ตำนานคุกเกาหลีเหนือ

รู้กันหรือไม่ว่าของที่เรานั้นใช้กันอยู่ในบางอย่างมันอาจจะเป็นผลผลิตมาจากนักโทษเกาหลีเหนือการส่งเสริมอาชีพในคุกก็เป็นหนึ่งสิ่งที่จะทำให้นักโทษไม่ต้องรู้สึกเศร้าไปกับวันเวลาที่เปล่าประโยชน์ในคุก

ซึ่งคุกที่ได้ขึ้นชื่ออย่างคุกเกาหลีเหนือเองเขาก็มีนโยบาลที่ไม่ทำให้นักโทษต้องนอยเช่นกันว่ากันว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมของเกาหลีเหนือมาจากแรงงานของนักโทษล้วนๆวันนี้เราจะมาพูดถึงโรงงานนกรในเกาหลีเหนือกัน

โดยสถานที่แห่งนี้จะไม่มีค่าจ้างต่ำวันหยุดน้อยสวัสดีการห่วยเพราะว่ามันไม่มีเลยแต่ทว่าสถานที่แห่งนี้เขาจะมอบเครื่องประดับงามๆสวยๆให้แก่นักโทษไม่ว่าจะเป็นรอยแผลจากการถูกตีรอยฟองช้ำจากการเตะต่อย

ส่วนสวัสดิการที่เหล่าพวกนักโทษจะได้รับนั้นก็จะเป็นวันหยุดพักร้อนที่ยาวเลยใน ฮวงซุ้ย เอาเป็นว่าเราไปดูกันว่านักโทษจะทำงานสนุกกันแค่ไหนที่โรงงานนรกแห่งนี้แล้วเขาจะมีอาชีพอะไรให้เขาทำกันบ้าง

สำหรับอาชีพแรกนั้นก็คืองานฝีมือรู้หรือไม่ว่าสินค้าที่ส่งออกหลายๆของเกาหลีเหนือที่พวกเราใช้กันอย่างเช่นเสื้อโค้ทกันหนาวเสื้อผ้าเด็กดอกไม้ปล่อยเสื้อยกทรงและยังรวมไปถึงพวกข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่เราได้ใช้กันในราคาถูกๆอย่างเช่นไม้กวาดไม้ถูกหรือแปรงชนิดต่างๆมันมีบางส่วนที่ได้ผลิตมาจากแรงงานของนักโทษเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้เมื่อได้เห็นสภาพของเกาหลีเหนือก็จะนึกถึงสาวโรงงานที่จะต้องนั่งเย็บผ้าจนปวดขานี่ก็คือสภาพของนักโทษหญิงส่วนใหญ่ที่อยู่ในเกาหลีเหนือแต่สิ่งที่ได้ต่างไปจากสาวโรงงานก็คือพวกเขานั้นจะไม่ได้กินหมูปิ้งแล้วก็จะไม่ได้ค่าจ้างเลย

ซึ่งนักโทษแต่ละคนเหล่านั้นก็จะมีจำนวนของที่จะต้องผลิตให้ได้ในแต่ละวันตามคำสั่งของผู้คุมและข้างๆตัวของนักโทษก็จะมีกาละมังที่ใส่น้ำไว้ขนาดใหญ่เพื่อให้นักโทษได้ล้างมือบ่อยๆกับผ้าสีขาวที่นักโทษส่วนใหญ่วางเอาไว้ตรงตักเพื่อเอาไว้เช็ดมือไม่ให้มือที่เปื้อนไปปนเปื้อนในของที่พวกเขานั้นจะทำการผลิต

โดยทั้งหมดนี้ก็คือเบื้องหลังที่สวยงามก่อนที่จะถูกส่งออกไปนอกประเทศและด้วยความที่จะต้องเร่งทำงานเพื่อให้ทันเส้นตายนักโทษเหล่านี้ก็จะทำงานกินข้าวแล้วก็จะต้องนอนกันในห้องนั้นเลยบางทีถ้าเกิดมีออเดอร์มากๆงานเร่งสุดเขาก็จะต้องทำงานยาวถึงตีหนึ่งตีสองและจะได้อนุญาตใหนอนเพียงแค่2-4ชั่วโมง

ก่อนที่นักโทษหญิงเหล่านี้จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาให้เย็บให้ขาปวดกันต่อด้วยการนอนน้อยชนิดนี้เองก็ได้ทำได้บบ่อยครั้งที่นักโทษจะเผลอหลับไปในขณะที่ทำงานแต่พวกเธอก็ต้องสะดุงตื่นเพราะนิ้วมือของนางทั้งหลายได้ถูกเครื่องเย็บผ้าดูดมือเข้าไป

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี

วันเลิกทาส 

เราเชื่อว่าวันนี้ประเทศไทยของเราคงจำกันได้ดีโดยที่ตรงกับวันที่ 1 ของเมษายนในทุกๆปี ซึ่งคนไทยจะค่อนข้างที่จะจำได้ดีเกี่ยวกับวันเหล่านี้เพราะว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญ ที่จารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย โดยเป็นพระราชกรณียกิจ ที่มีความสำคัญ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และนั่นก็คือวันเลิกทาสของเรานั่นเอง 

วันเลิกทาสถือได้ว่าเป็นวันที่ได้มีการยกเลิกเกี่ยวกับ ระบบที่เราชนชั้นสูงและมีคำการตั้งขึ้น เพื่อเป็นการกดขี่ชาวบ้านให้เป็นการรับใช้พวกเขา หรือเป็นการทำงานแม้กระทั่งส่งทรัพย์สินส่วนตัวให้ โดยไม่มีกำหนดว่าจะมีการสิ้นสุดเมื่อไหร่ 

จะเห็นได้ว่าการเลิกทาสนั้น มีการเกิดขึ้นในแผ่นดินรัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั่นแหละคือรัชกาลที่ 5 ของเรานั่นเอง โดยจะเห็นได้ว่าไทยของเรานั้นมีมากจริงๆ ซึ่งแพทย์จะมากกว่า 1 ใน 3 ของลับของพลเมืองที่อยู่ภายในประเทศเสียด้วยซ้ำ จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากการที่พ่อแม่และเป็นภาพนั้น จะเป็นการส่งผลให้ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาส ส่งผลต่อให้พวกเขากลายเป็นท่าต่อไปเรื่อยๆ 

ด้วยความลำบากที่เราเห็นนั้นพวกธาตุต่างๆจะต้องทำการหาเงินเพื่อมาเป็นการไถ่ตัวเอง ถ้าหากไม่มีเงินมาไถ่ตัวเองได้ก็จะกลายเป็นทาสไปตลอดชีวิตหรือจนกระทั่งที่จะหาเงินมาขายชีวิตของตัวเองได้ ซึ่งกฎหมายถือว่ามีค่าตัวอยู่ในขณะนั้น โดยภายหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ถ้าขึ้นว่าจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงประกาศ พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาส พี่เป็นลูกไทยโดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ. ศ. 2417 ส่งได้แก้เกี่ยวกับ ค่าตัวของภาพในสมัยนั้นเสียใหม่ 

โดยเริ่มมีการลดลงตั้งแต่ผู้ที่มีอายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดอายุเป็นทาสเมื่ออายุได้ 20 ปี ซึ่งถ้าหากอายุได้ 21 ปีแล้วก็ ภาพเหล่านั้นก็จะกลายเป็นอิสระไปเลย เรื่องราวเหล่านี้มีผลตั้งแต่พศ. 2411 เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังมีประกาศไม่ให้ขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไปให้เข้ามาเป็นทาสรับใช้อีกด้วย

ต่อมาในปี 2488พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงออกพระราชบัญญัติอีกรอบส่งให้ยกเลิกการเลิกทาส ร.ศ. 124  โดยมีการประกาศให้ลูกทาสของทุกคนเป็นไทย เหตุการณ์นี้ได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ 2448 โดยธาตุประเทศอื่นหรือทาสที่ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยนั้น ส่งประกาศให้ลดค่าตัวโดยประมาณเดือนละ 4 บาทด้วยกัน นับตั้งแต่เดือนเมษายนนั้นเป็นต้นมา

นอกจากนั้นก็ยังคงทรงออกพระราชบัญญัติ เพื่อป้องกันบุคคลที่เป็นไทยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นกลับไปเป็นทาสอีกครั้ง เพลงทหารผ้าเหล่านั้นจะเปลี่ยนเจ้านาย ก็ต้องมีการระบุไว้ว่าไม่ให้มีการขึ้นค่าตัว แปลว่าถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีของคนไทยซึ่งมีการประกาศการเลิกทาสเหล่านี้ถือได้ว่าทำให้คนไทยนั้นมีชีวิตที่ค่อนข้างจะดีขึ้นนับจากนั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาว 62

ยุคสมัยขอมโบราณ

เมื่อาณาจักรเจนละได้เสียทีให้แก่ชวา จากนั้นกษัตริย์ชวาก็ได้มีการแต่งตั้งพระเจ้าชัยวรมันที่2เป็นเจ้าโดยได้ขึ้นตรงต่อชวาแต่พระเจ้าชัยวรมันที่2นั้นพระองค์ได้กลับตั้งพระองค์ให้เป็นอิสระและได้รวบรวมอำนาจให้เป็นแผ่นอีกครั้งแล้วไปปลดแอกจากชวา

เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่2ไปรวมอำนาจเป็นปึกแผ่นแล้วจากนั้นท่านก็ได้สร้างพระนครหลวงขึ้นที่บริเวณทะเลสาบเขรม

ซึ่งในสมัยนครหลวงนั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุดอย่างประวัติศาสตร์ขอมหรือเขรมโบราณเป็นระยะที่วางรากฐานการปกครองที่กษัตริย์มีอำนาจดุจพระเจ้าหรือเทวะราชาได้มีการจัดระบบชลประทานที่มีขนาดใหญ่และได้กำหนดศิลาปะกรรมการก่อสร้างขนาดใหญ่จงถือว่าเป็นศิลปะกรรมที่ได้มีคุณค่าอย่างยิ่ง

นอกจากนี้นักประวัติศาสตร์ได้สันนิฐานว่าในสมัยที่ขอมรุ่งเรือนมีบริเวณที่อยู่ภายใต้การปกครองอาณาจักรสมัยนี้ก็คือประเทศกัมพูชาในปัจจุบันตอนใต้ของเวียดนามภายใต้ของลาวและภาคตะวันออกของไทยจากบริเวณที่ลาบสูงโคราชลงไปจนถึงจันทบุรีส่วนดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นอาณาจักรทวาราวดี

ซึ่งในเขรมโบราณในสมัยนครหลวงในที่นี้เราจะขอแบ่งเป็น2ยุคที่มีความโด่งเด่นก็คือยุคเริ่มต้น (ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่10) กับ ยุครุ่งเรืองสูงสุด(ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่11-13) ส่วนในยุคเสื่อมนั้นจะไม่ค่อยมีอะไรสำคัญมากจะไม่ขอพูดอะไรมาก

สำหรับยุคเริ่มต้นก่อตัวเราจะกล่าวเฉพาะสมัยที่มีความสำคัญและได้มีผลงานเด่นเริ่มจากพระเจ้าชัยวรมันที่2ได้เป็นผู้รวบรวมอาณาจักรที่ได้ก่อตั้งนครหลวงแต่ก็ได้มีนักวิชาการได้สันนิฐานว่าพระองค์ไม่ได้เป็นผู้สร้างตัวเมืองพระนครจริงในสมัยของพระองค์นั้นได้มีบันทึกอยู่ในจารึกสลักกันทม

ซึ่งพระองค์นั้นได้เริ่มราชการของพระองค์ด้วยการสร้างเมืองหลวงได้ให้ชื่อว่า “อินทรปุระ” พระองค์ยังได้ให้พราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ “ศิวไกวัลย์” มารับราชการกับพระองค์และได้วางรากฐานการปกครองที่กษัตริย์อยู่ในฐานะอันสูงส่งที่เรียกว่า”เทวราชา” ถือว่ากษัตริย์นั้นเป้นภาคหนึ่งของพระศิวะ

ด้วยอำนาจอันศักดิ์สิทธิของพระศิวะให้มาสถิตอยู่ในกษัตริย์โดยได้ใช้พราหมณ์ผู้เป็นพิธีในศาสนานิยมสร้างศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์แทนพระศิวะและก็เป็นสัญลักษณ์แทนบุคลิกภาพของกษัตริย์ผู้สร้างนั้นด้วย

เนื่องจากนี้ก็ยังได้มีการเชื่อมั่นว่าอาณาจักรจะมั่นคงเป็นปึกแป่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำพิธีบูชาศิวลึงค์ได้อย่างถูกต้องหรือไม่วิหารที่ประดิษฐานศิวลึงค์นั้นก็จะต้องไปสร้างบนเนินเขาถ้าไม่มีเนินเขาตามธรรมชาติก็จะต้องจัดสร้างเนินเขาจำลองขึ้นมาแทนบนยอดวิหารนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรและของจักรวาลอีกด้วย

ตำนานของเหมาเจ๋อตงพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศจีน

สำหรับเรื่องของผู้ชายคอมมิวนิสต์ที่ประเทศจีนนั้นจะต้องรักเดียวใจเดียวรักครอบครัวเป็นพ่อที่ดีไม่เที่ยวผู้หญิงไม่มีเมียน้อยตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่ออุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์เราต้องเข้าใจด้วยว่าการเลือกคู่ครองของคนในพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำได้ตามใจชอบทุกๆอย่าง

นี่จะต้องได้รับการผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากกรรมการพรรคเพราะการแต่งงานนั้นไม่ใช่เรื่องของคนสองคนแต่เป็นเรื่องของความวัฒนาสถาพรของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์จะแต่งจะหย่าไม่ใช่นึกจะทำก็ได้

ประธานเหมาเจ๋อตงนี่ แต่งงานครั้งที่3 เพราะ ภรรยาคนที่1และคนที่2เสียชีวิตไม่ได้เลิกกันคราวนี้พอได้มีกิ๊กและต้องการจะแต่งงานกับกิ๊กกรรมการพรรคก็ปวดหัวและก็ไม่เห็นด้วยอย่างหนักเพราะว่านี่คือประธานพรรคต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีสิ 

นอกจากนี่ด้านภรรยาคนที่3ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นสุดยอดตัวอย่างของผู้หญิงคอมมิวนิสต์ที่ดีอีกต่างหากไม่ได้มีความผิดอะไรเลยทำแบบนี้ไม่ได้แค่นั้นยังไม่พอตัวก๊กเองหรือว่า เจียงชิงก็เป็นผู้หญิงที่ผิดจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มากๆคือได้เป็นนางเอกนครมีไลฟ์สไตล์แบบBourgeoisแบบนายทุนมากๆมาก่อนแล้วก็ยังได่มาวอแวกับผู้ชายที่มีเมียอยู่แล้วอย่างออกนอกหน้าอีกต่างหากแบบนี้คือผิดมากๆ

แต่ก็อย่างว่าเรื่องแบบนี้เคยมีใครห้ามกันได้ไหมสุดท้ายทางพรรคก็เลยยอมให้เหมาหย่าเมียคนที่3แต่ว่าก็มีข้อแม้อยู่หลายอย่างนั่นคือการแต่งงานครั้งที่4ต้องให้โลว์โปรไฟล์ที่สุดเจียงชิงจะไม่มีฐานะเป็นสุดภาพสตรีหมายเลข1ห้ามออกงานคู่กัน ห้ามร่วมประชุมพรรค ห้ามออกสื่อคู่กัน เป็นเวลา30ปี นี่มันเมียเก็บชัดๆก็ไม้แปลงถ้าเผื่อว่าเราเป็นเจียงชิงเราว่าเราย่าจะไม่โอเคพอสมควรเลยที่ถูกแก๊งผู้ชายรอบตัวแฟนมากะเกณฑ์ชีวิตมีสิทธิ์อะไรมาห้ามนั่นห้ามนี่ทำเหมือนว่าฉันเป็นตัวปัญหาน่ารังเกียจอะไรบางอย่าง

ซึ่งในความแค้นนี้ก็ยังต้องถูกเก็บงำเอาไว้เพราะว่าตอนนั้นเจียงชิงเองก็ไม่ได้อำนาจอิทธิพลใดๆนอกจากอิทธิพลเหนือเหมาเจ๋อตงที่ยังได้เป็นหัวหน้าทางฝ่ายกบฏยังยึดประเทศจีนไม่สำเร็จเป็นหัวหน้ากลุ่มการเมืองที่ถูกรัฐบาลไล่ล่าแต่ต่อมาอีกไม่กี่ปีหลายอย่างก็เปลี่ยนไป

ในปี1949พรรคคอมมิวนิสต์ได้ชนะสงครามกลางเมือง นายพลเจียงไคเช็คลี้ภัยไปตั้งรัฐบาลที่ไต้หวันเหมาเจ๋อตงประกาศตั้งสาธารณารัฐประชาชนจีนและได้กลายมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศใหม่และแม้ว่าจะเพิ่งตั้งประเทศจีนใหม่ก็ยังต้องทำสงครามใหญ่ๆอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะสงครามเกาหลีซึ่งต้องเรียกว่าเป็นชัยชนะที่งดงามของสาธารณะรัฐประชาชนจีนเพราะสามารถคงไว้ซึ่งระบอบคอมมิวนิสต์ในเกาหลีเหนือเรียกได้ว่ารบไม่แพ้สหรัฐอเมริกาว่าอย่างนั้นเถอะ

ประวัติศาสตร์รัฐบาลนายปรีดี พนมยงค์

นอกจากนี้หลังจากที่การลี้ภัยรัฐประหารไปยังประเทศจีน วันที่26กุมภาพันธ์2492 นายปรีดี พนมยงค์ พยายามที่จะยึดอำนาจ กลับคืนโดยความช่วยเหลือของอดีตพลพรรคเสรีไทยและพรรคพวกในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองแต่ก็ประสบความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์ที่ได้เรียกกันต่อมาว่ากบฏวังวงศ์หลวงจนต้องหลบหนีออกจากนอกประเทศอีกครั้ง

ในขณะที่ นายปรีดี พนมยงค์ กลับไปลี้ภัยอยู่ในประเทศจีน รัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม ได้ดำเนินการกวาดล้างอำนาจของนายปรีดีอย่างขนานใหญ่ตั้งแต่การจับกุมคุมขังพูนสุขและปลานพนมยงค์บุตรชายตลอดจนเสรีไทยและนักการเมืองพรรคสหชีพหลายคนได้เสียชีวิตอย่างมเงื่อนงำภายใต้ของอำนาจรัฐที่นำโดยจอมพลป.พิบูลสงคราม

ซึ่งในบันทึกของนายเฉียบ อัมพุนันทน์ หนึ่งในคณะผู้ติดตามปรีดีในประเทศจีนระบุว่า เมื่อนายเฉียบ อัมพุนันทน์ ได้เดินทางถึงในประเทศจีนในเดือนสิงหาคม2493นั้นเป็นช่วงท้ายของการเจรจา ระหว่างนายปรีดีและระหว่างเจ้าหน้าที่ของจีนผู้หนึ่งทางด้านฝ่ายจีนก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนอาวุธให้แก่นายปรีดี พนมยงค์สงครามเพื่อที่จะกลับมาโค้นล้มรับบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม

โดยจะมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนคือการเพิ่มสิทธิ์ทางการเมืองของชาวจีนภายในประเทศไทยแต่ นายปรีดี พนมยงค์ ก็ได้ปฏิเสธ จึงทำให้ความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ชาวจีนเลวร้ายลงส่งผลทำให้ผู้ที่ได้ติดตามไปบางส่วนเชื่อว่า นายปรีดี พนมยงค์ ได้กำหนดแนวทางการเมืองผิดพลาดและแยกตัวออกตัวไปในที่สุดหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏการเจรจาทางการเมืองอีกเลย

นายปรีดี พนมยงค์ลี้ภัยการเมืองอยู่ในประเทศจีน21ปีก่อนที่จะย้ายไปยังกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสบทบาททางการเมืองในช่วงท้ายคือการเขียนบทความแสดงทัศนะปัญหาต่อสังคมการเมืองส่งมาลงวารรสารในประเทศเป็นระยะนักศึกษาและอาจารย์ที่มีความคิดก้าวหน้าต่างก็ได้ไปมากหาสู่อย่างต่อเนื่อง

ในประเทศไทยแม้ว่า นายปรีดี พนมยงค์ได้จากไปแล้วแต่กระบวนการใส่ร้ายป้ายสียังดำเนินต่อไปด้วยเหตุผลทา

งการเมืองอันซับซ้อนวิทยานิพนธ์เรื่องภาพรักษ์ปรีดี พนมยงค์กับการเมืองไทย พุทธศักราช2475-2426 นางสาวมารกตเจวจินดาชิ้นนี้ได้ระบุว่าภาพปีศาจการเมืองของ นายปรีดี ถูกสร้างและแต่งเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อประโชยน์ทางการเมืองของกลุ่มต่างๆตลอดระยะเวลากว่า40ปีที่ผ่านมา

ภาพของ นายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะผู้บงการกรณีสวรรคตภาพนักการเมืองผู้กหายอำนาจและภาพผู้ที่นิยมลิทธิคอมมิวนิสต์คือภาพด้านลบที่กลุ่มต่างๆพยายามที่จะสร้างให้กับนายปรีดีเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตนกลุ่มนิยมสระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ฉายภาพลบของนายปรีดี พนมยงค์ โจมตีระบอบประชาธิปไตย

เพื่อเชิดชูการปกครองระบอบเก่ากลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มคนชั้นสูงใช้ภาพยศของปรีดีเพื่อรักษาระบอบเศรษฐกิจสังคมแบบเดิมยับยั้งการเติบโตของกลุ่มแนวคิดของสังคมนิยมอย่างพรรคสหพีชและพรรคแนวรัฐธรรมนูญ

 

สนับสนุนโดย  dewabet

การเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปะ 

ศิลปะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันประเทศไทยได้มีความสนใจในการสนับสนุนเรื่องราวต่างๆเกี่ยวการศึกษา หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนางานแตกต่าง การสร้างหอศิลปะ มิวเซียม หรือสถานที่จัดแสดงชั้นด้านศิลปวัฒนธรรมของผู้คน

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่งานศิลปะที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการใช้ชีวิตของผู้คนเป็นการสร้างรูปแบบหรือสุนทรียภาพ ในยุคปัจจุบันมีการสร้างสรรค์ผลงานเป็นจำนวนมาก

ผลงานต่างๆในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะร่วมสมัยส่วนใหญ่จะถูกแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง ทางศาสนา ผู้คนต่างๆไม่ว่าจะเป็นในยุคปัจจุบันจะมีหลักสูตรเกี่ยวกับการเรียนการสอน ทางด้านงานศิลปะทั้งสิ้น

ตั้งแต่เด็กในวัยประถม นี่จึงทำให้แสดงออกให้เห็นถึงว่างานศิลปะในประเทศไทยได้รับความชื่นชอบหรือได้รับความนิยมค่อนข้างเยอะในการแสดงออกเรื่องราวต่างๆการระบายอารมณ์หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสูตรในการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งผู้คนต่างๆของสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางาน

หรือองค์การในการทำงานศิลปะเพราะงานศิลปะต่างๆมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การเปลี่ยนแปลงยุคสมัยหรือการพัฒนาด้านต่างๆจะช่วยผู้คนมีการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้น

เปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารผู้คนต่างๆเหล่านี้มีการสร้างสรรค์ผลงานประดับตกแต่ง อาคารบ้านเรือนรวมไปถึงการสร้างสถาปัตยกรรมในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาค่อนข้างเยอะ สถาบันการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะก็มีการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นมหาลัยต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นโรงเรียนก็เริ่มมีการสนับสนุนเกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้นเพราะในยุคปัจจุบันการระบายอารมณ์ไม่ใช่เพียงแต่การวาดภาพระบายสี แต่เพียงเท่านั้น หรือแม้แต่จะเป็นการทำงานแกะสลักการภาพ แต่ยังเป็นงานแสดงทั้งแสงสีหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อต่างๆ

รวมไปถึงในยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมอย่างมากๆคือ Space Art ซึ่งเป็นสถานที่จัดเกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันกฎเกณฑ์ของงานศิลปะโดยมีการพัฒนาเพียงครั้งเดียวขึ้นมีการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไรพรหมแดน

เปลี่ยนแปลงของลักษณะสังคมหรือการศึกษาในประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเกษตรกรข้างเยอะ ทำให้มีการขนาดในการทำงานหรือแม้แต่เป็นการสร้างกฎเกณฑ์เรื่องราวต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนต่างๆสร้าง

รูปแบบความเชื่อหรือการแสดงออกทางความคิดเห็นในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนต่างๆสามารถออกความคิดเห็นได้ด้วยการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นคำพูด การเขียน หรือแม้แต่จะเป็นการระบายออกทางด้านศิลปะต่างๆที่มีมากมายหลายรูปแบบ 

 

สนับสนุนโดย    nowbet

เขื่อนสามผาใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

สำหรับเขื่อนนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กั้นขวางทางน้ำเพื่อใช้ในการกั้นเก็บน้ำและป้องกันอุทกภัยรวมไปถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งมากกว่าครึ่งแม่น้ำสายหลักทั่วโลกจะมีเขื่อนกั้นน้ำเอาไว้เพื่อนำเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเขื่อนที่จัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก 

เขื่อนสามผา ของประเทศจีนได้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกลักษณะของเขื่อนได้เป้นเขื่อนคอนกรีตถ่วงน้ำหนักกั้นขวางแม่น้ำแยงซีซึ่งต่อไปเราจะขอเรียกกันสั้นๆว่าเขื่อนสามผา

ซึ่งเขื่อนสามผานั้นถือได้ว่าเป็นเขื่อนแรกของประเทศจีนที่มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษและชื่อเต็มของโรคงการสร้างเขื่อนนี้คือ Three Gorges multipurpose water control project หรือเราจะเรียกกันสั้นๆว่า Three Gorges Damซึ่งได้มีประวัติในการก่อสร้างที่ยาวนานตั้งแต่สมัย ดร. ซุน ยัตเซ็น ในปีพุทธศักราช2462และได้เริ่มมีการศึกษาโครงการ

เมื่อปีพุทธศักราช2473สภาประชาชนลงมติวให้สร้างได้ในปีพุทธศักราช2535ในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี หลี เผิง คนที่4 แต่ทว่ากว่าเขื่อนแห่งนี้จะผ่านการอนุมัติจากสภาประชาชนจริงๆและได้มีการก่อสร้างอย่างเป็นรูปประธรรมเมื่อปี2547แล้ว

เสร็จในปี2554ได้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นแล้วประมาณ7ปีแต่ในส่วนที่ได้มีการก่อสร้างนั้นเจ้านายที่จะต้องจ้างคนที่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนกว่า20,000คนเพื่อที่จะได้สร้างเขื่อนให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ได้กำหนดได้มีทุนในการสร้างกว่า30,000ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ1.2ล้านล้านบาท

วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างนั้นเพื่อจะนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลักและเพื่อป้องกันน้ำท่วมซึ่งในขณะที่ได้ทำการสร้างเขื่อนอยู่นั้นได้มีผู้อพยพจากน้ำท่วมบริเวณโดยรอบประมาณ1.35ล้านคนตัวเขื่อนั้นได้มีความกว้างประมาณ2,309เมตรมีความสูง185เมตร

โดยมีเครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าจำนวน26ตัวเพื่อทำการสร้างไฟฟ้ากว่า1,820kwต่อชั่วโมงวัตถุที่ได้ใช้ในงานก่อสร้างประกอบไปด้วยซีเมนส์กว่า10.8ล้านตันเหล็กเส้นกว่า1.9ล้านต้นและไม้แบบกว่า1.6ล้านตันได้เปนเขื่อนที่มีขนาดใหญ่กว่า เขื่อนฮูเวอร์ ซึ่งได้เป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในอเมริกากลางเกือบ10เท่ามีพื้นที่รับน้ำกว่า1ล้าน ตร.กม.หรือประมาณ2เท่าของประมาณพื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมดอาคารระบายน้ำล้นสามารถระบายน้ำได้สูงสุดกว่า116,000ลบ.ม./วินาที 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ของประเทศจีนได้เชื่อว่าเขื่อนเหล่านี้จะสามารถขจัดปัญหาหลักหลายอย่างของประเทศได้ทั้งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในอนาคตของประจีนรวมไปถึงการป้องกันน้ำท่วมที่แม่น้ำแยงซีที่ฆ่าคนไปมากกว่า1ล้านนคนในในช่วง1ร้อยปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้เป็นเส้นทางขนส่งยากว่า2,400กิโลเมตรให้กับเรือที่ขนส่งสินค้าเพื่อสามารถขนส่งสินค้าภายในประเทศอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88

ประวัติกติกาของการเล่นกีฬาฟุตซอล

หลังจากที่กีฬาฟุตซอล หรือเกมการแข่งขันฟุตบอลในร่มที่มีผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน เริ่มเป็นที่แพร่หลายกันมาตั้งแต่ปี 1982 จนทำให้กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุเข้ามาเป็นการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1989 จนมาถึงทุกวันนี้

กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมายในกลุ่มคนทั่วไปเนื่องจากไม่จำเป็นต้องเล่นกลางแดดอีกต่อไป และยังใช้จำนวนผู้เล่นไม่เยอะเพียงแค่ฝ่ายละห้าคน ก็สามารถเล่นกันได้สนุกสนานแล้ว แถมพื้นที่ยังไม่จำเป็นต้องใหญ่เท่าสนามฟุตบอลจริงแต่อย่างใด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

กีฬาชนิดนี้ก็ต้องถูกบรรจุในกีฬาสากลและมีมาตรฐานการกีฬาและกติกาเหมือนอย่างเช่นกีฬาฟุตบอลด้วยเช่นกัน ซึ่งกีฬาชนิดนี้ถือว่าเป็นกีฬาที่จัดแข่งขันในระดับโลกแล้ว โดยกติกาที่ว่านั้น จะถูกกำหนดให้แต่ละทีมนั้นสามารถส่งรายชื่อนักเตะเข้าร่วมทำการแข่งขันในแต่ละนัดได้ไม่เกิดสิบสองคน

และจะลงสนามได้เพียงครั้งละห้าคนเท่านั้น ซึ่งในห้าคนนี้จะต้องรวมผู้รักษาประตุแล้ว แต่สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้นจะสามารใช้มือได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในกรอบเขตโทษของตัวเองเท่านั้น ซึ่งที่ต้องย้ำกติกาตรงข้อนี้ก็เนื่องจากว่า ทีมสมัยใหม่นั้น

มักจะใช้ตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้น ทำหน้าที่เป็นกองหลังตัวสุดท้ายด้วยเช่นกันเพื่อความได้เปรียบในเรื่องของเกมบุก ส่วนการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแต่ละนัดนั้น จะไม่จำกัดจำนวนครั้ง และเปลี่ยนได้ทุกคน ทุกเวลา ส่วนในช่วงการแข่งขันนั้นหากมีทีมใดที่มีนักเตะลงสนามหรืออยู่ในสนามน้อยกว่าสามคน

นั้นจะถูกปรับแพ้ฟาวล์โดยทันที (บางทีมอาจจะมีผู้เล่นในสนามได้รับใบแดง) และในส่วนเวลาของการแข่งขันนั้น จะกำหนดไว้เป็นสองช่วงเวลาคือครึ่งแรกและครึ่งหลัง คือครั้งละ 20 นาที และในแต่ละครึ่งนั้น แต่ละทีมจะสามารถขอเวลานอกได้ครั้งละหนึ่งนาที ต่อหนึ่งช่วงเวลา

ส่วนการตัดสินผลแพ้ชนะนั้น ก็จะยึดเมื่อการแข่งขันฟุตบอลทั่วไปคือนับที่จำนวนประตูเช่นเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันนั้น แต่ละประเทศก็เริ่มมีการพัฒนาเป็นการแข่งขันแบบลีกคือระบบพบกันหมดและเป็นแชมป์ในแต่ละประเทศ รวมไปถึงการจัดการแข่งขันฟุตซอลถ้วยชิงแชมป์ และก็มีการลงทะเบียนขึ้นเป็นนักฟุตซอลอาชีพด้วย

ไม่ต่างกับฟุตบอลอาชีพเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนชอบกีฬาประเภทนี้ ที่ดูสนุกและเร้าใจไม่ต่างกับการแข่งขันฟุตบอลจริงๆ จนหลายๆนักเตะที่เคยฟุตบอลอาชีพก็เริ่มผันตัวเองมาเล่นฟุตซอลกันบ้างแล้ว

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

ตำนาน บาเกะเนโกะ ของญี่ปุ่น  ปีศาจแมว     

           ตำนานความเชื่อของคนชาวญี่ปุ่นนั้นมีมามีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งความเชื่อของคนญี่ปุ่นนั้นแบ่งออกเป็นความเชื่อเกี่ยวกับแมว 2 ส่วนก็คือความเชื่อเกี่ยวกับแมวที่เป็นแมวด้านดีให้โชคให้ลาภแต่อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นแมวปีศาจซึ่งคอยจำแลงร่างกายมากัดกินมนุษย์

ซึ่งในสมัย เอโดะ นั้นได้มีการพูดถึงปีศาจแมวที่ชื่อว่าบาเกะเนโกะ โดยมีการเชื่อกันว่าในสมัยเอโดะนั้นปีศาจแมว บาเกะเนโกะ  มักจะออกอาละวาดยามค่ำคืน โดยสมัยก่อนนั้นมนุษย์มักจะนำแมวมาเป็นสัตว์เลี้ยงเอาไว้ใช้งานโดยมันจะมีหน้าที่ในการช่วยกำจัดหนูและเมื่อมันทำงานสำเร็จสามารถจัดการกับหนูได้คนที่เลี้ยงแมวนั้น

ก็จะให้รางวัลมันด้วยการให้อาหารมันกินแต่อย่างไรก็ตามอาหารที่พวกแมวได้กินนั้นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพวกมัน ดังนั้นพอช่วงเวลาในการคืนแมวต่างๆที่มันยังไม่อิ่มมันจึงได้พยายามออกหาอาหารในช่วงเวลากลางคืนและอาหารที่มันกินได้ในยามค่ำคืนของประเทศญี่ปุ่นซึ่งหากินได้ภายในบ้านของเจ้านายของพวกมันนั่นก็คือน้ำมันตะเกียง

เหตุที่แมวกินน้ำมันตะเกียงนั่นก็เพราะว่าน้ำมันตะเกียงของคนญี่ปุ่นนั้นทำมาจากน้ำมันของปลาและไข่ปลาวาฬ ซึ่งขณะที่แมวเหล่านั้นกินน้ำมันตะเกียงอยู่แสงสะท้อนของเงาที่ส่งไปกระทบกับผนังจะทำให้เราเห็นว่าแมวที่ยืนกินน้ำมันตะเกียงอยู่นั้น

มีลักษณะคล้ายกับคนที่กำลังยืนอยู่ ทำให้คนที่ผ่านมาเห็นเงาของแมวที่กำลังกินน้ำมันตะเกียงนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเงานั้นคือเงาของปีศาจ ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเมื่อแมวบ้านที่พวกเขาเลี้ยงเอาไว้นั้นมีอายุเกิน 13 ปีขึ้นไปแมวนั้นจะกลายร่างเป็นบาเกะเนโกะทันที เนื่องจากว่าพวกเขาสังเกตเห็นว่าเมื่อแมวอายุมากกว่า 13 ปี

ห่างของพวกมันก็จะยาวขึ้นและตัวมันก็จะดูสูงขึ้นที่สำคัญพวกมันสามารถยืน 2 ขาได้และสามารถเลียนเสียงมนุษย์ได้อีกด้วย และในที่สุดแมวเหล่านั้นก็จะสามารถกลายร่างแปลงเป็นคนได้และกลายเป็นปีศาจร้ายที่น่ากลัว ซึ่งชาวบ้านยังร่ำลือกันอีกว่าปีศาจแมวที่กลายร่างเป็นคนได้นั้นมันจะสามารถกินสัตว์ได้ทุกชนิด

แม้ว่าสัตว์ตัวนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ามันก็ตามหรือสัตว์ชนิดนั้นจะมีพิษพวกมันก็สามารถกินได้ และมันสามารถกลายร่างเป็นคนได้หากมันกินคนคนนั้นเข้าไปทำให้ผู้คนต่างก็พากันหวาดกลัว ยามค่ำคืนจึงมักไม่ค่อยมีใครออกมาเดินนอกบ้าน แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนั้นคนประเทศญี่ปุ่นมีความผูกพันกับแมวที่มีชื่อเสียงทางด้านดี ดังที่เราจะได้เห็นรูปปั้นที่มีแมวกักมือเรียกนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  v9bet