ใจกลางโลกมีเมืองใต้พิภพอยู่จริงหรือเปล่า

ทางนักวิทยาศาสตร์เขาคาดเดาได้แค่ว่าใต้พื้นโลกที่เราได้ยืนอยู่ตรงนี้มีพื้นที่จำนวนชั้นที่แบ่งกันอยู่ประมาณ5ชั้นด้วยกันนั่นก็คือชั้นธรณีภาคชั้นฐานธรณีภาคเนื้อโลกแกนโลกชั้นนอกและแกนโลกชั้นในโดยส่วนใหญ่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่เขาก็จะเชื่อกันแบบนี้

ดังนั้นเราจะถามว่ามีนักวิทยาศาสตร์บางคนหรือมีกลุ่มคนบางกลุ่มเขามีความเชื่อกันแบบอื่นหรือเปล่าต้องขอบอกเลยว่ามีและทฤษฎีค่อนข้างน่าสนใจเลยแต่ทฤษฎีที่เราได้พูดถึงตรงนี้มันก็ยังได้มีอยู่อีกหลากหลายทฤษฎีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโลกแบนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโลกที่เป็นวงรีหรือแม้แต่โลกเป็นทรงสี่เหลี่ยมก็มีอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ในทฤษฎีที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดที่ได้รองลงมาจากเรื่องที่เขาได้สรุปลงไปแล้วนั่นก็คือนั่นก็คือ ทฤษฎีโลกกลวงนั่นเองโดยในทฤษฎีโลกกลวงตรงนี้ตามข้อมูลที่ได้บันทึกเอาไว้เขาได้บอกเอาไว้ว่าทฤษฎีโลกกลวงตรงนี้ถูกพูดถึงและถูกตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก

เมื่อได้ในปี 1692 โดยนักดาราศาสตร์คนหนึ่งที่มีชื่อว่า Edmond Halley จากทฤษฎีที่เขาได้ตั้งคำถามเข้ามาในหัวและได้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาว่าโลกของเราจากการตรวจสอบในเวลานั้นแล้วก็ได้ค้นพบว่าโลกของเรามีสนามแม่เหล็กหนึ่งสนามและสนามแม่เหล็กเหล่านั้นมีการผันเปลี่ยนผันแปลอยู่ตลอดเวลาเขาจึงได้ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมสนามแม่เหล็กของแต่ละที่มันไม่เหมือนกันและทำไมมันได้มีการเปลี่ยนแปลอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งได้คิดไปคิดมาเขาก็ได้ตั้งทฤษฎีขึ้นมานั่นก็คือทฤษฎีที่บอกว่าโลกของเรานั้นมีแกนโลกและมีใจกลางโลกอีกจุดหนึ่งที่ได้ปล่อยสนามแม่เหล็กที่แตกต่างกันออกมาและมันก็ไม่เหมือนกับสนามแม่เหล็กที่อยู่ภายนอกโลกนั่นเองและหลักจากที่ Edmond Halleyเขาได้ตั้งทฤษฎีนี้ขึ้นมาเขาก็ได้อธิบายให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนและคนทั่วไปหลายๆคนให้เข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีของเขาในเรื่องของโลกและภายใต้พื้นดินนี้ว่า

โดยโลกของเราจริงๆแล้วประกอบไปด้วยสันฐานอยู่4ชั้นด้วยกันโดย4ชั้นตรงนี้แต่ละชั้นจะวางซ้อนทับกันอยู่และตรงกลางก็จะเป็นช่องกลวงและใจกลางนั้นจะมีดวงอาทิตย์อีกดวงหนึ่งได้ตั้งอยู่ใจกลางนั้นคอยให้แสงสะหว่างกับพืชกับสัตว์ที่ได้อยู่ใจกลางโลกและปล่อยสนามแม่เหล็กที่มันแตกต่างจากสนามแม่เหล็กนอกโลกให้ออกมานั่นเองและก็ยังไม่ได้มีข้อมูลใดๆที่เพิ่มออกมาออกมาแต่อย่างใด

 

สนับสนุนโดย  u12

การเรียนรู้งานศิลปะสถานที่ต่างๆ 

ในยุคปัจจุบันหากคนพูดถึงสถานที่เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องราวต่างๆทางด้านประวัติศาสตร์ของงานศิลปะต่างๆหรือสถานที่ที่เก็บความเชื่อต่างๆก็มีจำนวนมากมาย ในประเทศไทยมีความสนใจอย่างมากในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น Museum ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเก็บรวบรวมศิลปะแห่งชาติรวมทั้งยังมีในส่วนของ สถานที่วัฒนธรรมของจังหวัดต่างๆในการเก็บเรื่องราวต่างๆทางด้านงานศิลปะหรือว่าวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละยุคสมัย

หรือแต่ละสถานที่ให้มีรูปแบบที่ถูกเก็บรักษาอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การส่งเสริมถึงเรื่องราวต่างๆหรือโครงสร้างตามความคิดของผู้คนต่างๆมีการส่งต่อเพื่อการพัฒนาอยู่เสมอ

ในยุคปัจจุบันจึงมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิดของผู้คนโดยการปรับปรุงรูปแบบลักษณะใหม่ๆการแสดงการศึกษาต่างๆเหล่านี้นอกจากหนังสือห้องเรียนหรือว่าตามสถานที่ต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีมากมาย

ในการรับรู้ถึงความคิดต่างๆของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นจินตนาการต่างๆที่ถูกส่งต่อถึงเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงถึงลักษณะทางด้านความคิดของผู้คนในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือความคิดของผู้คนทำให้เกิดเรื่องราวใหม่ๆด้วยการเรียนรู้ถึงเรื่องราวในอดีตเข้ามาพัฒนาถึงความคิดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆหรือแม้แต่จะเป็นการรับรู้ถึงเทคโนโลยีต่างๆที่นำมาทำงานร่วมกับศิลปะจึงทำให้งานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาปรับปรุงได้อยู่เสมอ

ความรู้สามารถหาได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนห้องสมุดหรือแม้แต่จะเป็นการศึกษาในสถานที่จริง ไปในสถานที่ที่ผลิตเกี่ยวกับงานศิลปะต่างๆหรือไปศึกษาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นก็สามารถทำได้ในยุคปัจจุบันมีการเปิดกว้างมากๆของผู้คนในยุคสมัยปัจจุบัน

เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวที่มีการเปิดกว้างที่ไม่ขึ้นการรับรู้ถึงงานศิลปะต่างๆในการพัฒนารูปแบบการทำงานต่างๆเหล่านี้ช่วยพวกคนมีการพัฒนาทางด้านจิตใจความคิดหรือแม้แต่การพัฒนาโครงสร้างของงานศิลปะต่างๆมีการปรับปรุงและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนส่วนใหญ่ในการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันก็มีการเปิดกล้องที่เพิ่มมากขึ้นสถานที่ศึกษาคาเดมี่หรือแม้แต่จะเป็นสถานที่ทางด้านการเรียนของผู้คนมีการเข้าถึงที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ในยุคปัจจุบันเราจึงสามารถหาศึกษาได้มากมายไม่ว่าจะเป็นสถานที่เกิดกับงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างการพัฒนาความคิดของผู้คน

หมายของงานศิลปะต่างๆก็สามารถตีความได้อย่างหลากหลายในช่วงอายุปัจจุบันที่งานศิลปะต่างๆขนาดในสถาบันต่างๆก็ยังมีความหมายของงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไป นี่คือเป็นความงดงามของงานศิลปะที่มีการเปิดกว้างทางด้านความคิดหรือการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ และนี่คือความสวยงามของงานศิลปะต่างๆที่เข้ามาสู่ผู้คนเพื่อเยียวยาจิตใจหรือว่าสร้างสุนทรียภาพต่างๆ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    สูตรหวยแม่นๆเข้าทุกงวด

การใช้สีและการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงาน 

สีเป็นส่วนที่สามารถแสดงออกถึงอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นสีแสงหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆ การหักเหของสีของนิวตันการแสดงถึงรูปสามเหลี่ยมต่างๆการพัฒนาทางด้านอารมณ์ต่างๆความเชื่อความคิด

หรือแม้แต่จะเป็นการเปรียบเทียบในส่วนของสีธรรมชาติที่สำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยแสดงออกถึงการใช้ 4 ต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตามจะหยุดแต่สมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านทักษะในการทำงานหรือความเชื่อต่างๆด้านสังคม

หรือไม่จะเป็นอาชีพต่างๆก็ส่งผลให้ผู้คนตามลักษณะการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนละยุคสมัยมีการพัฒนาการทำงานอยู่ตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามผู้คนเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง

ที่ช่วยพัฒนาการทางด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการติดต่อสื่อสารแต่ละยุคแต่ละสมัย ก็มีความต้องการในการส่งต่อเรื่องราวความเชื่อต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นจินตนาการเพราะแต่ละยุคก็มีการพัฒนาความเชื่อถือแม้แต่จะเป็นลักษณะในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรก็ตามผู้คนในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม

หรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อทนายความคิดมันต่างก็มีการพัฒนาตลอดเวลา ไม่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแม้จะเป็นการสร้างแนวคิดต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนในยุคสมัยที่มีการพัฒนาเรื่องราวต่างๆการเลือกใช้สีไม่ว่าจะเป็นสีขาวหรือ สีจากดินต่างๆที่เป็นสีดำก็ถูกนำมาใช้ในการสินค้าทั้งสิ้นในส่วนของการพิมพ์ หรือแม้แต่จะเป็นการแสดงออกเท่านั้น คู่สีเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งช่วยสีมีความกลมกลืน หรือแม้แต่จะเป็นความต้องการการตัดอารมณ์ต่างๆเกี่ยวกับภาพ

อย่างไรก็ตามแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาการทำงานอยู่เสมอให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านแนวคิด การสร้างผลงานใหม่ๆอยู่เสมอและที่สำคัญที่เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการทำงานการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการติดต่อสื่อสาร

แต่ยุคสมัยนั้นเป็นเพราะว่าคุณภาพเป็นสิ่งที่ส่งต่อเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคนิคแนวคิดต่างๆความเชื่อ จินตนาการสังคมหรือแม้แต่จะเป็นการแสดงออกถึงความคิดเห็นของกิจกรรมต่างๆที่สำคัญอย่างยิ่งที่ถูกส่งต่อตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น

ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันก็มีการเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้นนะว่าในยุคปัจจุบันที่ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ไงมันขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เน็ตหรือแม้แต่จะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำคัญที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงหน้าจอ

เปลี่ยนไปของรูปแบบในการทำงานการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการพัฒนาอยู่เสมอทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผู้คนละยุคสมัยมีการพัฒนาการทำงาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการสร้างรูปแบบในการติดต่อสื่อสาร

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆมากขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆผ่านรูปแบบการทำงานหรือการส่งต่อโครงสร้างในการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยฮานอยฟรี

สร้างเด็กให้เป็นยอดจิตรกร

ศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนนั้นจะต้องเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะทางด้านความสามารถ ความรู้ทางด้านศิลปะเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจของเด็กนั้นมีความอ่อนโยไม่หยาบกระด้าง ดังนั้นแล้วการสร้างให้เด็กนั้นได้รับความรู้และได้แสดงออกถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะนั้น

ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กนั้นไม่ออกนอกลู่นอกทางและทำให้เขาสามารถพัฒนาที่จะขึ้นเป็นจิตรกรในอนาคตได้อีกด้วย นอกจากนี้การปลูกฝังในเรื่องของศิลปะนั้นยังเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่สามารถทำได้ในเวลาว่างอีกด้วย

การปลูกฝังจากครอบครัว พ่อแม่และสถานศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งจำเป็น เป็นสิ่งที่จะสามารถสร้างเด็กนั้นให้เป็นจิตนกรหรือศิลปินในอนคตได้และสามารถทำได้ในระยะเวลาที่เร็ว

เพราะถ้าเมื่อเด็กได้รับการปลูกฝังจากทั้งครอบครัวพ่อแม่และสถานศึกษานั้นก็จะทำให้สิ่งเหล่านี้ซึมซับที่ความคิดของเด็ก ทำเด็กอยากที่จะทำและเป้นในสิ่งที่ตัวเองนั้นรักและชอบ การปลูกฝังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและควรทำตั้งแต่เริ่มต้น ยิ่งซึมซับมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

การสนับสนุนให้เด็กนั้นได้จินตนาการอย่างอิสระ ไม่ควรไปขีดเส้นแบ่งว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำหรือดุด่าว่ากล่าวเด็กถ้าหากเด็กนั้นต้องการจะจินตนาการหรือทำในสิ่งที่ตัวเองนั้นอยากทำ เพราะถ้าหากเรานั้นไปขีดเส้นแบ่งว่าสิ่งนี้ไม่ควรทำหรือสิ่งไหนควรทำ เด็กก็จะจำแต่สิ่งเหล่านั้น ทำให้เด็กไม่มีอิสระในการจะจินตนาการก็จะทำให้เขานั้นใช้ความสามารถในด้านการจินตนาการได้อย่างไดม่เต็มที่เพราะถูกจำกัดไว้นั่นเอง การสนับสนุนจึงเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นควรให้การสนับสนุนเด็กอย่างเต็มที่

การส่งเสริมให้เขานั้นกล้าที่จะแสดงออก ถึงแม้การแสดงออกทางด้านจินตนาการหรือสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องความกล้าแสดงนั้นไม่ใช้สิ่งจำเป็นสำหรับจิตรกรหรือศิลปิน เพราะการทำงานศิลปะนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะต้องทำหรือสร้างสรรค์ที่มีผู้คนมาเกี่ยวข้องด้วย

แต่เป็นการสร้างสรรค์ที่ตัวจิตรกรหรือศิลปินนั้นบจะต้องอยู่กับตัวเองและสร้างสรค์จินตนาการและความรู้สึกออกมาผ่านผลงานเท่านั้น แต่ในยุคที่เปลี่ยนไปสื่อโซเชียลต่างๆเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทำให้ในบางครั้งศิลปินจิตรกรนั้นก็อาจจะต้องมีการแสดงฝีมือหรือบอกเล่าความรู้สึกเกี่ยวกับผลงานผ่านสื่อโซเชียลเหล่านี้ ความกล้าแสดงออกนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ศิลปินแบะจิตรกรนั้นควรมีและควรมีการส่งเสริมมาตั้งแต่ยังเด็กด้วย

การให้เขาได้ไปในสถานที่ใหม่ๆและได้เผชิญกับโลกกว้าง เป็นการเปิดโลกทั้งโลกความจริงและโลกจินตนาการและเมื่อเด็กได้เผชิญโลกความจริงนั้นเขาจะมีจินตนาการที่จะสามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานได้มากขึ้น

และเป็นผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย ดังนั้นแล้วถ้าหากต้องการสร้างจิตรกรนั้น การสร้างตั้งแต่ยังเด็กนั้นเป็นสิ่งที่จะได้ผล100%อย่างแน่นอนถ้าเด็กนั้นชอบและรักในงานด้านศิลปะอย่างแท้จริง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

วงการเพลงฮิปฮอป

วงการเพลงฮิปฮอปนั้นถือว่าเป็นวงการเพลงและแนวเพลงที่เกิดมาเนินนานแล้ว แต่ในยุคก่อนนั้นอาจจะไม่ได้มีการสร้างสรรค์วรรค์ที่น่าสนใจเท่าในยุคปัจจุบัน เพราะฮิปฮอปและแร้ปในสมัยก่อนนั้นจะเน้นไปในทางที่ค่อนข้างจะหนักและใช้คำหยาบมากกว่าในปัจจุบัน

ทำให้ในยุคก่อนแนงเพลงแร็ปและฮิปฮอปนั้นจะมีผู้ฟังหรือแฟนเพลงแนวนี้แบบเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ในช่วยุคแรกของแนวเพลงประเภทนี้ถือว่ามีความรุนแรงมากพอสมควรทำให้ยุคหนึ่งเพลงฮิปฮอปนั้นเป็นได้แค่เพลงใต้ดิน

แต่เมื่อเป็นเพลงใต้ดินและมีเพียงผู้ฟังเฉพาะกลุ่มเท่านั้นจึงทำให้ในยุคก่อนนั้นเพลงแนวนี้จึงได้รับความนิยมในช่วงสั้นๆเท่านั้น แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แนวเพลงนี้นั้นเริ่มกลับมามากขึ้น เนื่องจากในต่างประเทศนั้น ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา เกาหลีและประเทศที่โด่นเด่นในเรื่องของการทำเพลงนั้น

มีการนำแนงเพลงฮิปฮอปและการแร็ปเข้ามาผสมผสานให้เกิดความแปลกใหม่และมีความไพเราะโดยภาษาและถ้อยคำที่ใช้นั้นก็ยังเป็นคำที่อาจจะหยาบอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้รุนแรงเท่าในยุคก่อนๆ

วงการเพลงฮิปฮอปนั้นถทอว่าได้รับความสำเร็จในยุคนี้อย่างมาก เนื่องจากได้มีการนำเสนอในแนวเพลงฮิปฮอปที่มีการสร้างสรรค์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม ด้วยการจัดรายการการแข่งขันเฉพาะแนวเพลงฮิปฮอปเท่านั้นและเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจนั้นเข้าร่วม ซึ่งต้องบอกเลยว่าการจัดรายการแข่งขันถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้รู้เลยว่ายังมีคนมากมาย

ในยุคปัจจุบันนี้นั้นที่ยังคงฟังและชื่นชอบในแนวเพลงฮิปฮอป เมื่อมีรายการการแข่งขันเกิดขึ้นสิ่งที่ตามมานั้นก็คือการได้รับความนิยมอย่างมากอีกครั้งของดนตรีแนวนี้และถือว่าผู้คนก้เปิดใจที่จะรับฟังเพลงในแนวฮิปฮอปมากขึ้นด้วย

ในวงการเพลงฮิปฮอปนั้นถือว่ากับมามีสีสันและชีวิตชีวาอีกครั้ง เพลงที่มีการร้องแบบเดิมๆ ก็มีการผสมผสานในแนวเพลงฮิปฮอปเข้าไปด้วยทำให้เพลงนั้นเกิดความน่าสนใจและเป็นเพลงที่น่าฟังอย่างมาก 

ถึงแม้ว่าวงการเพลงฮิปฮอปนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่อาจจะไม่หนักแน่นเหมือนเดิม หรือการใช้ภาษาถ้อยคำที่ไม่รุนแรงเหมือนเดิม แต่ก็ถือว่ายังคงเอกลักษณ์ความเป็นฮิปฮอปและแร็ปอยู่ได้ก็ถือว่าวงการเพลงฮิปฮอปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางทื่ดีมากขึ้น

ทำให้ศิลปินที่ชื่อนชอบในเพลงฮิปฮอปและการแร็ปนั้นมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่อไปให้กับแฟนเพลงฮิปฮอปและแร็ปนั้นได้รับฟัง วงการเพลงฮิปฮอปจึงถือว่าเป็นวงการเพลงแนสหนึ่งที่ไม่มีวันตายจริงๆ

เพราไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่เพลงฮิปฮอปและการแร็ปนั้นก้ยังคงเอกลักษณ์ที่โดเด่นและเป็นสิ่งที่สามารถนำมาผสมผสานให้เกิดความแปลกใหม่ในดานวงการเพลงไทยและเพลงอื่นได้อีกมากมายด้วย

 

สนับสนุนโดย  เวปเจตใหม่

จิตรกร

จิตรกรถ้าหากพูดถึงความหมายแบบกว้างๆแล้วนั้นก็หมายถึงมือที่ทำหรือสร้างสรรค์ให้เกิดความสวยงาม การวาดภาพขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่ใช้ในการบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงยุคนั้นๆ

หรือในช่วงเวลานั้นๆนั่นเอง เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์เพื่อการบันทึกเรื่องราวให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่าในแต่ละยุคนั้นมีการแต่งตัวอย่างไร การใช้ชีวิตของคนในยุคนั้นเป็นอย่างไรและแนวความคิดของศิลปินในแจ่ละยุคนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็สามารถรู้ได้ด้วยการวิเคราะห์และดูจากผลงานศิลปะในช่วงยุคนั้นๆเป็นต้น เป้าหมายของจิตรกรที่สร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปินทุกคน มีเป้าหมายเดียวกันก็คือการสร้างสรรค์หรือสร้างชื่อเสียงตัวเองเพื่อให่เมื่อตายไปแล้วคนในยุคหลังยังคงพูดถึงชือของศิลปินและชื่อของผลงานที่ศิลปินเหล่านั้นได้สร้างสรรค์นั่นเอง

จิตรกรนั้นเป็นนักสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เน้นความต้องการของตัวเองเป็นหลักในการทำงานและสร้างสรรคืผลงานออกมาให้สวยงามและมักจะใช้แบบเป็นสิ่งที่สื่อสารอารมณ์ออกมาให้รู้ว่าในช่วงนั้นหรือตอนนั้นจิตรกรคนนั้นมีความต้องการในสิ่งใด

เขาก็มักจะสื่อสารและสื่ความหมายออกมาจากความรู้สึกและอารมร์ของตัวเองล้วนๆและนอกจากนี้จิตกรยังต้องการสื่อสารและถ่ายทอดความรู้สึกออกมาด้วยว่าควงามสวยงามของภาพในแต่ละยุคนั้นมีความแตกต่างกันออกไป การถ่ายทอดผลงานด้านศิลปะนั้นถึงแม้จะเป็นการถ่ายทอดจากจิตรกรคนเดียวกัน

แต่ในเมื่อเวลาหรือยุคสมัยเปลี่ยนไปลักษณะการสร้างสรรค์ผลงานก็แตกต่างไปเช่นเดียวกันเพราะความคิด จินตนาการและการสร้างสรรค์รวมทั้งอารมณ์ของจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยนั่นเอง

จิตรกรโดยส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียงนั้น เมื่อไปดูผลงานแล้วนั้นไม่ใช่ผลงวานที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่สิ่งที่จิตรกรต้องการจะสื่อความหมายออกมามากกว่าที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้ผลงานชิ้นนั้น เราจะสังเกตได้เลยว่าผลงานบางชิ้นนั้นไม่ได้สวยงามแต่เมื่อมองไปแล้วเราเห็นถึงจุดเด่น

และลักษณะการสื่อสารจากจิตรกรว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่สิ่งที่เป็นเสมือนน้ำไว้หล่อเลี้ยงจิตใจเพราะเมื่อเราหมดหวังหรือหมดกำลังใจอะไรสักอย่าง เราถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นภาพวาดที่ไม่ได้สวยหรูแต่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งผู้ที่ถ่ายทอดออกมาและผู้ชมนั้นก็จะเข้าถึงในความหมายนั้นๆและเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้จิตใจของเราเบิกบานและมีกำลังใจได้ ภาพวาดเหล่านี้นั้นก็มักจะเป็นฝีมือที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากจิตรกรชื่อดังทั้งสิ้น

สำหรับจิตรกรแล้วนั้นสิ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจของจิตรกรเลยก็คือเสน่ห์ในการทำงานที่ไม่รู้ตอนจบ เพราะสิ่งที่จิตรกรสร้างสรรค์นั้นพวกเขาก็ไม่รู้ตอนจบและไม่ได้รู้หรอกว่าภาพนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร

เพียงแต่พวกเขาต้องการที่จะวาดภาพไปตามอารมร์และความรู้สึกของเขาเท่านั้น จิตรกรถือว่าเป็นผู้สร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้ชื่นชอบและเสพสุขจากงานศิลปะนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ความสำคัญของฉากหลังในการถ่ายรูป

การถ่ายรูปเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ในโลกปัจจุบันอย่างมากเพราะปัจจุบันนี้นั้นการถ่ายรูปถือว่าเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมและเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

เนื่องจารูปถ่ายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถใช้ในการต่อยอดในด้านต่างๆได้มากมาย ทั้งในด้านธุรกิจการค้า เป็นต้นหรืองานด้านอื่นๆก็มักจะต้องใช้รูปถ่ายเพื่อการโฆษณาหรือนำเสนอเพื่อให่เกิดความน่าสนใจทั้งสิ้น

การถ่ายภาพจึงได้รับความนิยมและสิ่งที่เป้นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความสวยงามและความแตกต่างของภาพถ่ายได้นั้นก็คือฉากหลัง ฉากหลังถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญและเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์ผลงานด้านการถ่ายภาพเลยทีเดียว

โดยเฉพาะการถ่ายรูปแบบพอร์ตเทรต ฉากหลังก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีการเลือกและรังสรรค์ให้เกิดมิติที่แตกต่างและสวยงามที่สุดด้วย เมื่อฉากหลังมีความสำคัญกับการถ่ายรูป

การหาแพทเทิร์นหรือแบล็คกราวน์ที่ทำให้นางแบบนั้นโดดเด่นออกมาจากฉากได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงและเป็นสิ่งแรกที่ต้องนึกถึง เพราะการสร้างแพทเทิร์นนั้นจะทำให้ภาพถ่ายออกมาสวยงามและมีความเป็นระเบียบและที่สำคัญฉากจะดูกลมกลืนแจ่ไม่เด่นออกมาและทำให้นางแบบนั้นมีความดดดเด่นในภาพด้วย

การเลือกฉากหลังนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายพอร์ตเทรตเช่นกัน ฉากหลังการถ่ายแบบพอร์ตเทรตนั้นโดยส่วนใหญ่ก้มักจะอยู่รอบๆตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ ถือว่าเป้นฉากหลังที่เพิ่มความโดดเด่นและสวยงามให้กับนางแบบอย่างมากเลยด้วย

จะเห็นได้ว่าโดยส่วนใหญ่คนที่ชื่นชอบในการฉ่ายพอร์ตเทรตนั้นก็จะเน้นฉากหลังที่เป็นสีที่สด เพื่อให้ได้ความคมชัดของฉากหลังแต่ด้วยความเป็นพอร์ตเทรตนั้นการสร้างสรรค์มให้แบบเด่นกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

ดังนั้นแล้วถึงแม้ว่าจะถ่ายภาพที่ฉากหลังสีสดใสหรือเด่นชัด แต่ด้วยความเป็นพอร์ตเทรตนั้นจะช่วยทำให้ฉากหลังมีความละมุนและทำให้เกิดความตัดกันระหว่างนางแบบและฉากหลังทำให้เกิดความลงตัวและสวยงาม

ช่วงเวลาในการถ่ายก็สำคัญเพราะถ้าหากในช่วงที่แดดจัดเกินไปนั้นก็อาจจะทำให้ฉากหลังไม่สวยงามดังนั้นแล้วช่วงที่จะทำให้ฉากหลังมีแสงที่สวยงามและไม่ทำให้ฉากนั้นโดดเด่นกว่าแบบนั้นก็คือช่วงตั้งแต่ประมาร 4 โมงครึ่งเป็นต้นไป

แต่ในช่วงฤดูร้อนก็อาจจะเป็นช่วงหลัง5โมงก็จะทำให้ฉากหลังนั้นมีความอ่อนจากแสงและทำให้ได้ภาพการถ่ายพอร์ตเทรตที่มีความละมุนและสวยงามมากขึ้น เนื่องจากแสงแดดในช่วงนั้นจะกระทบที่หน้า

และผมทำให้เกิดความระเรื่อที่เส้นผมทำให้การถ่ายพอร์ตเทรตมีความสวยงามเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นแล้วการเลือกฉากหลังจึงมีความสำคัญแต่อย่างไรก็ตามองค์ประกอบอื่นๆที่นำมาประกอบรวมกับฉากหลังนั้นก็มีความสำคัยที่ทำให้เกิดความสวยงามไม่แพ้กันด้วย

 

สนับสนุนโดย  ole777

ตำนานผีช่องแอร์

      สำหรับเรื่องเล่าผีช่องแค่นี้เป็นเรื่องที่มีการเล่ากันถึงกลุ่มนักดนตรี 6 คนซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้และตกกลางคืนเขาก็ต้องเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งในห้องพักของพวกเขานั้นมีเพื่อนนักดนตรี

คนหนึ่งสังเกตเห็นว่ามีริ้วผ้าห้อยลงมาจากแอร์ที่อยู่ด้านบนเพดานพวกเขาจึงพยายามดึงผ้านั้นออกมาแต่ผ้าก็ไม่หลุดพวกเขาจึงได้แกะช่องดังกล่าว

และเมื่อแกะก็พบว่ามีหัวของหญิงสาวคนหนึ่งถูกติดเอาไว้กับช่องแอร์และใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นก็มองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่เครียดแค้นสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกเขาเป็นอย่างมากซึ่งแม่บ้านที่ดูแลโรงแรมดังกล่าวได้เล่าว่าปกติ

แล้วห้องพักดังกล่าวจะไม่เปิดให้ลูกค้าเข้าไปใช้บริการจะมีการปิดไปเอาไว้แต่ในวันดังกล่าวนั้นเกิดเหตุการณ์ห้องพักเต็มและผู้เช่าทั้ง 6 คนนั้นก็มาเช่าในเวลาช่วงดึกแล้วจึงหาที่พักที่อื่นไม่ทันทั้งโรงแรมจึงได้เปิดห้องดังกล่าวให้ลูกค้าเข้าพักนั้นเอง ส่วนสาเหตุที่มีผีในห้องดังกล่าวนั้นแม่บ้านของโรงแรมได้เล่าว่า

มีอยู่วันหนึ่งมีฝรั่งคนนึงได้พาหญิงสาวชาวไทยมาเข้าพักที่โรงแรมและพักในห้องนั้นต่อมาทั้งคู่เกิดทะเลาะกันและฝรั่งคนนั้นได้ฆ่าหญิงสาวตายหลังจากนั้นก็ตัดคอเธอแล้วนำไปซ่อนไว้บนช่องแอร์โดยฝรั่งคนดังกล่าวได้นำผ้าสีขาวผูกศีรษะของเธอไว้กับช่องแอร์

รวมถึงเอาเส้นผมของเธอพันไว้กับใบพัดของแอร์ด้วยเมื่อท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบจบจึงพบแค่เพียงร่างที่ไร้ศีรษะของหญิงสาวหายอย่างไรก็หาไม่เจอจนเวลาผ่านไปประมาณ 3 วันคนที่มาใช้บริการในห้องดังกล่าวได้กลิ่นเหม็นเน่า

จึงพาการค้นหาใหม่อีกครั้งหนึ่งจึงทำให้เห็นว่าศีรษะของหญิงสาวนั้นผูกติดอยู่บนช่องแอร์นั่นเองและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นไปห้องดังกล่าวก็ถูกปิดตายไม่เคยปล่อยให้ใครเข้าไปใช้บริการอีกเลย

ซึ่งเหตุการณ์สยองขวัญครั้งนั้นยังไม่จบเมื่อนักดนตรีทั้ง 6 คนที่ได้เจอกับผีช่องแอร์นั้นต่างก็พากันทยอยตายทีละคนสองคนโดยแต่ละคนนั้นก็ตายจากอุบัติเหตุจนในที่สุดเหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตรอดอยู่

และพวกเขานั้นได้ไปเจอกับพระรูปหนึ่งได้บอกให้พวกเขาทั้งสองคนนั้นไปทำบุญสังฆทานเนื่องจากว่าเขาทั้งสองคนนั้นกำลังถูกวิญญาณของพี่สาวตอนหนึ่งตามมาเอาชีวิตและเมื่อทั้งคู่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับหญิงสาวคนดังกล่าวก็ทำให้เขาทั้งสองคนนั้นรอดชีวิตและตำนานเรื่องเล่าของผีสาวในช่องแอร์นี้ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องผีช่องแอร์ให้ผู้คนนั้นได้ชมกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

ศุกร์13เป็นจริงหรือว่าเรื่องแต่งขึ้นมา?

สำหรับข้อมูลของตัวเลข13ต้องขอบอกก่อนเลยว่าตัวเลข13ตามความเชื่อเขาได้หมายถึงตัวเลขแห่งความโชคร้ายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันถ้าเอาข้อมูลที่เก่าที่สุดเขาบอกว่าตัวเลข13นี้บาบิโลนในสมัยก่อนมันเป็นตัวเลขแห่งโชคร้าย

ถ้าใครมีตัวเลขนี้อยู่อาจจะเกิดผลร้ายในด้านต่างๆในครอบครัวคนเหล่านั้นเขาเลยตั้งกฎขึ้นมาว่าทุกสิ่งทุกอย่างในกรุงบาบิโลนตอนนั้นจะต้องไม่มีการเเสดงเลข13แม้แต่เลขเดียวเลย

นอกจากนี้ืในความเชื่อของอียิปต์เลข13เขามีความหมายเกี่ยวกับความตายก็มีด้วยเช่นกันดังนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้เลยทำให้คนคริสเตียนได้มองว่า วันศุกร์ กับ เลข13 มันเป็นสิ่งที่เป็นวันดวงซวยทั้งสองอันถ้าวันใดวันหนึ่งมันได้มาอยู่รวมกันเมื่อไรวันนั้นเขาจะถือว่าเป็นวันวิปโยคที่จะเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นบนโลกนี้และอาจจะมีการทำให้มีการสูญเสียมากก็เป็นได้

ดังนั้นตรงนี้เองก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของวันศุกร์และเลข13ที่เราได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อในอดีตที่ผ่านมาแต่ถามว่าถ้าเอาความเชื่อในรู้แบบของดั่งเดิมที่เกี่ยวกับวันศุกร์ที่13ที่เขาได้เอามารวมกันแล้วมันเป็นแบบที่บอกจริงหรือเปล่า

ซึ่งถ้าหากว่าเอาตามความเชื่อตามที่เรานั้นได้หามาได้มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น100%คือตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของศุกร์13มันได้มีอยู่หลากหลายตำนานมากแต่มันจะมีอยู่หนึ่งตำนาที่คำพูดถึงกันมากที่สุดและคนเชื่อว่านี่คือตำนานแบบออริจินอลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศุกร์13นั่นก็คือเรื่องของThe Last Supperหรืออาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู

โดยข้อมูลตรงนี้เขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าThe Last Supperหรืออาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในอดีตเกี่ยวกับเรื่องของว่าหารมื้อนี้เป็นอาหามื้อสุดท้ายที่พระเยซูได้กินร่วมโต๊ะกับผู้นั่งโต๊ะทั้ง12

ซึ่งผู้นั่งโต๊ะทั้ง12เป็นลูกศิษย์ที่เคารพพระเยซูทั้งหมดเลยแต่ในวันนั้นเองได้มีหนึ่งในลูกศิษย์คนหนึ่งที่มีนามว่าจูดาสเขาได้ทำการทรยศพระเยซูและได้ทำการให้เกิดวันมหาวิปโยคเกิดขึ้นนั่นก็คือเขาได้ทำการจับพระเยซูขึงไม้กางเขนแล้วก็เกิดเป็นเนื้อเรื่องแบบที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องของพระเยซู

เนื่องจากนี้ในตามความเชื่อของคริสเตียนเขาเลยมองว่าเลข13คือจำนวนผู้นั่งโต๊ะทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพระเยซูในตอนนั้นและตำแหน่งที่13คือตำแหน่งที่ยูดาสเขาได้นั่งอยู่แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นคือวันที่พระเยซูเขาถูกตึงแขนนั่นคือวันศุกร์ด้วยตรงนี้เลยทำให้ชาวคริสเตียนเขามองว่านี่คือต้นตอความดวงซวยและเป็นตัวเลขกับวันที่แย่ที่สุดที่เขารู้ในตำนานที่ผ่านมานั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  letou ฟรีเครดิต

ตำนานพระธุดงค์ จ.สุรินทร์

เนื่องจากนี้ได้มีพระธุดงค์สองรูปที่ได้ธุดงค์อยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จังหวัดสุรินทร์และได้จำวัดสวดมนต์อยู่เป็นเวลาหลายวันด้วยกันจากนั้นช่วงตีสี่พระทั้งสององค์ก็ได้ออกมาทำวัดสวดมนต์จนถึงเช้าจากนั้นได้ถึงเวลาบิณฑบาต

แต่ว่าพระอาจารย์ได้บอกกับเขาว่าวันนี้ไม่ต้องไปบิณฑบาตหรอกนั่งอีกสักพักชาวบ้านก็จะเข้ามาทำบุญที่นี่เองตัวของเขาก็เริ่มเอะใจและพระอาจารย์พูดต่อท่านจำเอาไว้เดี๋ยวตอนที่ชาวบ้านมาทำบุญใส่บาตรเรานั้นท่านจงสังเกตเอาไว้ให้ดีๆจะมีหญิงวัยกลางคนอยู่สองคนที่จะแต่งตัวไม่เหมือนคนในพื้นที่นี้และกับข้าวที่จะนำมาถวายเรานั้นก็จะไม่เหมือนกับชาวบ้านทั่วไปบริเวณนี้

ซึ่งพระพงษ์ท่านก็พึ่งจะบวชได้แค่เพียงเดือนเดียวเองแต่ก็ได้รับฟังในสิ่งที่พระอาจารย์นั้นได้บอกว่าและท่านก็ได้บอกต่อไปอีกว่าถ้าหญิงวัยกลางคนสองคนนี้เขานำข้าวและกับข้าวมาประเคนเราก็ต้องรับด้วยนะท่านไม่ว่าเขานั้นจะมาดีหรือว่ามาร้ายเราก็ต้องรับประเคนเอาไว้ก่อน

เมื่อพระพงษ์ท่านได้ฟังแบบนั้นก็ตกปากรับคำอาจารย์ไว้พอเวลาผ่านไปเข้าช่วงเจ็ดโมงเช้าชาวบ้านก็เริ่มมาจริงต่างพากันเข้ามาใส่บาตรในสมัยนั้นทางภาคอีสานชาวบ้านส่วนใหญ่จะแต่งกายคล้ายกันหมดเลยและก็เป็นตามที่พระอาจารย์ได้บอกเลยให้สังเกตหญิงสองคนที่แต่งกายไม่เหมือนชาวบ้าน

ซึ่งพระพงษ์ก็ได้เห็นมีผู้หญิงสองคนจริงโดยได้แต่งกายดีมากดูลักษณะอายุจะไม่เกิน50ปีเธอทั้งสองใส่กางเกงผ้าสแลคเสื้อธรรมดาผิดกับชาวบ้านคนอื่นๆพระพงษ์ก็สงสัยว่าพระอาจารย์มีเรื่องอะไรในใจกันแน่พอเสร็จจากการให้ศีลให้พรเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ชาวบ้านจะเข้ามาประเคนข้าวกับข้าวที่ชาวบ้านนำเอามาใส่บาตรทำบุญกันนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวเหนียวและปลาที่จับได้ตามท้องนา

เมื่อถึงเวลาที่สองหญิงแต่งตัวไม่เหมือนใครที่พระอาจารย์ได้บอกเอาไว้เธอก็ได้แยกมาประเคนอาหารให้กับพระทั้งสองพระพงษ์ก็ได้สังเกตกับข้าวที่สองหญิงมาถวายให้กับพระทั้งสองนั้นเป็นข้าวสวยธรรมดาและอาหารก็ไม่เหมือนกับชาวบ้านจริงๆ

ในขณะที่หญิงกำลังประเคนหญิงดังกล่าวก็ได้พูดกับพระอาจารย์ว่าพระจารย์ไม่ใช่คนที่นี่คงจะฉันข้าวเหนียวไม่ค่อยชินก็เลยทำอาการภาคกลางมาถวายจากนั้นก็ได้ให้พรชาวบ้านจะได้กลับกันก่อนจะได้ไม่ต้องมารอพระฉันข้าวเสร็จแล้วพระจารย์ก็ได้หันมาบอกกับพระพงษ์ว่าอย่าได้ฉันข้าวที่หญิงคนนี้มาถวาย

โดยพระพงษ์ก็สงสัยพระอาจารย์ก็บอกว่าให้เอากับข้าวของหญิงสาวมาใส่เอาไว้ในบาตรให้หมดพอทำวัดเสร็จแล้วมาเปิดดูพระพงษ์กลับพบว่าเป็นเม็ดทรายและตะปูเต็มไปหมดตอนนั้นพระพงษ์ถึงกับอึ่งไปเลย

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ