Megalodonนั้นมันสูญพันธุ์เพราะอะไร

ทำไมMegalodonถึงไม่มีซากฟอสซิลทำไมมันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์เหมือนกันอย่างไดโนเสาร์เหมือนกับสิ่งอื่นที่เขาได้มีการค้นพบกันสำหรับข้อมูลตรงส่วนนี้หากเราจะเอาข้อมูลที่เขานั้นได้มีการสันนิษฐานกัน

ซึ่งพวกเขาก็ได้สันนิษฐานกันว่าเจ้าMegalodonมันได้เป็นสัตว์ที่มันได้มีขนาดที่ใหญ่มากๆว่ากันว่าน้ำหนักตัวของมันนั้นมันอาจจะมากกว่าหลัก100ตันกันเลยทีเดียวและพอเจ้าMegalodonเหล่านี้ในมีการเสียชีวิตหรือมันได้ตายลงไปมันก็จะจมลงสู่ใต้ท้องทะเล

จากนั้นมันก็จะถูกย่อยสลายไปในทุกๆส่วนทุกๆสิ้นและมันก็จะมีสัตว์ตัวอื่นเข้ามากัดกินซากของเมกาโลดอนไปแต่สำหรับซากMegalodonเหล่านั้นมันจะมีอยู่บางสิ่งบางอย่างที่มันไม่อาจจะย่อยสลายได้นั่นก็คือโครงกระโครงสันหลังกับฟันนั่นเองเพราะว่าโครงกระดูกสันหลังกับฟันนี้มันเป็นโปรตีนมันเลยไม่ถูกย่อยสลายและถูกเป็นซากฟอสซิลที่ทำให้เรานั้นได้เจอกันอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

ซึ่งฟอสซิลของเจ้าMegalodonตรงนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้บอกว่าเราสามารถพบเจอฟอสซิลฟันฉลามเหล่านี้หรือโครงกระดูกสันหลังเหล่านี้ได้ตามพื้นที่ชายฝั่งของท้องทะเลที่มีความลึกไม่เกิน1-200เมตร เนื่องจากว่าMegalodonมันจะไม่อาศัยอยู่ตรงที่บริเวณน้ำลึกเพราะว่าMegalodonนั้นเป็นสัตว์ที่มันได้อาศัยอยู่บริเวณในพื้นที่น้ำอุ่น

ฉะนั้นแล้วยิ่งน้ำลึกลงไปอากาศและอุณหภูมิมันก็ยิ่งต่ำมันก็เลยจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าที่Megalodonนั้นมันจะอาศัยอยู่บริเวณใต้น้ำลึกนั้นเองและจากการที่ได้รวบรวมซากฟอสซิลฟันMegalodonตรงนี้นั้นเขาก็ยังได้คาดการณ์กันอีกว่ากรามของMegalodonมันอาจจะมีความใหญ่ได้ถึง2เมตรและมันสามารถมีแรงกัดได้ถึง2หมื่นกิโลกรัมหรือ6-8เท่าเมื่อได้เทียบกับปลาฉลามขาวหรือจระเข้

ในยุคปัจจุบันของเรานั่นเอง ซึ่งถ้าหากจะให้พูดเข้าใจกันง่ายๆเลยคือเจ้าฉลามขาวหรือจระเข้ในยุคปัจจุบันของเรามันคือสิ่งที่มีชีวิตหรือสัตว์นักล่าที่มันได้มีแรงกัดมากที่สุดในโลกนั่นเองและมันก็ยังได้เป็นสิ่งที่มีความน่าเสียดายว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่กว่า90%เขาก็ยังได้ออกมายืนยันเลยว่าเจ้าฉลามในยุคดึกดำบรรพ์หรือMegalodon

มันได้สูญพันธุ์ไปแล้วมันไม่มีทางที่จะหลงเหลืออยู่ในยุคปัจจุบันของเราอย่างแน่นอนแต่สาเหตุของการสูญพันธุ์ในครั้งนี้มันก็ยังไม่สามารถที่จะยืนยันกันได้อย่างชัดเจนได้ว่าMegalodonนั้นมันสูญพันธุ์ไปเพราะอะไร

ซึ่งตรงนี้ทุกคนอาจจะเคยดูสาระคดีหรือก็อาจจะคาดเดากันว่ามันอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลันของอุณหภูมิน้ำที่ได้เกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนโลกภูเขาไฟระเบิดและได้มีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็วจึงทำให้Megalodonไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และมีการสูญพันธุ์ในยุคไดโนเสาร์

 

สนับสนุนโดย  sagame

ข่าวดังคุณป้าโวยวายถูกเชิญออกจากห้างเพราะไม่ใส่หน้ากากอนามัย

ข่าวนี้เป็นข่าวดังที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมนี้เองโดยมีคุณป้าคนหนึ่งเธอนั้นได้ไม่ใส่หน้ากากอนามัยและได้ทำการเข้าไปในห้างแห่งหนึ่ง

เพื่อซื้อของหลังจากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นเธอกำลังจะเดินเข้าไปใน Tesco Lotus โดยที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยคำเจ้าหน้าที่จึงสั่งให้เธอออกไปจากห้องทันทีกลับไปที่บ้านใส่หน้ากากอนามัยอีกครั้งและค่าเดินทางมาที่นี่อีกครั้งและถ้าทำอย่างนั้นทางเจ้าหน้าที่จะมีแจ้งจับตำรวจ

ซึ่งเมื่อคุณป้าคนนั้นได้ยินเธอก็โกรธเป็นอย่างมากและโวยวายรวมถึงสะกดคำหยาบมากมายหลายๆอย่างเจ้าหน้าที่นอกจากนั้นยังมีคนได้ถ่ายคลิปของเธอเอาไว้ซึ่งเธอยังบอกอีกว่าเธอนั้นเป็นหมอดำมากๆนอกจากนั้นเธอยังมาซื้อของเพื่อนำไปกักตุนไว้ที่บ้านที่ทำให้ใส่หน้ากากนั้น

เพราะเธอมีความเชื่อที่ว่าหากไม่ป่วยก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากและเธอมั่นใจว่าเธอจะไม่ติดเชื้ออย่างแน่นอนและเจ้าหน้าที่นั้นก็ได้ทำการยกพวกมาเจรจากับเธอแต่เธอพูดคำด่าคำหยาบมากมายสายเจ้าหน้าที่เสียงดัง

ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีคนถ่ายคลิปของเธอมากมายแต่ก็ยังสู้ต่อไปพร้อมกับหันหลังมานี้พวกคนที่ถ่ายคลิปบางครั้งพร้อมกับด่าด้วยคำหยาบอีกหลายคำด่าที่ไม่มีคําหยาบเลยคำเดียวก็คือหยุดถ่ายคลิปแบบนี้นี่คือประโยคเดียวที่ไม่มีคําหยาบจึงสามารถบอกได้ว่าคุณป้าคนนี้พูดคำหยาบมากมายหลายอย่างมาก

ซึ่งมีคนคนหนึ่งได้ถ่ายคลิปได้นำคลิปนี้ไปโพสต์ใน Facebook ของตนเองซึ่งเขาได้โพสต์ประมาณว่ามนุษย์ป้าคนนี้นิสัยไม่ดีเป็นอย่างมากต่อให้เป็นหมอรวมถึงแม้กระทั่งเป็นรัฐบาลก็ควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยและทำตามกฎระเบียบ

เพราะถึงแม้ว่าจะมีคติประจำใจอย่างนั้นแต่ก็ควรที่จะทำตามกฎถ้าต้องการที่จะเข้าไปในสถานที่ต่างๆที่มีกรดเช่นนั้นดังนั้นจึงขอให้มนุษย์ป้าเหล่านี้ที่ทำตัวแบบนี้เห็นใจและเลิกทำนิสัยแบบนี้ค่ะ และเขายังได้กล่าวไว้อีกว่าใครก็ตาม

ที่ถูกเชิญออกจากห้างก็ควรที่จะไม่วุ่นวายและถ้าเกิดว่าเจ้าของหรือก็คือคนในคลิปนี้ได้ทำการอ่านข้อความและสิ่งที่เขาโพสต์ไปเขาก็เขาบอกไว้ว่าไม่ควรที่จะพูดคำหยาบเยอะขนาดนั้นและนอกจากนั้น

ยังเป็นการด่าเจ้าหน้าที่ด้วยรวมถึงแม้กระทั่งเธอไม่ใช่ของทางห้างไม่ใช่จะรักมึงมากแล้วทางของตัวเองโดนคนที่ใส่หน้ากากอนามัยกับเขาไปทั่วดังนั้นก็ดีแค่ไหนแล้วที่ทางเจ้าหน้าที่เลือกที่จะไม่แจ้งตำรวจจับเธอและเพียงแค่ชวนเธอออกจากห้างไปเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

สัตว์ที่เกิดก่อนยุคดึกดำบรรพ์

สเตทาแคนธัส

ลักษณะของเจ้าปลาฉลามของใครหลายๆคนมันคงจะเป็นอสูรกายที่มันได้มีความดุดร้ายและถ้าหากว่ามันได้ว่ายน้ำเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเราเมื่อไหร่ก็จะต้องรีบหนีกันเมื่อนั้นแต่ถ้าหากว่าเรานั้นได้ย้อนกลับเข้าไปในยุคดีโวเนียนจนถึงในยุคคาร์บอนิเฟอรัส

หรือเมื่อประมาณ300-380ล้านปีก่อนและถ้าหากตัวคุณนั้นได้ร่วงอยู่กลางมหาสมุทรแล้วล่ะก็คุณอาจจะต้องมีความแปลกใจกันอย่างแน่นอนเพราะแทนที่คุณจะต้องพบเจอกับเจ้าตัวร้ายโดนทั่วไปแต่คุณก็จะได้พบกับ

สเตทาแคนธัส ที่จริงมันก็ได้เป็นปลาฉลามอีกประเภคหนึ่งนั้นแหละเพียงแต่ว่ามันจะมีครีบหลังที่แปลกไปจากปลาตัวอื่นเพียงเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยที่เขาได้พบเห็นซากและเขาก็ยังได้ตั้งข้อสันนิษฐานเอาว่าบางทีมันอาจจะเป็นการทำให้มันได้ว่ายน้ำได้เร็วและยังได้รวมไปถึงปลาฉลามตัวสาวๆเพราะสิ่งนี้มันได้เป็นสิ่งที่มี

โดยเฉพาะฉลามตัวผู้เท่านั้นเองถ้าหากว่าเรานั้นลลองสังเกตมันจริงๆบนครีบที่อยู่บนหัวของมันนั้นมันได้มีเกล็ดหยาบแบบเดียวกันแบบจมูกของพวกมันซึ่งเราก็พึ่งจะเคยเห็นว่าเจ้าปลาฉลามในยุคนั้นเขาได้ฮิตกันแบบนี้มันก็จะต้องเป็นแบบนั้นแหละเพราะว่าเรานั้นได้เกิดมาไม่ทัน

สคูโทซอรัส

สำหรับสคูโทซอรัสนั้นน่าตามันอาจจะไม่ค่อยให้แต่มันก็ยังไม่ใช่ไดโนเสรา์ทั้งหมดเลยทีเดียวเพราะว่าเจ้านี่มันได้เป็นสัตว์เลื้อยคานจำพวกอนันสิทธิ์ที่มันได้เกิดแลได้เติบโตในยุคเพอร์เมียนตอนปลายประมาณ254-265ล้านปีมากแล้ว

โดยนักบรรพชีวินก็ได้คาดว่ามันอาจจะมีความยาวขนาดของตัวถึงเกือบจะ2เมตรซึ่งลักษณะลำตัวของมันนั้นมีความหนาของตัวมันได้มีเกราะหนาซึ่งมันก็ได้เป็นกระดูกของมันเองที่เอาไว้ป้องกันฟันเขี้ยวของศัตรูตามธรรมชาติ

หากเห็นน่าตาโหดเรียกพี่สะขนาดนี้แต่คุณจะเชื่อหรือไม่ว่าสคูโทซอรัสมันได้เกิดมาเป็นสัตว์มังสวิรัติที่มันได้กินพืชใบไม้และหญ้าและรวมไปถึงพืชอื่นๆที่ดำรงค์ชีพได้ ซึ่งพวกมันก็ชอบอาศัยอยู่ที่ริมแม่น้ำ

เนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นมันได้มีความอุดมสมบูรณ์อีกทั้งยังได้เป็นแหล่งฟักทองที่มีมากๆเลยนี่เองแต่ถึงอย่างไรสัตว์สคูโทซอรัสมันชอบรักสงบก็ก็ใช่ว่ามันจะสยบเหล่าพวกนักล่าได้บางทีพวกมันอยู่ดีๆก็อาจจะมีสัตว์ที่กินเนื้อ เข้ามาอยู่ใกล้ๆหากเคลื่อนไหวช้าเมื่อไรรับลองเลยว่าเสร็จสัตว์กินเนื้อได้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

ท่องเที่ยวล่องแก่งคุคคู้ และ เรื่องราวประวัตินายพรานในอดีต

สำหรับที่ภูทอกที่เชียงคานแห่งนี้ก็ได้มีรถกะบะที่คอยอำนวยความสะดวกรับขึ้นไปยังจุดชมวิวได้และผมก็ได้มาถึงจุดภูทอกที่เชียงคานในเวลาเช้าแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่อากาศสดชื่นมากที่สุดภูทอกในภาษอีสานมีความหมายว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว

ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นเชียงคานในมุมสูงและเห็นสายน้ำโขงที่ไหลผ่านประเทศไทยและประเทศลาวไปพร้อมกันทิวทัศน์ที่ถูกมองออกไปในวันที่เรียบง่ายถ้ามองอย่างไร้จินตนาการโดยที่ไม่ได้เห็นความสำคัญของแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงคนมาหลากหลายประเทศและหลากหลายยุคสมัย

วิวแห่งนี้ก็คงจะเป็นวิวหนึ่งที่มองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือลอกเลียนแบบประติมากรรมชิ้นนี้ได้คงจะเหมือนกับชีวิตของคนเราที่ไม่สามารถสร้างหรือลอกเลียนแบบชีวิตของใครได้ผมนั่งรถลงมาจากจุดชมวิวและข้าวจี่กับไก่ทอดก็เป็นอาหารรองท้องก่อนที่รถสกายแลปจะมารับผมออกเดินทางอีกครั้งเพื่อเดินทางไปยังแก่งคุคคู้สถานที่สุดเขตเมืองเลย

หรือสุดเขตแดนสยามแก่งคุคคู้แห่งนี้มีเรื่องเล่าที่อยู่คู่กับชาวบ้านที่นี่มานมนานนั่นก็คือเรื่องของนายพรานป่าจึ่งขึ่งดั้งแดงในเรื่องเล่าของนายพรานที่มีรูปร่างที่สูงใหญ่ล่ำสันและได้มีฝีมือในการล่าสัตว์วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง

พอถึงริมน้ำโขงก็เห็นควายเงินพักกินน้ำนายพรานกำลังดักซุ่มยิงแต่ชาวบ้านก็แล่นเรือผ่านมาทำให้ควายเงินจึงได้วิ่งหนีเขาได้ที่เขาลูกหนึ่งหลังจากนั้นก็ได้ทำให้นายพรานรู้สึกโกรธชาวบ้านที่แล่นเรือผ่านมาจึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาวางขวางลำน้ำโขงทำให้เรือไม่สามารถผ่านไปได้

เกือบที่นายพรานจะทำสำเร็จก็ได้มีสามเณรที่ผ่านมาและออกอุบายหลอกนายพรานให้นายพรานใช้ไม้เฮียะผ่าซีกหาบหินแทนและด้วยลักษณะที่ไม้เฮียะมีความกรอบและบางระหว่างที่นายพรานได้ใช้หาบทำให้ไม้เฮียะหักและแทงเข้าที่คอของนายพรานจนถึงแก่ชีวิตและได้นอนตายอย่างคุคคู้อยู่ที่ริมน้ำโขงแก่งหินนี้มันจึงเรียกว่า แก่งคุคุคู้

จากนั้นผมก็ได้เดินลงมาที่เรือเพื่อที่จะล่องเรือชมทิวทัศน์ริมน้ำโขงที่แก่งคุคคู้ เรื่องเล่าและประวัติความเป็นมาในทุกสถานที่มีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปและในเรื่องเล่าล้วนมีความจริงบางประการซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าสักหนึ่งเรื่องในการเดินทาง

คงเป็นสิ่งที่ผมได้ถือครองเอาไว้ด้วยความสุขกับชีวิตที่อยู่คู่กับการเดินทางที่ได้ขยายกรอบในเรื่องราวที่คับแคบของตัวเองให้เป็นกรอบที่กว้างขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องนอกกรอบ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8thai

เรื่องราวหลอนจากครูสอนรำไทย 

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องอีกหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีโรงเรียนแถวนี้อยู่ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงมากซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯซึ่งที่นี่นั้นหากใครที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อมีคนไปถามเรื่องของครูนาฏศิลป์ที่มีชื่อว่าครูวิภาทุกคนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน

เพราะเรื่องรักของครูวิภานั้นคือเรื่องที่โด่งดังไปทั่วมากเป็นเรื่องของว่าครูวิภาคือคุณครูคนหนึ่งที่เป็นคนที่เข้มงวดมากนอกจากนั้นเธอยังเป็นคนที่รำสวยที่สุดในโรงเรียนเป็นคนที่รักในหน้าที่มั่นคงในหน้าที่เป็นอย่างมาก

ซึ่งเธอนั้นกำลังสอนเด็กๆ 3 คนที่กำลังจะไปแข่งรำไทยกับโรงเรียนอื่นๆซึ่งเหลืออีก 1 วันแล้วที่จะต้องแข่งกันแต่อยู่ๆคุณครูดันมีอาการป่วยหนักจนถึงกับสลบลงไปกลางห้องเรียนรำไทยทำให้เธอหรือก็คือครูวิภาจำเป็นที่จะต้องไปนอนที่โรงพยาบาลผ่านไป 1 ชั่วโมงครูวิภาก็หาทางหนีออกจากโรงพยาบาลจนได้

ซึ่งครูวิภานั้นได้อาบน้ำให้ลูกศิษย์ 3 คนมาเจอที่ห้องนาฏศิลป์แล้วก็เรียนรำกันเช้าวันต่อมาคุณครูวิภานั้นกำลังจะแอบกลับเข้าไปที่โรงพยาบาลแต่พบว่าลืมยาที่ทำพยาบาลให้ไว้อยู่ในห้องนาฏศิลป์ซึ่งตอนนั้นก็เป็นตอนกลางคืนตอนที่ลูกศิษย์กับไปหมดแล้ว

ซึ่งหลังจากนั้นครูวิภาก็ได้ทำการเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้งแต่ไม่รู้เป็นอะไร 1 วันต่อมาทุกคนก็พบว่ามีเลือดไหลออกมาจากห้องนาฏศิลป์ห้องเดียวกันกับที่คุณครูวิภาเข้าไปครั้งสุดท้ายหลังจากนั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับครูวิภาที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจอะไรจัดงานตามพิธีกรรมสวดมนต์ให้ทุกอย่างทำทุกอย่างที่ถูกต้องหลังจากนั้นไม่นานทางโรงเรียนก็ต้องการที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ให้ดูดีมากขึ้นโดยการที่ถูกต้องทุกอย่างซึ่งทางโรงเรียนกำลังจะทุบห้องนาฏศิลป์ที่คุณครูวิภาได้เสียชีวิตลง

ซึ่งทุกๆครั้งที่ช่างพยายามที่จะย้ายของเครื่องใช้และเครื่องดนตรีไทยที่อยู่ในห้องนั้นออกมาเพื่อจะทำการเตรียมทุกข์นั้นจะต้องมีเสียงดนตรีไทยมาจากไหนไม่รู้ในห้องแล้วจะมีหญิงสาวนั่นก็คือครูวิภาแต่งชุดไทยสวยมากยืนดำอยู่ในห้อง

ซึ่งนั่นทำให้ช่างหลายๆคนไม่กล้าที่จะเข้าไปที่นั่นอีกทำให้การจะทุบห้องจะสิ่งนี้อันเป็นที่จะต้องยกเลิกทางโรงเรียนจึงได้ทำการซื้อที่ใหม่และไปเปิดโรงเรียนใหม่และปล่อยให้โรงเรียนนี้ทิ้งร้างไว้เนื่องจากทุบทิ้งไม่ได้

 

สนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

การค้นพบซากเครื่องบินและซากของช้างแมมมอธ

การค้นพบซากเครื่องบินและซากของช้างแมมมอธโดยบังเอิญ

ซากแมมมอธ

ถึงแม้ว่าสัตว์อย่างช้างแมมมอธมันจะได้สูญพันธ์จากโลกเราไปนานแล้ว แต่พวกเรารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เหล่ามนุษย์ได้พบเจอกับซากของพวกมันแล้ว เนื่องจากว่าได้มีการค้นพบซากของเจ้าช้างแมมมอธตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นดิน

ที่เยือกแข็งหรือที่ไซบีเรียซึ่งในตอนที่ได้เข้าไปขุดมันก็ไม่ได้มีอะไรมากแต่หลังจากที่ได้นำเอาเจ้าซากช้างแมมมอธได้ขึ้นมาที่ด้านบนเท่านั้นแหละมันทำเอาขนลุกกันเป็นแถวและใครจะรู้เหล่าว่า สัตว์ที่มันได้มีอายุถึง39,000ปี

มันจะมีสภาพที่ดีเหมือนกับว่ามันเพิ่งจะตายไปได้เมื่อไม่นานหลังจากในการค้นพบในครั้งนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่ายูกะและได้ทำการพิสูจน์ซากของมันอย่างละเอียดจากนั้นเมื่อได้ทำการพิสูจน์เสร็จแล้วนั้นก็ได้พบว่าเจ้าช้างตัวนี้นั้นมันได้จากไปเมื่อมันได้มีอายุประมาณ6-8ปี

จากการจมน้ำแต่ถึงอย่างไรก็ตามแล้วในการจมน้ำของเจ้าช้างตัวนี้มันยังไม่ใช่ประเด็นหลักแต่ไฮไลท์มันได้อยู่ตรงที่นักวิทยาศาสตร์เขาได้สกัดของเหลวที่มีสีแดงออกมาถึงตกร้องกันเลยทีเดียวเพราะว่ามันไม่ได้แข็งตัวไปตามสภาพอากาศที่ได้มีความหนาวเย็นมันจึงทำให้ได้รู้ว่าระบบไหลเวียนของเหลว

ที่อยู่ในตัวของแมมมอธมันได้ต้านในการแข็งตัวได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ก็ยังได้มีการสักเซลล์ของเหลวออกมาโดยพวกเขาได้มีความหวังว่าเทคโนโลยีในอนาคตจะสามารถทำให้พวกมันได้ฟื้นคือชีพขึ้นมาอีกครั้ง

ชิ้นส่วนที่ได้หายไปของเครื่องบินของทหารสหรัฐ

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือไม่ที่ธารของน้ำแข็งนั้นมันได้ละสายตัวมันเลยทำให้พวกเขาได้พบกับเศสซากของเครื่องบินหลวงของสหรัฐรุ่น4513ด้วยความบังเอิญหลังจากที่ได้ทำการกู้กันอยู่พักใหญ่ก็จะต้องทำให้ลูกตาลุกว้าว

เนื่องจากสิ่งที่ได้พบนั้นมันเป็นซากของเครื่องบินที่ได้ของลงจอดแบบฉุกเฉินในปี1946 และนั่นมันก็หมายความว่ามันได้สูญหายไปนานกว่า70ปีแล้วโดยในวันที่19พฤศจิกายน ปี1946เครื่องบินลำนี้ก็ได้บินไปที่ฝรั่งเศสแต่บินไปสักพักเครื่องบินก็ได้พบเจอกับหมอกหนาและสภาพของอากาศที่เลวร้าย

จนเกินไปมันจึงได้ทำให้นักบินบังคับถึงต้องขอลงจอดโดยด่วนถึงแม้ว่าทุกๆคนนั้นจะปลอดภัยดีแต่เครื่องบินลำดังกล่าวนั้นมันได้มีความเสียหาย ซึ่งในขณะนั้นที่ทุกคนนั้นได้เผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าวพวกเขาต่างก็ได้หาทางเอาตัวรอดและได้ทิ่งเครื่องบินนั้นให้มันจมอยู่ที่ใต้น้ำแข็งอย่างหน้าเสียดายแม้จะถูกพบแล้วใช่ว่าจะเจอครบทุกๆส่วนและก็ยังได้มีการกู้ซากเครื่องบินลำดังกล่าวอยู่จนถึงในปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  bk8 slot

สัตว์ในความเชื่อของมนุษย์โลก?

สำหรับมนุษย์ทั่วโลกนั้นต่างก็มีความเชื่อที่มีอยู่เหนือกว่าความเชื่อของศาสนาและสิ่งเหล่านั้นมันก็ได้เป็นความเชื่อในเรื่องของโชครางและมันก็ยังได้เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าในทุกๆมุมของโลกนั้น

ก็ได้มีความเชื่อในส่วนเรื่องโชครางและก็ได้มีลางบอกเหตุที่มันได้มีความสัมผัสเกี่ยวข้องกับสัตว์ต่างๆที่มันจะบอกได้ทั้งรางดีและก็ลางร้ายวันนี้  ทางเข้าbk8  ของเราจะมาดูกันว่าสัตว์ที่มันได้มีความเกี่ยวข้องกับรางบอกเหตุในความเชื่อของคนในทุกๆมุมโลกเกี่ยวกับสิ่งที่คนเรานั้นไม่เคยรับรู้มาก่อน

แมวดำสำหรับแมวดำนั้นซึ่งคนเราต่างก็ได้มีความเชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์อีกทั้งยังได้มีการนำเอาแมวดำมาบูชาที่ได้มีร่างกายเป็นนางสิงที่มันได้มีความเกี่ยวข้องกับแมวบ้านที่ได้มีคนเชื่อกันว่ามันได้เป็นตัวแทนของพลังและยังได้รวมไปถึงการปกป้องกันอันตราย

และยังได้มีความสงบงามที่มันจะเป็นมงคลกับใครที่ได้เป็นผู้ดูแลเจ้าแมวตัวนั้นเป็นอย่างดีซึ่งในความเชื่อเหล่านี้มันก็ได้เชื่อกันมาอยู่หลายปี ทั้งนี้ในความเชื่อของคนในประเทศไทย ต่างก็ได้เชื่อกันว่าเจ้าแมวดำนั้นมันได้เป็นแมวดำโชคร้ายที่มันคอยบอกเหตุอย่างเช่นหากใครที่กำลังเดินทางอยู่และจู่ๆก็มีแมวดำมาตัดอยู่หน้ารถของเรา

ก็จะต้องหยุดและก็ไม่ควรที่จะเดินทางต่อหากใครที่เจอกับเจ้าแมวดำตัดหน้ารถแบบนี้และไม่หยุดการเดินทางแล้วมันก็อาจจะทำให้ตัวของเรานั้นเกิดความอันตรายก็ได้แต่สำหรับในส่วนเรื่องของแมวดำในประเทศไทยนั้น

มันก็ไม่ได้มีความอันตรายแต่อย่างใดเพราะว่ามันได้มีแมวที่ได้มีชื่อเรียกว่าแมวโกนจาที่มันได้มีรูปร่างลักษณะเป็นแมวปลอดไปทั้งตัวที่ได้มีขนสั้นที่มีขนาดเล็กและมีความนุ่มและอีกทั้งมันก็ยังมีลูกตาข้างในที่เป็นสีเหลืองที่ผสมสีทองอ่อนทั้งนี้มันก็ยังได้เป็นแมวที่มีคนรู้จักพวกมันในชื่อเจ้าแมวบอมเบย์หรือบางคนก็ได้บอกว่ามันได้เป็นแมวที่ได้เป็นคุณแก่ผู้ที่ได้นำเอามาเลี้ยง

และมันก็ยังได้ผิดกับความเชื่อทางด้านของตะวันตกที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าเจ้าแมวดำนั้นมันได้เป็นสัตว์เลี้ยงของเหล่าบรรดาแม่มดซึ่งหลายคนก็อาจจะรู้ดีกันอยู่แล้วว่าเจ้าแม่มดนั้นมีความโหดร้ายมากแค่ไหนและก็ยังได้เป็นปีศาจแม่มดที่ใครๆต่างก็พากันหวาดกลัวไปทั้งหมดอีกด้วย

รองเท้ายอดฮิตในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่4

ว่ากันว่าต้นกำเนิดของเครื่องแต่งกายที่มันได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเท้าของเราและของสิ่งนั้นก็คือรองเท้าของเรานี่เองแต่จะมีใครรู้หรือเปล่าว่ารองเท้านั้นมันได้ถูกผลิตขึ้นมาเมื่อใดแต่เชื่อกันว่ารองเท้าที่มันได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลกได้ถูกค้นพบภายในถ้ำที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ได้คาดการณ์ว่ามันอาจจะมีอายุราวประมาณ8,000ปี

ซึ่งมันได้เป็นรองเท้าที่มันได้ทำมาจากไม้ ซึ่วัตถุประสงค์ก็น่าจะสวมใส่เท้าเพื่อจะไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการเดินและหลังจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ในเรื่องของรองเท้านั้นมันก็ได้มีการแตกแขนงออกไปมากมายทั้งในเรื่องของวัตถุที่ใช้รูปร่างน่าตาของมัน

และยิ่งได้เป็นรองเท้าที่ได้มาจากต่างพื้นที่บางภูมิภาคต่างยุคต่างสมัยมันก็ได้มีรูปร่างหน้าตาของมันก็จะยิ่งดูน่าสนใจเข้าไปอีกและในวันนี้เราจะพาไปดูรองเท้าที่สุดแปลกที่ไม่เหมือนใครในโลกและมันจะเป็นแบบไหนมาดูกัน

โอโคะโบะ

สำหรับรองเท้าคู่นี่นั้นมันได้มีมาตั้งแต่ก่อนในปีประมาณ1970หรือ เกอิชาฝึกหัด ซึ่งมันก็ได้เป็นอีกอาชีพหนึ่งของสตรีประเทศญี่ปุ่นในช่วงยุคของสมัยก่อน และพวกเขานั้นก็จะต้องใส่รองเท้าแบบนี้เอาไว้แต่มันก็ไม่ได้ใส่รองเท้าแบบนี้

เพื่อให้มันสวยงามแต่อย่างใดแต่พวกเขาก็จะใส่ให้ส้นที่สูงถึง5.5นิ้วเพื่อจะทำให้ไม่ให้เสือนั้นได้รากลงพื้น โดยรองเท้าที่ได้มีการบากเข้าไปในส่วนลึกนั้นก็จะเป็นการบังคับให้มันก้าวที่ช่วงสั้นอีกทั้งยังได้กันไม่ให้โคนหรือน้ำดีดขึ้นมาข้างบนอีกด้วย เนื่องด้วยตัวรองเท้าโอโคะโบะนั้นมันได้ผลิตขึ้นมาด้วยไม้ทั้งหมดจากนั้น

ก็ได้ทำการเจาะส่วนกลางทำให้ส้นนั้นกรวงมันจึงได้ทำให้มีเสียงให้เกิดในช่วงตลอดการเดินและเส้นของรองเท้านั้นมันก็ยังได้บอกถึงตำแหน่งของแต่ละคนของรองเท้าโอโคะโบะ โดยโอโคะโบะน่าใหม่นั้นจะใส่รองเท้าที่มีสายสีแดงแต่ถ้าหากว่าใครที่ได้ขึ้นชื่อมาเป็นเกอิชาเต็มตัวแล้วก้จะใส่โอโคะโบะที่ได้มีเส้นคาดของรองเท้าที่เป็นสีเหลือนั่นเอง

รองเท้าส้นสูงของผู้ชาย

สำหรับรองเท้าส้นสูงของผู้ชายนั้น ซึ่งในสมัยก่อนนั้นใครที่อยากจะมีเรียวขาที่เรียวยาวสมส่วนรวมไปถึงตัวสูงขึ้นอย่างสง่างามแล้วล่ะก็รองเท้าที่ได้สวมใส่กันอยู่นี่มันได้ถูกผลิตขึ้นมาจากนั้นมามันก็ได้มีการฮิตไปทั่วราชอาณาจักรเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่4

ซึ่งก็ได้มีรูปร่างที่หล่องามก็ได้หัดมาใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อที่จะเพิ่มความน่าเกรงขามและยังได้เพิ่มสร้างบารมีให้แก่ตัวเองและเมื่อพระเจ้าแผ่นดินใส่ก็ได้ใส่ไปตามๆกันจนมันได้เป็นที่นิยมในส่วนมากกันเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 casino

ทำไม พันตรี นิ่ม ชโยดม ถึงไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ

ทำไม พันตรี นิ่ม ชโยดม ถึงไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ จากสงครามโลกครั้งที่2 ไทย ฝรั่งเศส

คำว่าCroix De Guerre แปลว่าไม้กางเขนแห่งสมรภูมิ ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสได้สร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่1ถือว่าเป็นชัยชนะแบบเด็ดขาดของกองพันทหารราบที่3

โดยจากการปะทะกันในครั้งนี้มีรายงานว่าทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตไปถึง400นายยังไม่นับที่บาดเจ็บและตกเป็นเชลยเป็นจำนวนมากเรียกว่าแทบจะหมดกองพันกันเลยที่เดียวด้านฝ่ายผู้บังคับกองพันชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตในหนาที่และรถถังของฝรั่งเศสถูกยึดมาได้ถึง6คัน

ส่วนความเสียหายของทหารไทยนั้นเสียชีวิต1รายบาดเจ็บสาหัสจำนวน2นายเราอยากจะถามคุณว่าคุณคิดว่าเราชนะในศึกนี้เพราะอะไร

เมื่อการรบยุติลง พันตรี นิ่ม ชโยดม ก็ได้เตรียมตัวรับโทษทางวินัยทางทหารเพราะคำสั่งผู้บังคับบัญชานั้นไม่มีสิทธิ์ฝ่าฝืนได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

โดยเฉพาะในระหว่างการศึกสงครามการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชามีโทษถึงประหารชีวิตและ สิ่งนี้ พันตรีนิ่มเองนั้นก็ยอมรับความผิดทุกประการการพิจารณาโทษนั้นขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาล้วนๆแต่อย่างไรก็ตามในความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา พันตรี นิ่ม ชโยดท คือผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง

โดยท่านได้เอาชีวิตของท่านวางไว้เป็นเดิมพันการตัดสินใจครั้งนี้ หากผิดพลาดการรบไม่เป็นไปอย่างที่วางแผนท่านอาจเสียชีวิตในที่รับหรือไม่ก็มีสิทธิ์ โดนประหารชีวิตโดยศาลทหารเป็นรอยด่างพร้อยต่อครอบครัวและลูกหลานอีกด้วย

ถึงแม้ว่าการตัดสินใจของท่านเองแม้จะถูกต้อแล้วตัวท่านก็จะได้รับชัยชนะในสมรภูมิแต่ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งนั้นก็ไม่ได้หายไปโดยอัตโนมัติท่านอาจจะต้องรับโทษอยู่ดีแต่อย่างน้อยที่สุดตัวท่านเองก็ได้รักษาชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาและยังยอมรับผมของการกระทำของตนเอง

อย่างองอาจและผึ่งผายอย่างสมเกียรติชายชาติทหารโดยแท้จริง จากนั้น เมื่อทางรัฐบาลไทยได้ทราบข่าว จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐตรีและในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็ได้เดินทางมาติดเหรียญกล้าหาญให้แก่ ธงชัยเฉลิมพลของกองพันทหารราบที่3และติดให้กับเหล่าทหารทุกๆคนในกองพันก็ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิกองพันทหารราบที่3ได้ถูกเรียกขานกันต่อมาว่า กองพันทหารเสือ

มีแต่พันตรี นิ่ม ชโยดมเท่านั้นที่ไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญ เนื่องจากเพราะเรื่องการฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชานั่นเองอย่างไรก็ตามความรักความนับถือในน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งของ พันตรี นิ่มชโยดมก็ไม่มีใครสามารถลบเลือนได้

ต่อมาท่านได้รับบรรดาศักดิ์เป็น ขุนนิมมาณกลยุทธ แปลว่า ผู้วางแผนการรบอย่างล้ำเลิศและมีการตั้งชื่อค่ายทหารตามราชทินนามของท่านด้วยก็คือ ค่ายนิมมาณกลยุทธ ในปัจจุบันนั้นตั้งอยู่ในจังหวัดสระแก้วทุกวันนี้ กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

หรือกองพันทหารเสือนั้นไม่มีอยู่แล้วแต่บทเรียนในเรื่องของความกล้าหาญความเสียสละเกียรติยศและความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังคงเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฎิบัติตัวที่ดี สำหรับคนรุ่นหลังให้ได้ระลึกถึงกัน

 

สนับสนุนโดย  next88

ซากฟอสซิลชิ้นแรกที่ได้ถูกค้นพบในวอชิงตัน

ทองคำก้อน

และนี่มันก็อาจจะเคยเป็นสิ่งแรกที่ใครหลายคนก็อยากที่จะพบเจอด้วยกันทั้งนั้นเพราะนอกจากนั้นทองในเรื่องของราคานั้นมันก็จะมีแต่จะเพิ่มสูงมากขึ้นแต่มันก็จะมีอยู่ไม่กี่คนที่จะมีดวงดีได้เจอกับทองคำได้อย่างคุณพ่อลูกสองรวมไปถึงเจ้าสุนัขของเขาอีก

นอกจากนี้ในส่วนของเรื่องราวที่จะทำให้ดูน่าอิจฉานี้ได้เกิดขึ้นที่ชายหาดเบนนิโก้ วิทเทอร์เลียเมื่อได้มีครอบครัวหนึ่งเขาก็ได้พาครอบครัวไปเดินชายหาดตามปกติแต่อยู่ลูกสาวของเขานั้นก็ได้ไปสะดุดเข้ากับก้อนอะไรสักอย่างหนึ่งที่มันเป็นสีทอง

ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาอาจจะคาดว่ามันจะเป็นทองคำก็เป็นได้จากนั้นมาพวกเขาก็ได้เก็บก้อนทองดังกล่าวและได้นำเอาไปชั่งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้อยู่บริใกล้ๆจากนั้นเขาก็พบทราบว่าเจ้าก้อนหินก้อนนี้มันได้มีน้ำหนักประมาณ624กรัม

จากนั้นเพื่อทำให้แน่ใจอีกสักครั้งหนึ่งพวกเขาก็ได้นำเอาไปให้ด้านผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้ทำการตรวจสอบอีกที่และจากนั้นเมื่อได้ทำการรวจอย่างละเอียดดีแล้วผลปรากฎว่ามันได้เป็นก้อนทองคำแท้ ซึ่งหากดีราคาโดยรวมแล้วมันก็จะมีมูลค่าอยู่มที่ประมาณล้านกว่าบาท นอกจากนี้ทางด้านครองครัวผู้ที่โชคดีก็ไม่รอช้าที่จะนำเอาก้อนทองคำที่ได้พบเจอนำเอาไปขายเพื่อเป็นค่าขนมและนมต่อไปและก็อาจจะคิดว่าพวกเขานั้นก็อาจจะเข้าไปทำการสำรวจในพื้นที่แห่งนั้นอีกที่

เพื่อว่าพวกเขานั้นจะพบเจอกับเจ้าก้อนทองนี้อีกสักหนึ่งก้อนแต่จะว่าไปแล้วก็อยากจะออกไปสูดอากาศกับเขาบ้างจังเพื่อจะโชคดีอย่างครองครัวนี้บ้าง

กระดูกต้นขาไดโนเสาร์

สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องที่สุดความบังเอิญเลยจริงๆ กับด้านทีมนักวิจัยเหล่านี้ที่จะตั้งใจเข้าไปหาซากฟอสซิลของเจ้าสัตว์ทะเลโดยได้ลงไปลุยกันที่หมู่เกาะSan Juan lslandsเพื่อที่พวกทีมนักสำรวจนั้นจะได้หลักฐานชิ้น

สำคัญติดมือกับมาบ้างแต่พบได้ไปถึงนั้นกับจะต้องได้เจอกับซากฟอสซิลที่ได้ตั้งใจไว้แต่กับได้พบกับเจ้าซากกระดูกฟอสซิลที่มันมีขนาดใหญ่ที่มันถูกฝังอยู่ในใต้หินของทะเลจากการหากุ้งหอยปูปลาก็ดันได้เป็นงานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

เพราะนอกจากนี้จะต้องนำเอาซากเหล่านี้เอาออกมาจากหินเพื่อที่จะทำการพิสูจน์กันเลยจากนั้นก็สามารถที่จะนำเอากระดูกที่มีความยาวประมาณภ42ซม.และมีอีกหนึ่งชิ้นมีความยาวประมาณ1.2ซม.นำเอาออกมาได้อย่างสำเร็จ

จากนั้นเมื่อได้ทำการพิสูจน์และได้พบอีกว่ามันอาจจะเป็นกระดูกต้นขาของเทโรพอดที่ได้เป็นญาติกันของทีเร็กซ์และยังได้เป็นบรรพบุรุษของนกในปัจจุบันอีกด้วยซึ่งในชิ้นที่ได้ค้นพบมันอาจจะมีอายุมากกว่า80ล้านปีถือว่าเป็นไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่ได้ค้นพบในวอชิงตันอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88 thailand