่างที่ได้รอนายกรัฐมนตรีก็มีรายงานเข้ามาว่าทหารญี่ปุ่นได้ขึ้นบกที่ สงขลา ปัตตานี  นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ทหารและตำรวจไทยได้ต่อต้านทหารญี่ปุ่นบางแห่งยุวชนทหารได้เข้าร่วมรบด้วยบางแห่งทำการรบกันรุนแรงถึงขั้นตะลุมบอนต่างฝ่ายต่างก็บาดเจ็บล้มตายกันเป็นอันมาก

ดังนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เดนทางกลับมาถึงพระนครเวลาประมาณ06.50นาทีวันที่8ธันวาคมเมื่อเข้าที่ประชุมแล้วก็ได้ทราบเรื่องราวจากนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ทราบกันแล้วว่ากองทัพเรือญี่ปุ่นได้โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ได้ลำเรียงทหารขึ้นบกที่ โกตาบารู รัฐกลันตัน กองทัพอากาศญี่ปุ่นโจมตีสิงค์โปรสรุปแล้วประเทศญี่ปุ่นนั้นได้เปิดฉากในการรบอยู่หลายแห่ง

เพราะฉะนั้นแล้วทางฝ่ายสัมพันธมิตรพวกกันเอาไว้ไม่ได้และคงไม่มีทางที่จะช่วยไทยได้คณะรัฐมนตรีได้อภิปรายกันอย่างเคร่งเครียดและรอบคอบเห็นว่าไทยไม่มีทางสู้ญี่ปุ่นตามลำพังจึงตกลงให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้หยุดยิงเมื่อเวลา07.30นาทีในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้ให้รับมนตรีต่างประเทศลงนามในข้อตกลงระหว่างผู้แทนไทยและญี่ปุ่น

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

วิหาร1,300ปี ยังเป็นข้อถกเถียงกันว่าถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์อะไร?

    วิหาร1,300ปี หรือวิหารไกรลาศหรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อว่าวิหารพระศิวะหนึ่งในปริศาสนาของโลกที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าจริงๆแล้วที่วิหารแห่งนี้มันถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร เพราะด้วยกลไกวิศวกรรมบางอย่างชี้ชัดได้ว่ามนุษย์ในยุคนั้นไม่มีทางที่จะสามารถสร้างสถาปัตยกรรมในลักษระนี้ได้เลย

ซึ่งวิหารไกรลาศได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ถ้ำเอโรล่าประเทศอินเดียจากการตรวจสอบพบว่าวิหารแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว1,300ปีที่แล้วจากเรื่องเล่าตามตำนานได้ระบุเอาไว้ว่ากษัตริย์ที่ชนะผู้ป้องครองจักรวรรดิราชกุดที่ถือเป็นมหาอำนาจในอินเดียทางตอนใต้ในยุคนั้นได้เป็นผู้ก่อสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นมา

เนื่องจากพระมเหสีได้เกิดอาการล้มป่วยจากโรคที่ไม่อาจจะรักษาให้หายขาดได้พระองค์จึงได้อธิษฐานจิตต่อพระศิวะว่าจะสร้างวิหารถวารให้หากพระนางนั้นได้หายเป็นปกติในที่สุดอาการป่วยของพระนางก็ทุเลาลงแล้วหายขาดจากโรคดังกล่าวพระองค์จึงได้สร้างวิหารแห่งนี้ขึ้น

จากการตรวจสอบพบว่า วิหาร1,300ปี ได้ใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น8ปีจึงแล้วเสร็จมีความสูงของตัววิหาร18.29เมตรและความยาวอยู่ที่60.29เมตรเต็มไปด้วยช่องทางลลับใต้ดินลึกลงไป40-50ฟุตบางจุดมีความยาวกว่า10เมตรโดยเส้นทางดังกล่าวมีขนาดเล็กกว่าเกินที่มือของมนุษย์จะแทรกเข้าไปได้

นอกจากนี้คำถามก็คือสมัยเมื่อ1,300ปีที่แล้วมีอุปกรณ์ชนิดไหนกันที่จะสามารถขุดเจาะเส้นทางในลักษณะเช่นนี้ได้และนี่มันไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จะทำให้วิหารไกรลาศมีชื่อเสียงแล้วถูกพูดถึงแต่เป็นเพราะวิหารดังกล่าวสร้างจากการแกะสลักก้อนหินก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว

เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าหินก้อนนี้น่าจะมีน้ำหนักโดยรวมที่มากกว่า400,000ตันนับววส่าเป็นเรื่องที่แปลกมากๆเพราะโดยปกติแล้วสถาปัตยกรรมลักษณะนี้จะแกะสลักจากด้านนอกเข้าไปยังด้านในแต่วิหารไกรลาศกลับใช้วิธีการก่อสร้างในการแกะสลัดจากด้านบนลงไปยังด้านล่าง

เนื่องจากอุปกรณ์ของช่างในยุคนั้นจะมีเพียงแค่ค้อนปอนด์ลิ่มสิ่วจึงเป็นไปด้วยความยากลำบากแต่วิหารแห่งนี้กลับใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างสำเร็จในระยะเวลา18ปีเท่านั้นจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้ตั้งสมมุติฐานเอาไว้ว่าหากจะต้องขนซากหินจากการแกะสลัดในทุกๆวันวันละ12ชั่วโมง

โดยประเมิลจากคนงานที่น่าจะเหมาะสมกับพื้นที่คือ1,000-2,000คนกลับปรากฎว่าในระยะเวลา18ปีจะไม่สามารถขนหินดังกล่าวออกจากพื้นที่ได้หมดนี่ยังไม่รวมถึงการแกะสลัดงานที่ละเอียดอ่อนที่แม้แต่ในช้างปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการแกะสลัดมากกว่า5-10ปี

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

ประวัติตรุษจีนที่เกี่ยวกับพระเจ้าเตา

ประเพณีตรุษจีนนั้นถือได้ว่าเป็นประเพณีของประเทศบ้านเขาที่มีมาตั้งแต่ในสมัยยุคโบราณแต่ก็ยังไม่มีใครนั้นเข้าใจได้ว่าวันตรุษจีนนั้นมีมาตั้งแต่ครั้งเมื่อไรกันหรืออาจจะเป็นในสมัยราชวงค์เซี่ยเมื่อ4000ปีที่แล้วในหนังสือของจีนที่ได้มีการระบุเอาไว้และได้เขียนยถึงประเพณีของจีนไว้

วันตรษจีนนั้นให้เรานั้นทำตัวให้สดชื่นเข้าไว้และพยายามใส่ชุดใหม่ๆในวันตรุษจีนเมื่อความเชื่อกันว่าหากได้ใส่ชุดใหม่หรือมีจิตใจที่สดใสว่ากันว่าจะได้รับสิ่งดีๆเข้ามาและยังมีประเพณีที่ถือเหมือนๆกัน

อย่างหนึ่งว่าในตามประเพณีของจีนนั้นจะถือเรื่องมงคลตามประเพณีจีนของจะติดรูปเทพารักษ์และก็กราบกลอนเอาไว้ที่ประตูบ้านทั้งซ้ายและขาวเพื่อความเป็นสิริมงคลของครองครัวรูปเทพารักษ์ประจำตัวของจีนนั้นมีเรื่องเล่ากันหลายอย่าง

แต่ที่รู้กันมาในแพร่หลายก็คือเรื่องพระเจ้าถังไท่จงฮ่องเต้ได้ทำผิดสันญาเป็นเหตุให้พญามงกรได้ถูกประหารชีวิตเมื่อพระเจ้ามงกรตายไปแล้วพระเจ้าถังไท่จงก็เลยถูกวิญญาณมงกรรบกวนจนนอนไม่หลับในที่สุดก็หาวิธีแก้

โดยให้ทหารเอกมานอนเฝ้าหน้าประตูวิญญาณมงกรก็หายไปแต่การที่ให้ทหารมายื่นอยู่ทั้งปีทั้งชาตินี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้เพราว่าทหารเอกก็จะต้องมีเวลาไปทำอย่างอื่นจากนั้นก็มมีผู้แนะนำให้เขียนรูปทหารเอกเอาไว้ที่ประตูแทนปรากฏว่าได้ผลเช่นเดียวกัน

จากนั้นก็ได้เกินเป็นประเพณีทำรูปทหารเอกเอาไว้ที่หน้าประตูสืบมาจากนั้นก็กลายมาเป็นสเทพารักษ์รูปทั้งสองนี้บางทีก็เขียนลงในแผ่นไม้ต้นท้อแขวนในที่ประตูในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่บางบ้านที่มีประตูบานเดียวก็จะมีรูปเจ้ารูปตูเดียวอีกชนิดหนึ่ง

คนจีนมีเจ้าหลายองค์เพราะฉะนั้นก่อนจะถึงวันตรุษจีนจะต้องทำความสะอาดบ้านเรือนเอาไว้คอยรับเจ้าเจ้าที่จะได้รับเชิญเข้ามาในบ้านนอกจากเจ้าประตูที่ว่าแล้วก็ยังมีเจ้าเตาซึ่งถือว่าเป็นเจ้าสำคัญประจำบ้านคือในเมืองจีนนั้น

ทุกบ้านจะมีเตาก่อด้วยอิฐโบกปูเหนือเตานี่ล่ะเป็นที่ประทับของเจ้าเตาตามรูปเขียนที่คนจีนนั้นเขียนเจ้าเตามีหน้าตาค่อนข้างไปทางสี่เหลี่ยมหน้าสี่เลี่ยมหูใหญ่เคายาวมีประเพณีเกี่ยวกับเจ้าเตาอย่างหนึ่งก็คือเมื่อเจ้าสาวได้แต่งกัน

แล้วเข้ามาอยู่ในบ้านสามีซึ่งแรกที่จะต้องทำก็คือจะต้องไหว้เจ้าเตาและเมื่อมีลูกชายก็ต้องให้ไปไหว้เจ้าเตารวมไปถึงไม่ว่าจะมีคนเจ็บคนตายก็ต้องรายงานให้เจ้าเตาทราบเพราะในตอนปลายปีของทุกปีเจ้าเตาจะขึ้นไปเฝ้าฮ่องเต้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

ประวัติศาสตร์รัฐบาลนายปรีดี พนมยงค์

นอกจากนี้หลังจากที่การลี้ภัยรัฐประหารไปยังประเทศจีน วันที่26กุมภาพันธ์2492 นายปรีดี พนมยงค์ พยายามที่จะยึดอำนาจ กลับคืนโดยความช่วยเหลือของอดีตพลพรรคเสรีไทยและพรรคพวกในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองแต่ก็ประสบความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์ที่ได้เรียกกันต่อมาว่ากบฏวังวงศ์หลวงจนต้องหลบหนีออกจากนอกประเทศอีกครั้ง

ในขณะที่ นายปรีดี พนมยงค์ กลับไปลี้ภัยอยู่ในประเทศจีน รัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม ได้ดำเนินการกวาดล้างอำนาจของนายปรีดีอย่างขนานใหญ่ตั้งแต่การจับกุมคุมขังพูนสุขและปลานพนมยงค์บุตรชายตลอดจนเสรีไทยและนักการเมืองพรรคสหชีพหลายคนได้เสียชีวิตอย่างมเงื่อนงำภายใต้ของอำนาจรัฐที่นำโดยจอมพลป.พิบูลสงคราม

ซึ่งในบันทึกของนายเฉียบ อัมพุนันทน์ หนึ่งในคณะผู้ติดตามปรีดีในประเทศจีนระบุว่า เมื่อนายเฉียบ อัมพุนันทน์ ได้เดินทางถึงในประเทศจีนในเดือนสิงหาคม2493นั้นเป็นช่วงท้ายของการเจรจา ระหว่างนายปรีดีและระหว่างเจ้าหน้าที่ของจีนผู้หนึ่งทางด้านฝ่ายจีนก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนอาวุธให้แก่นายปรีดี พนมยงค์สงครามเพื่อที่จะกลับมาโค้นล้มรับบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม

โดยจะมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนคือการเพิ่มสิทธิ์ทางการเมืองของชาวจีนภายในประเทศไทยแต่ นายปรีดี พนมยงค์ ก็ได้ปฏิเสธ จึงทำให้ความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ชาวจีนเลวร้ายลงส่งผลทำให้ผู้ที่ได้ติดตามไปบางส่วนเชื่อว่า นายปรีดี พนมยงค์ ได้กำหนดแนวทางการเมืองผิดพลาดและแยกตัวออกตัวไปในที่สุดหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏการเจรจาทางการเมืองอีกเลย

นายปรีดี พนมยงค์ลี้ภัยการเมืองอยู่ในประเทศจีน21ปีก่อนที่จะย้ายไปยังกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสบทบาททางการเมืองในช่วงท้ายคือการเขียนบทความแสดงทัศนะปัญหาต่อสังคมการเมืองส่งมาลงวารรสารในประเทศเป็นระยะนักศึกษาและอาจารย์ที่มีความคิดก้าวหน้าต่างก็ได้ไปมากหาสู่อย่างต่อเนื่อง

ในประเทศไทยแม้ว่า นายปรีดี พนมยงค์ได้จากไปแล้วแต่กระบวนการใส่ร้ายป้ายสียังดำเนินต่อไปด้วยเหตุผลทา

งการเมืองอันซับซ้อนวิทยานิพนธ์เรื่องภาพรักษ์ปรีดี พนมยงค์กับการเมืองไทย พุทธศักราช2475-2426 นางสาวมารกตเจวจินดาชิ้นนี้ได้ระบุว่าภาพปีศาจการเมืองของ นายปรีดี ถูกสร้างและแต่งเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อประโชยน์ทางการเมืองของกลุ่มต่างๆตลอดระยะเวลากว่า40ปีที่ผ่านมา

ภาพของ นายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะผู้บงการกรณีสวรรคตภาพนักการเมืองผู้กหายอำนาจและภาพผู้ที่นิยมลิทธิคอมมิวนิสต์คือภาพด้านลบที่กลุ่มต่างๆพยายามที่จะสร้างให้กับนายปรีดีเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตนกลุ่มนิยมสระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ฉายภาพลบของนายปรีดี พนมยงค์ โจมตีระบอบประชาธิปไตย

เพื่อเชิดชูการปกครองระบอบเก่ากลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มคนชั้นสูงใช้ภาพยศของปรีดีเพื่อรักษาระบอบเศรษฐกิจสังคมแบบเดิมยับยั้งการเติบโตของกลุ่มแนวคิดของสังคมนิยมอย่างพรรคสหพีชและพรรคแนวรัฐธรรมนูญ

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ท่องเที่ยวล่องแก่งคุคคู้ และ เรื่องราวประวัตินายพรานในอดีต

สำหรับที่ภูทอกที่เชียงคานแห่งนี้ก็ได้มีรถกะบะที่คอยอำนวยความสะดวกรับขึ้นไปยังจุดชมวิวได้และผมก็ได้มาถึงจุดภูทอกที่เชียงคานในเวลาเช้าแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่อากาศสดชื่นมากที่สุดภูทอกในภาษอีสานมีความหมายว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว

ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นเชียงคานในมุมสูงและเห็นสายน้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศไทยและประเทศลาวไปพร้อมกันทิวทัศน์ที่ถูกมองออกไปในวันที่เรียบง่ายถ้ามองอย่างไร้จินตนาการโดยที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงคนมาหลากหลายประเทศและหลากหลายยุคสมัย

วิวแห่งนี้ก็คงจะเป็นวิวหนึ่งที่มองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือลอกเลียนแบบประติมากรรมชิ้นนี้ได้คงจะเหมือนกับชีวิตของคนเราที่ไม่สามารถสร้างหรือลอกเลียนแบบชีวิตของใครได้ผมนั่งรถลงมาจากจุดชมวิวและข้าวจี่กับไก่ทอดก็เป็นอาหารรองท้องก่อนที่รถสกายแลปจะมารับผมออกเดินทางอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยังแก่งคุคคู้สถานที่สุดเขตเมืองเลย

หรือสุดเขตแดนสยามแก่งคุคคู้แห่งนี้มีเรื่องเล่าที่อยู่คู่กับชาวบ้านที่นี่มานมนานนั่นก็คือเรื่องของนายพรานป่าจึ่งขึ่งดั้งแดงในเรื่องเล่าของนายพรานที่มีรูปร่างที่สูงใหญ่ล่ำสันและได้มีฝีมือในการล่าสัตว์วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง

พอถึงริมน้ำโขงก็เห็นควายเงินพักกินน้ำนายพรานกำลังดักซุ่มยิงแต่ชาวบ้านก็แล่นเรือผ่านมาทำให้ควายเงินจึงได้วิ่งหนีเขาได้ที่เขาลูกหนึ่งหลังจากนั้นก็ได้ทำให้นายพรานรู้สึกโกรธชาวบ้านที่แล่นเรือผ่านมาจึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาวางขวางลำน้ำโขงทำให้เรือไม่สามารถผ่านไปได้

เกือบที่นายพรานจะทำสำเร็จก็ได้มีสามเณรที่ผ่านมาและออกอุบายหลอกนายพรานให้นายพรานใช้ไม้เฮียะผ่าซีกหาบหินแทนและด้วยลักษณะที่ไม้เฮียะมีความกรอบและบางระหว่างที่นายพรานได้ใช้หาบทำให้ไม้เฮียะหักและแทงเข้าที่คอของนายพรานจนถึงแก่ชีวิตและได้นอนตายอย่างคุคคู้อยู่ที่ริมน้ำโขงแก่งหินนี้มันจึงเรียกว่า แก่งคุคุคู้

จากนั้นผมก็ได้เดินลงมาที่เรือเพื่อที่จะล่องเรือชมทิวทัศน์ริมน้ำโขงที่แก่งคุคคู้ เรื่องเล่าและประวัติความเป็นมาในทุกสถานที่มีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปและในเรื่องเล่าล้วนมีความจริงบางประการซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าสักหนึ่งเรื่องในการเดินทาง

คงเป็นสิ่งที่ผมได้ถือครองเอาไว้ด้วยความสุขกับชีวิตที่อยู่คู่กับการเดินทางที่ได้ขยายกรอบในเรื่องราวที่คับแคบของตัวเองให้เป็นกรอบที่กว้างขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องนอกกรอบ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8thai

ซากฟอสซิลชิ้นแรกที่ได้ถูกค้นพบในวอชิงตัน

ทองคำก้อน

และนี่มันก็อาจจะเคยเป็นสิ่งแรกที่ใครหลายคนก็อยากที่จะพบเจอด้วยกันทั้งนั้นเพราะนอกจากนั้นทองในเรื่องของราคานั้นมันก็จะมีแต่จะเพิ่มสูงมากขึ้นแต่มันก็จะมีอยู่ไม่กี่คนที่จะมีดวงดีได้เจอกับทองคำได้อย่างคุณพ่อลูกสองรวมไปถึงเจ้าสุนัขของเขาอีก

นอกจากนี้ในส่วนของเรื่องราวที่จะทำให้ดูน่าอิจฉานี้ได้เกิดขึ้นที่ชายหาดเบนนิโก้ วิทเทอร์เลียเมื่อได้มีครอบครัวหนึ่งเขาก็ได้พาครอบครัวไปเดินชายหาดตามปกติแต่อยู่ลูกสาวของเขานั้นก็ได้ไปสะดุดเข้ากับก้อนอะไรสักอย่างหนึ่งที่มันเป็นสีทอง

ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาอาจจะคาดว่ามันจะเป็นทองคำก็เป็นได้จากนั้นมาพวกเขาก็ได้เก็บก้อนทองดังกล่าวและได้นำเอาไปชั่งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้อยู่บริใกล้ๆจากนั้นเขาก็พบทราบว่าเจ้าก้อนหินก้อนนี้มันได้มีน้ำหนักประมาณ624กรัม

จากนั้นเพื่อทำให้แน่ใจอีกสักครั้งหนึ่งพวกเขาก็ได้นำเอาไปให้ด้านผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้ทำการตรวจสอบอีกที่และจากนั้นเมื่อได้ทำการรวจอย่างละเอียดดีแล้วผลปรากฎว่ามันได้เป็นก้อนทองคำแท้ ซึ่งหากดีราคาโดยรวมแล้วมันก็จะมีมูลค่าอยู่มที่ประมาณล้านกว่าบาท นอกจากนี้ทางด้านครองครัวผู้ที่โชคดีก็ไม่รอช้าที่จะนำเอาก้อนทองคำที่ได้พบเจอนำเอาไปขายเพื่อเป็นค่าขนมและนมต่อไปและก็อาจจะคิดว่าพวกเขานั้นก็อาจจะเข้าไปทำการสำรวจในพื้นที่แห่งนั้นอีกที่

เพื่อว่าพวกเขานั้นจะพบเจอกับเจ้าก้อนทองนี้อีกสักหนึ่งก้อนแต่จะว่าไปแล้วก็อยากจะออกไปสูดอากาศกับเขาบ้างจังเพื่อจะโชคดีอย่างครองครัวนี้บ้าง

กระดูกต้นขาไดโนเสาร์

สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องที่สุดความบังเอิญเลยจริงๆ กับด้านทีมนักวิจัยเหล่านี้ที่จะตั้งใจเข้าไปหาซากฟอสซิลของเจ้าสัตว์ทะเลโดยได้ลงไปลุยกันที่หมู่เกาะSan Juan lslandsเพื่อที่พวกทีมนักสำรวจนั้นจะได้หลักฐานชิ้น

สำคัญติดมือกับมาบ้างแต่พบได้ไปถึงนั้นกับจะต้องได้เจอกับซากฟอสซิลที่ได้ตั้งใจไว้แต่กับได้พบกับเจ้าซากกระดูกฟอสซิลที่มันมีขนาดใหญ่ที่มันถูกฝังอยู่ในใต้หินของทะเลจากการหากุ้งหอยปูปลาก็ดันได้เป็นงานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เพราะนอกจากนี้จะต้องนำเอาซากเหล่านี้เอาออกมาจากหินเพื่อที่จะทำการพิสูจน์กันเลยจากนั้นก็สามารถที่จะนำเอากระดูกที่มีความยาวประมาณภ42ซม.และมีอีกหนึ่งชิ้นมีความยาวประมาณ1.2ซม.นำเอาออกมาได้อย่างสำเร็จ

จากนั้นเมื่อได้ทำการพิสูจน์และได้พบอีกว่ามันอาจจะเป็นกระดูกต้นขาของเทโรพอดที่ได้เป็นญาติกันของทีเร็กซ์และยังได้เป็นบรรพบุรุษของนกในปัจจุบันอีกด้วยซึ่งในชิ้นที่ได้ค้นพบมันอาจจะมีอายุมากกว่า80ล้านปีถือว่าเป็นไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่ได้ค้นพบในวอชิงตันอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88 thailand 

เรือที่ได้หายไปอย่างลึกลับ

เรือThe Baychimo

สำหรับเรื่องของเรือลำนี้ได้เริ่มมาจากบิรษัทแห่งหนึ่งได้ทำการจัดต่อลำเรือที่มันได้มีชื่อเรียกว่าเรือThe Baychimo ซึ่งทางบริษัทนั้นได้จัดสร้างขึ้นเมื่อในปี1914 เนื่องจากเอาไว้ทำการขนส่งด้านสินค้าบนน่านน้ำแคนาดาและอลาสก้า

ซึ่งเรือลำดังกล่าวนี้มันได้ถูกออกแบบมาอย่างดีพิเศษ เนื่องจากมัมนจะได้มีความทนต่อในสภาพของอากาศรวมไปถึงฝั่งของทะเลที่ได้อยู่ทางด้านขั่วโลกเหนือและมันก็ยังเต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง เมื่อมาถึงระยะเวลาประมาณ1931The Baychimo

ซึ่งเรือลำนี้ก็ได้ติดอยู่กับธารน้ำแข็งของฝั่งอลาสก้า จึงได้ทำให้กัปตันรวมไปถึงลูกเรือจึงต้องปล่อยเรือทิ้งเอาไว้และเดินทางออกจากเรือลำดังกล่าวเพื่อเป็นความปลอดภัยของทุกคนเอง ในภายหลังที่ได้มีการเกิดพายุของหิมะ นอกจากนี้เรือลำนี้มันก็ได้ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้อยู่กลางธารน้ำแข็งและได้เวลาต่อมาพวกเขาก็ได้กลับไปสำรวจเรือดังกล่าวที่สุดก้ได้พบว่ามันไม่อยู่ต้องที่จุดนั้น

แล้วมันได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอย ทั้งนี้ก็ยังได้มีการสันนิษฐานว่าเรือThe Baychimoนั้นมันอาจจะจมอยู่ใต้มหาสมุทรแล้วก็เป็นได้ นอกจากนี้มันก็ได้มีเรื่องของเรือThe Baychimoมันก็ได้ปรากฎขึ้นมา

วันหนึ่งได้มีคนเขาได้พบกับเรือThe Baychimoที่มันได้แล่นไปยังฝั่งของทะเลอลาสก้าอยู่ประมาณหลายรอบบด้วยกัน จากนั้นมาเรือดังกล่าวมันก็ได้หายไปอย่างปริศนา เมื่อเวลาไม่นานก็ได้มีเรือกู้เรือไปเข้ามาถึงพอดีอีกทั้งยังได้มีคนจำนวนมากที่ได้เห็นเรือดังกล่าวได้เข้าไปติดกับเรือน้ำแข็งจากนั้นเรือThe Baychimoนั้น

มันก็ได้หายไปเมื่อละสายตา เนื่องจากนี้ในเหตุการณ์ที่ได้เข้าไปพบกับเรือThe Baychimo มันได้ทำให้เรือThe Baychimoลำนี้มันได้ถูกกล่าวขานเอาไว้ว่ามันได้เป็นเรือปีศาจแห่งอาร์กติกนี่เอง

เรือSSValeencia

สำหรับเรือลำนี้ได้เป็นเรือกลไฟที่มีการอับปางอยู่ทางด้านชายฝั่งคูเวอร์ ซึ่งอยู่ทางด้านแทบโคลอมเบีย เมื่อในปี1906 เนื่องจากเรือSSValeenciaได้ประสบพบเจอกับสภาพอากาศที่โหดร้ายมันจึงได้ทำให้เรือดังกล่าวนี้ได้อับปางลงในทะเลจากนั้น

ลำเรือได้ปะทะกับแนวปาการังจึงได้ทำให้เรือแตกและทำให้เรือนั้นอับปางจมลงในที่สุดจากนั้นทางด้านลูกเรือและบรรดาผู้คนที่อยู่บนเรือกำลังจะสละลำเรือ ซึ่งได้ออกมาจากเรือที่ใกล้จะอับปางจมลงทะเลด้วยเรือชูชีพ

เนื่องจากเรือชูชีพดังกล่าว มันได้หายไปในท้องทะเลมันจึงได้ทำให้บรรดาผู้โดยสารที่มีอยู่ประมาณ146คนต้องจบชีวิตลงและมีผู้คนอดมาได้แค่เพียง37คนเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

การค้นพบอาณาจักรที่ลึกลับแห่งนูเบีย

ถ้าหากพูดถึงอาณาจักรของอียิปต์โบราณในทุกๆคนก็คงจะนึกถึงประติมากรรมรูปปั่นที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่และคำสาบของฟาโรห์อย่างแน่นอนและที่สำคัญสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณและจากสิ่งนี้เองนั้นก็ได้มีอารยธรรมเก่าแก่ที่มากมาย

ที่จะทำให้น่าตกตะลึ่งและสิ่งที่น่าอัศจรรย์ต่างๆที่จะทำให้เหล่านักประวัติศาสตร์ด้านคนในรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาหาความรู้กันและมันจะเป็นอย่างไรมาชมกันเลย

ประติมากรรมรูปปั้นองค์ฟาโรห์รามเสสที่2

เมื่อปี2017ได้มีรายงานว่านักโบราณคดีจากอียิปต์และเยรมัมก็ได้ค้นพบรูปปั้นที่ได้มีความสูงประมาณ8เมตรที่ได้จมอยู่ใต้น้ำในกรุงไคโรในครั้งแรกนั้นได้เชื่อกันว่าได้เป็นรูปปั้นรามเสสที่2ซึ่งได้ปกครองอียิปต์เมื่อประมาณ3,000ปีก่อน

และยังได้เป็นหนึ่งผู้ที่ทรงพลังมากที่สุดของประเทศ ซึ่งในบริเวณที่ได้มีการค้นพบนี้ได้เกิดขึ้นกับซากที่ปรักหักพังของวิหารฟาโรห์รามเสสที่2ในเมืองโบราณเฮียราโพลิสทางด้านตะวันออกของกรุงไคโรที่กำลังเผชิญปัญหากับเศษขยะและของเสียจากอุสาหกรรมจึงได้ทำให้ในการขุดค้นนั้น

จึงเป็นไปด้วยความที่ยากลำบากหลังจากที่ได้มีการขุดค้นสถาปนิกยังได้พบว่าส่วนบนของรูปปั้นหินปูนขนาดเท่าคนจริงของฟาโรห์Seto llที่2ซึ่งเป็นพระราชนัดนิดาของฟาโรห์รามเสสที่สองโดยชาวอียิปต์โบราณได้เชื่อว่าเมืองเฮลิโอโปลิสได้เป็นสถานที่ที่เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์สถิตอยู่รวมทั้งในรูปปั้นทั้งหมดนั้นมันก็ยังได้ถูกสร้างขึ้นที่นี่อีกด้วย

ประติมากรรมกษัตริย์แห่งนูเบีย

ในปี2018ได้มีการค้นพบซากรูปปั้นของลึกลับอายุประมาณ2,600ปีบริเวณวิหารแห่งหนึ่งในดันเกลด้านริมตลิ่งแม่น้ําไนล์ในประเทศซูดาน ซึ่งทางด้านนักโบราณคดีนั้นก็ได้พบแค่เพียงบางส่วนของรูปปั้นเท่านั้นมันจึงไม่สามารถที่จะระบุมันได้เลยว่ามันเป็นรูปปั้นของใครจนในกระทั่งหลายปีต่อมาได้มีการสันนิษฐานว่าด้านวิหารที่ได้มีการพบรูปปั้นแห่งนี้

ในช่วงครั้งหนึ่งมันได้เคยเป็นวิหารของเทพพระเจ้าAmUnแห่งอียิปต์โดยในปี2017ก็ได้มีการขุดค้นพบสิ่งของอื่นๆภายในหลุมฝังศพอีกทั้งยังรวมไปถึงหน้ากากไม้ที่ถูกแกะสลักและภาพวาดที่ฝาผนังอย่างสวยงามถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการขุดค้นพบที่ยาวนานประมาณ11ปีแต่พวกเขานั้นก็ยังได้ค้นพบกับหลักฐาน

ที่แสดงทำให้เขานั้นเห็นว่ารูปปั้นสิ่งนี้ได้เป็นของฟาโรห์Aspeltaที่ได้ปกครองอาณาจักรครุฑระหว่างปี568-593ก่อนคริสต์ศักราชโดยเป็นฟาโรฟ์ของผู้ปกครองอาณาจักรโบราณในนูเบียที่ปกครองอียิปต์ตั้งแต่ในปี656-744ปี

ตำนานหนุษย์หมาป่า

หมาป่าคือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่ามีลักษณะรูปร่างคล้ายกับหมาที่อาศัยอยู่กับคนจะดูธรรมชาติแล้วหมาป่าเป็นสัตว์ที่น่ากลัว แต่หากเราใช้คำว่ามนุษย์มาผสมกับหมาป่าแล้วก็มันจะกลายเป็นคำว่ามนุษย์หมาป่าซึ่งมันจะน่ากลัวกว่าหมาป่ามากกว่าหลายร้อยเท่านะ

     บางคนเชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงแต่บางคนก็เชื่อว่ามนุษย์หมาป่านั้นเป็นแค่นิทานที่มีการแต่งตั้งกันขึ้นมาแต่คุณรู้มั้ยว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีจริงเมื่อในอดีตอาการที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าที่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันมีจริงและเกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้เรามาย้อนดูกันว่ามีประวัติเรื่องเล่ายังไงบ้างที่แสดงให้เห็นว่าบนโลกใบนี้มีมนุษย์หมาป่าจริงๆ

     ในประเทศฝรั่งเศสเมื่อประมาณปีพ. ศ. 1521 มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่ามีเหตุการณ์อันน่าประหลาดเกิดขึ้นที่เมืองโพลิ้งนี่  ก็มีเรื่องเล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งก็ถูกทำร้ายขณะที่เขากำลังเดินอยู่คนเดียวด้วยคนที่มีลักษณะเหมือนหมาป่าที่เขาต่อสู้กับเจ้าตัวประหลาดนั้นเขาก็สามารถทำร้ายมันจนได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย

จนมันต้องหนีไปในขณะที่เขากำลังเดินด้วยสภาพโซซัดโซเซไปตามท้องถนนเพื่อหาคนมาช่วยนั้นเขาก็ได้เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ก็มีสภาพบาดเจ็บไม่ต่างกับเขาเดินออกมาตามถนนเพื่อไปหาสถานที่รักษาบาดแผลเหมือนกันกับเขา

ซึ่งชายคนดังกล่าวสังเกตเห็นว่าบาดแผลผู้ชายอีกคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับบาดแผลที่เขาได้ทำร้ายหมาป่าตัวนึงที่มีรูปร่างคล้ายกับคนไปดังนั้นเขาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มาจับกุมตัวชายคนดังกล่าวและเมื่อผู้ชายคนนั้นถูกจับตัวรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาชื่อ Michael และเขาคือบุคคลที่ทำร้ายชาย คนที่แจ้งความจริง

โดยเขากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า  สิ่งที่เขากลายร่างเป็นหมาป่าได้นั้นก็เพราะว่าเนื่องจากเขาได้มีการทำสัญญากระเป๋าปีศาจ แต่มนุษย์หมาป่าไม่ได้มีเขาแค่คนเดียวเท่านั้นยังมีเพื่อนของเขาอีก 2 คนที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้โดยทั้ง 2 คนมีชื่อว่าฟิลลิปและปีแอร์แล้วเขายังสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกว่าทั้งตัวเขาเองและเพื่อนเขาอีก 2 คน

ได้มีการก่อเหตุทำร้ายคนอื่นมามากมายหลายคดีรวมถึงได้มีการฆ่าคนอื่นมามากมายหลายคนพร้อมทั้งกินเนื้อคนที่พวกเขาฆ่าโดยส่วนใหญ่คนที่ถูกกลุ่มมนุษย์หมาป่าข้าจะอยู่ในบริเวณเมืองโพลิ้งนี่การแพทย์ทุกคน

       นี่เป็นเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งในปัจจุบันทางการแพทย์ได้บอกว่ามนุษย์หมาป่านั้นมีอยู่จริงเนื่องจากเป็นความผิดปกติทางด้านสมองซึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะมีการฝังใจคิดว่าตนเองเป็นมนุษย์หมาป่าแล้วก็ออกทำร้ายคนเพิ่งถึงกัดกินคนคล้ายกับหมาป่าซึ่งอาการแบบนี้เป็นลักษณะของอาการทางจิตอย่างหนึ่งซึ่งต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน 

ซีอุย แซ่อึ้ง ตำนานมนุษย์กินคนในประเทศไทย

เมื่อราวๆปี2500 คดีซีอุยนับว่าได้เป็นคดีที่ได้สร้างความสะเทือนขวัญและสร้างความทรงจำที่ดลวร้ายให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากในยุคสมัยนั้นเมื่อจะต้องเจอเรื่องไม่คาดฝันกับลูกเล็กเด็กแดงที่จะต้องเป็นเหยื่อถูกฆตกรใจร้ายลงมือฆ่าให้ตาย

ด้วยความโหดเฮียมจากนั้นก็ได้ควักหัวใจและนำตับเอาไปกินหลังจากนั้นข้าวก็ได้เผยแพ่ยออกไปภายในวงกว้างจึงถึงกับทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่ในสมัยนั้นหวาดผวาและได้สั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานของตัวเองได้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว

กับทั้งยังให้คอยระวังกับคนแปลกหน้าและไม่เช่นนั้นก็จะถูกหลอกนำเอาไปฆ่าควักหัวใจและเอาตับออกมากินกันเลยทีเดียว ซีอุยนั้นได้มีชื่อจริงว่า  ( หลีอุย แซ่อึ้ง ) แต่คนไทยนั้นได้เรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย ซีอุยได้เกิดเมื่อราวๆในปี พศ2470 ที่เมืองเซาถัว ประเทศจีน

โดยซีอุยได้เกิดในครอบครัวที่ยากจนหาเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตร ซีอุย นั้นได้เป็นลูกชายคนสที่3จากจำพี่น้องทั้งหมด12คน เมื่อตอนเป็นเด็กและเป็นวัยรุ่น ซีอุยเป็นคนที่มีรูปร่างที่เล็กเมื่อเทียบกับคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

ซึ่งซีอุยนั้นได้มีส่วนสูงแค่ประมาณ150ซม.เท่านั้น นอกจากนี้ ซีอุยจึงมักถูกคนอื่นรังแกอยู่เสมอจนในกระทั่งวันหนึ่งในตามคำบอกเล่าของ ซีอุย เองว่ามีนักบวชรูปหนึ่งทนเห็นตนถูกทำร้ายโดยรังแกอยู่เป็นประจำไม่ไหวจึงได้เดินเข้ามาหาและได้แนะนำว่าถามอยากจะมีร่างกายที่แข็งแรงต้องกินเนื้อหรืออวัยวัยวะของมนุษย์

ซึ่ง ซีอุยในวัยเด็กก็ได้นอมรับคำแนะนำนั้นอย่างตั้งใจและโดยเชื่อสนิดใจอีกทั้งคำสอนนี้ก็ได้ฝังอยู่ในใจของ ซีอุยอยู่เสมอมาจากนั้นมา ซีอุย เอง  ก็เริ่มกินเนื้อสดๆที่ได้มาจากการล่าสัตว์ของนั่นเองและแน่นอนอวัยวัยวะส่วนที่ ซีอุย นั้นได้โปรดปรานมากที่สุดนั่นก็คือตับไตและหัวใจและเรื่องนี้แม้ว่าคนรอบข้างของ ซีอุย จะรู้แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือว่ากล่าวอะไรเพราะได้เห็นว่า ซีอุย ยังเป็นเด็กอีกทั้งพ่อแม่ก็ยังได้มีลูกหลายคนและได้มีฐานะยากจนต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวยังดูแลลูกๆได้อย่างไปทั่วถึง

และนั่นจึงทำให้ ซีอุย ได้เป็นคนแปลกๆมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและด้วยความที่พ่อและแม่นั้นได้มีอาชีพเป็นคนชาวไร่มีฐานะยากจนอีกทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกๆเป็นจำนวนมากจึงทำให้ ซีอุย ต้องออกจากบ้านเพื่อหาเลี้ยงคนเอง